วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เป็นนักเขียน ก็เลี้ยงครอบครัวได้




สาเหตุหลัก ที่ทำให้ผมเป็นที่รู้จักในวงการวิทยากร ที่ปรึกษา และ นักเขียนก็ คือ "การเขียนหนังสือ" การเขียน พาผมมาไกลกว่าที่ผมคิด และทำให้ทุกวันนี้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการวิ่งหางาน หาเงิน เหมือนแต่ก่อน เพราะมีแต่งาน มีแต่เงินวิ่งเข้ามาหา

การเขียนในปัจจุบัน มีความสำคัญมาก เพราะ คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน อ่านข่าวสารต่างๆบน Social media ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพจ หรือ บทความต่างๆ จะเห็นได้ว่าการเขียน  ไม่ได้มีเพียงแค่อยู่ในหนังสือแล้วเท่านั้น

อ.สมคิด ลวางกูร ปรมจารย์นักเขียน เคยบอกไว้ว่า "เขียนเป็นรวยก่อน ถ้าอยากรวยต้องเขียนให้เป็น" ซึ่งเป็นความจริง ผมพิสูจน์มาแล้ว

ดังนั้น ผมอยากให้ทุกคนที่เบื่องานประจำ หรือ กำลังมองหาอาชีพใหม่ๆทำ  หรือ รักงานเขียนเป็นต้นทุนอยู่แล้ว มาเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติม ในสัมมนาที่ชื่อว่า " เป็นนักเขียน ก็เลี้ยงครอบครัวได้"

-----------------------------------------------------------------------------

เพื่อสิทธิประโยชน์ของท่านในการเข้าสัมมนา กรุณากรอกแบบฟอร์มการจอง ก่อนชำระค่าลงทะเบียน

=> ลงทะเบียนจอง

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย  วิทยากร ที่ปรึกษา และ นักเขียน กับ พี่กุดจี่ พรชัย แสนยะมูล นักเขียนอารมณ์ดี กวี และ นักดนตรี ผู้อยู่ในวงการ มานานมากกว่า 20 ปี มีผลงานหนังสือ มากกว่า 100 เล่ม ไม่ว่าจะเป็น พ็อกเก็ตบุ๊ค บทกวี นิทานภาพสำหรับเด็ก และ ซีดีเพลง



พร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดประสบการณ์อันมีค่า ซึ่งเป็นเทคนิคในการเขียน ที่จะทำให้หนังสือที่เราเขียน เป็นหนังสือที่มีคุณค่า ที่ครบเครื่อง และหลากหลาย ตลอดจนเทคนิคการสร้างแรงจูงใจ ในการสร้างนิสัยในการเขียนอย่างต่อเนื่องให้สำเร็จเป็นรูปเล่มได้

เราเชื่อว่าการเขียน นอกจาก จะเป็นสิ่งที่เรารักแล้ว ยังสร้างชีวิต และครอบครัวได้ด้วย

สัมมนานี้เหมาะสำหรับ

1. คนที่อยากเป็นนักเขียน
2. อยากมีหนังสือเล่มแรก เป็นของตัวเอง
3. อยากใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
4. มีอิสระ ทำงานที่บ้าน
5. คนที่ต้องการสร้างสรรค์สังคมให้ดี ด้วยการเขียน
6. วิทยากร ที่ต้องการสร้างแบนด์จากหนังสือ

------------------------------------------

สถานที่ : โรงแรมเซนต์เจมส์ BTS พร้อมพงษ์ สุขุมวิท 26
วันที่ : เสาร์ 16 ธันวาคม 2560
เวลา : 9.00-16.00 น.
ค่าสัมมนา 1,990 บาท (ชำระก่อน 30 พ.ย.)

จากราคาจริง 4,900 บาท

รับเพียง 15 คน เท่านั้น !

------------------------------------------

การลงทะเบียน

โอนเงินเข้าบัญชี
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
ธนาคารกสิกรไทย สาขา เซ็นทรัลพระรามสอง
743-2-22601-4

ส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่
LINE@ : @thesafetycoach (มีเครื่องหมาย@)

-------------------------------------------

งานนี้พี่กุดจี่

แบหมดกึ๋นว่า...
อ่าน มอง คิด เขียนอย่างไร
จึงไส้ชุ่ม ชะอุ่มฝัน

ทั้งบทกวี นิยาย นิทานภาพ
รวมถึงสเตตัส
พาปฏิบัติให้ได้งานชั้นดี
อย่างน้อยคนละชิ้น ฟินแน่นอน

รับรองฟังแล้วไม่ง่วงนอน
เพราะมีกาแฟดำ ให้อมตลอดเวลา

มาเริ่มต้น ต้อนรับปีใหม่กับ
การพัฒนาตัวเองกันครับ

- - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


*** ขออนุญาตให้สิทธิ์ ผู้ที่ชำระค่าลงทะเบียนก่อนเท่านั้นนะครับ...

ประวัติวิทยากร

= > ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย   https://goo.gl/2qr9GU
= > พี่กุดจี่ พรชัย แสนยะมูล  https://goo.gl/AsZkhr

- - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร  : 0896784547
LINE@ :@thesafetycoach (มีเครื่องหมาย@)



วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560

มาตรการความปลอดภัยบริเวณ บ่อบำบัดน้ำเสีย ที่อับอากาศ



ผมได้มีโอกาสไปพูดทอล์คโชว์เกี่ยวกับการทำงานในที่อับอากาศอย่างปลอดภัย (Confined spaced talk show) ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 ชม. อันเนื่องมาจากการตื่นตัวกันทั้งประเทศ จากกรณีที่มีข่าวผู้เสียชีวิตในที่อับอากาศถึง 5 คน ในบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง

ผมกราบขออภัยญาติๆ และผู้เกี่ยวข้องของผู้เสียชีวิต ที่ได้กล่าวถึง ผมไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีใดๆ เพียงแต่มีเจตนาที่อยากให้กรณีแบบนี้เป็นกรณีสุดท้ายๆจริงๆ

สรุปสิ่งที่พูดคุยดังต่อไปนี้นะครับ

3สิ่ง ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต จากพนง.สอบสวน

1. ไม่มีการติดป้ายที่เขียนว่า "ที่อับอากาศ อันตรายห้ามเข้า" บริเวณปากทางเข้าออก ทุกหน ทุกแห่ง อย่างเปิดเผย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

2. ไม่มีการแจกคู่มือความปลอดภัยอย่างทั่วถึง

3. ไม่มีสิ่งปิดกั้น มิให้ผู้ใดตกลงไปในที่อับอากาศที่มีลักษณะ ช่อง โพรง หลุม ถังเปิด หรือ มีลักษณะคล้ายกัน

ดังนั้น สิ่งที่สถานประกอบการจำเป็นต้องทำก็คือ การปฏิบัติตามกม.ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศอย่างเคร่งครัด และ ทำการทบทวนขั้นตอนการทำงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้กำหนดไว้

หลายๆที่เริ่มที่จะทำการปรับปรุง และป้องกันอันตรายบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียกันมากขึ้นตามมาตรการต่างๆดังต่อไปนี้



ป้ายความปลอดภัย

1. ป้ายเตือน “ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป”  โดยไม่ได้ขออนุญาต

2. ติดตั้งป้ายเตือน “ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า” บริเวณปากทางเข้าออกที่อับอากาศ ทุกหนทุกแห่ง

3. ติดป้ายบนท่อต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ชี้บ่ง ทิศทาง และสารที่อยู่ภายใน

4. มีป้ายบอกระดับน้ำหนักที่รับได้สูงสุดบนแพลตฟอร์ม ของพื้นที่บำบัดน้ำเสีย



sorce : www.3m.com

การป้องกันการตก

1. ทำราว และ รั้ว (Rail) กันตกตามมาตรฐาน

2. ทำบันได (Ladder) ถาวร สำหรับใช้ในการปีนขึ้นลง เพื่อเข้าไปปฏิบัติงานภายในบ่อบำบัด

3. ทำจุดยึด (Anchor points) สำหรับเกี่ยวกันตก ในกรณีที่ต้องการเอื้อม หรือ เสี่ยงต่อการตกหล่น

4. สวมเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวกันตก (Full Body Harness) ทุกครั้ง เมื่อต้องลงไปในที่อับอากาศ และเกี่ยวกับจุดยึด

5. ติดเทปกันลื่น (Safety Walk) ในจุดที่มีโอกาส พลัดตก ลื่นล้ม



source: http://www.mspool.com

อุปกรณ์ฉุกเฉิน

1. ห่วงชูชีพ (Tire floating)

2. ไฟฉาย

3. ถังดับเพลิง

4. ถังอากาศหายใจ (SCBA)

5. เครื่องวัดก๊าซ

ความปลอดภัยในการเข้าพื้นที่

1. กำหนดรายชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น จึงจะเข้าพื้นที่ได้

2. บุคคลอื่นที่นอกเหนือจากรายชื่อที่ได้รับอนุญาต ต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยในพื้นที่นี้ก่อน และ ต้องมีเจ้าของพื้นที่ควบคุมดูแล ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

3. สวมเสื้อชูชีพ (Life jacket) ทุกครั้ง เมื่อเข้าพื้นที่ ในกรณีเดินสำรวจ หรือ ปฏิบัติงานด้านบนบ่อบำบัด

4. ผู้ไม่เกี่ยว ห้ามเข้าในบริเวณบ่อบำบัดเด็ดขาด เว้นแต่ได้ปฏิบัติตามหัวข้อที่ 2



source : กรุงเทพธุรกิจ

มาตรการด้านความปลอดภัยอื่นๆ

1. ตรวจวัดบรรยากาศ เพื่อเช็คระดับปริมาณสูงสุดที่อาจเป็นบรรยากาศอันตรายได้ เป็นการเฝ้าระวัง

2. มีแผนฉุกเฉินในกรณีที่มีผู้ตกลงไปในที่อับอากาศ

3. คู่มือความปลอดภัย ควรมีเพิ่มเติมแผนฉุกเฉินในกรณีที่มีผู้ตกลงในที่อับอากาศ

4. ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ร่วมกับหน่วยงานกู้ภัยภายนอก

5. ทำการทบทวน แผนงานต่างๆปีละ 1 ครั้ง


ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ติดต่องานอบรม

www.pramoteo.com
Facebook : The Safety Coach : BBS 
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ 0859200710



วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เทคนิคนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยให้โดนใจนายจ้าง



ปัญหาที่ จป. หลายคนเจอ คือ "การนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยไปแล้ว ไม่ได้รับการอนุมัติ" เช่น การจัดซื้อ PPE หรือ อุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ และ การปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด 

คำตอบที่เราได้ยินกันบ่อยๆก็คือว่า ไม่มีงบ ไม่มีเวลา ตอนนี้กำลังเร่งการผลิตไม่ว่าง มีวิธีการอื่นอีกมั้ย หรือ ทำไม่ได้หรอก

วันนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ ในการนำเสนอที่ได้ผล จากการพูดคุย โดยใช้เอกสาร และตัวหนังสือให้น้อยที่สุด โดยอาศัยเทคนิคจาก "การพูด และสื่อ"

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า มนุษย์จะรับรู้ได้ดี จากประสาทสัมผัสใดบ้าง


เราจะเห็นได้ว่า การมองเห็น และได้ยิน จะช่วยในการรับรู้ได้ดีที่สุด

ดังนั้น ถ้าต้องการที่จะโน้มน้าวคนได้ ก็ต้องให้ความสำคัญกับ 2 ประสาทสัมผัสนี้
นี่คือ อีก 1 เหตุผลที่ วิทยากร หรือ นักพูดหลาย คนประสบความสำเร็จ เนื่องจากเขาโฟกัสใน 2 สิ่งนี้

การที่จะนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยให้ได้รับการอนุมัตินั้น ก็จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคนี้ คือ การพูด และ การใช้สื่อในประกอบการมองเห็น เช่น ภาพ วีดีโอ หรือ พาไปดูของจริง ไปดูงานกันเลย

ทักษะการพูด จะต้อง พูดจากจิตวิญญาณ โดยสิ่งที่เราพูด จะต้องเป็นสิ่งที่เราเชื่อสุดๆ ถ้าเราเชื่อสุดๆแล้ว น้ำเสียงและท่าทางของเรา จะออกมาได้ดีอัตโนมัติ

การใช้น้ำเสียงต้องชัดเจน ชัดถ้อย ชัดคำ เน้นเป็นคำๆ

คำพูดที่ใช้ ต้องพูดให้เห็นภาพได้ชัดเจน ถ้าพูดถึงอุบัติเหตุ ต้องพูดให้ผู้ฟัง รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆเลย

เนื้อหาที่นำมาพูด ต้องประกอบสิ่งเหล่านี้ ตามลำดับ

1. เป้าหมาย (อย่าเพิ่งบอก) 
2. หลักการ หรือ ความเชื่อ 
3. เหตุผล 
4. ตัวอย่าง 
5. ย้ำหลักการ
6. บอกเป้าหมาย

ลองมาดูกันนะครับ


ภาพ : TNN24


ผมมีความเชื่อว่า "รองบ เท่ากับ รออุบัติเหตุ" (หลักการ)

เพราะ หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุอย่างร้ายแรง ล้วนมาจากการที่เราให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย มากกว่าความปลอดภัย  (เหตุผล)

เราคงเคยได้ยินข่าว เกิดเหตุเด็กตกลงไปในบ่อน้ำเก่าของโรงเรียน นักข่าวได้ไปสัมภาษณ์ ผอ.โรงเรียน ปรากฎว่า ผอ.บอกว่า ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 3 เดือน และ ผอ.คนเก่าได้แจ้งไว้ว่า ให้ระมัดระวังด้วยว่า บ่อน้ำเก่านี้อันตราย ระวังเด็กจะตกลงไป ตอนนี้กำลังรองบจากรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาอยู่ แต่สายเกินไปเด็กตกลงไปตายซะก่อนที่งบประมาณจากรัฐบาล จะมาถึง (ตัวอย่าง)

ดังนั้น "รองบ เท่ากับ รออุบัติเหตุ" (หลักการ)

เราอยากให้เหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นพนักงานของเรามั้ยครับ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าภรรยาของลูกน้องของเรา มาถามว่า ทำไมสามีของดิฉันต้องมาตายที่นี่? หรือ ลูกเขามาถามเราว่า ทำไมพอผมไม่กลับมาแล้ว?  พวกเราจะตอบลูกกับภรรยาของเขาอย่างไร?


ภาพจาก : Manager.com

ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องจัดการเรื่องของการทำงานในที่อับอากาศอย่างจริงจัง และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับการอบรมทั้งหมด (เป้่าหมาย หรือ สิ่งที่เราต้องการ)

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ?

บางครั้งลองนำเสนอ แบบไม่ต้องเขียนโครงการได้มั้ย? ลองขออนุญาตนั่งคุยกันดู เพราะ ผู้บริหารไม่ค่อยมีเวลาอ่านหรอก และการอ่านมันให้ความรู้สึก ไม่เท่ากับการพูดคุย ตามหลักการ เท่ากับการเห็นภาพ และการได้ยินหรอก 

นี่เป็นอีก 1 เหตุผล ที่ทำไมแต่ละบริษัทต้องมีพนักงานขาย มาพบลูกค้า แทนที่จะส่งแคตาล็อคมาให้เฉยๆ และมันก็กลายเป็นแค่กระดาษเปล่าไร้ค่า ที่ต้องทิ้งลงถังขยะไป

การนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัย ก็คือ ทักษะหนึ่งของการขายนั่นเอง ลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ

เวลาที่ผมไปทำเซฟตี้ทอล์คโชว์ (Talk show) ในงาน Safety day หรือ งานสัปดาห์ความปลอดภัย (Safety week) ผมก็ใช้เทคนิคการสื่อสารแบบนี้ในการพูดครับ 

จึงมีงาน Talk show ด้านความปลอดภัย สม่ำเสมอ คนฟังใช้เวลาไม่นาน ได้ประโยชน์ ประทับใจ เกิดความบันเทิง เชิงสาระ เป็นที่พึ่งพอใจของคนจัดงาน และผู้ฟังเป็นอย่างดี


ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ติดต่องานอบรม

www.pramoteo.com
Facebook : The Safety Coach : BBS 
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ 0859200710
 






วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เทคนิคการพูดเซฟตี้ทอล์คโชว์ ให้เกิดความประทับใจสูงสุด





เมื่อวันที่ 31 พ.ค.59 ผมได้มีโอกาสไป ทอล์คโชว์ สร้างจิตสำนึกความปลอดภัย ที่โรงงานมิตรผล ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

สมัยก่อน ผมเป็นคนที่ต้องใช้สไลด์ตลอดเวลา แต่ปัจจุบันรู้สึกว่า มันน่าเบื่อมาก ผู้ฟังเขามาฟังเรา มาดูเรา ไม่ได้มาดูสไลด์ หรือ มานั่งให้เราอ่านให้ฟัง

ผมจึงพัฒนาตัวเอง มาทำในรูปแบบของการทอล์คโชว์บ้าง ซึ่งยอมรับว่า ตอนนั้นเครียดมาก แต่ตอนนี้ชอบมากครับ สนุก ท้าทายดี เพราะเรามีสต็อคข้อมูลที่ สนุก ขำ มีประโยชน์ ประทับใจเยอะมาก เราก็เลือกที่ดีที่สุด ให้เหมาะกับเนื้อหามาพูด ใช้เวลาแค่ 1 ชม. ไม่รบกวนเวลางานของเขามากมายนัก ก็สามารถชวยให้ทุกคนมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้น บันเทิง เชิงสาระ มาไม่หลับ กลับได้ประโยชน์

การทำ Safety Talkshow ผมนำหลัก NLP มาใช้ โดยเฉพาะเรื่องของนิทาน เพราะมนุษย์ชอบฟังนิทาน ทำไมจึงชอบฟัง ก็เพราะว่ามันเป็นความประทับใจในวัยเด็กของเราไง เด็กทุกคนชอบนิทาน ทุกคนเคยเป็นเด็ก ผมเพียงแค่รื้อมันออกมาให้เราเกิดความสนใจแค่นั้นเอง


นิทานที่เล่ามีอยู่ว่า 

มีเศรษฐีใจบุญคนหนึ่ง ได้สร้างโรงงานขึ้นมา และมีความกังวลว่า ธุรกิจที่ตนเองลงทุน เดิมพันไปทั้งชีวิต จะไปรอดมั้ย

ในคืนก่อนวันที่จะเปิดกิจการ เวลาเที่ยงคืน เขาได้ยินเสียงคนมาเคาะประตูบ้าน จึงลงไปเปิดดู ปรากฎว่า ผู้ที่เคาะไม่ใช่คน แต่เป็นเทวดา 5 องค์ 

 เทวดาทั้ง 5 องค์ เป็นห่วงเศรษฐีมากเพราะ เศรษฐีคนนี้เป็นคนดี มีเมตตา หมั่นทำบุญ ถือศีล 8 และ ชอบช่วยเหลือผู้คน

จึงอยากจะช่วยให้ธุรกิจของเขาเจริญรุ่งเรือง จะได้ไม่ต้องไปแก้ปัญหา หรือทำ CSR ด้วยการปลูกป่าชายเลน เทวดา จึงบอกกับเศรษฐีว่า ท่านสามารถเลือกเราได้ 1 องค์ แล้วจะได้สมดังใจปรารถนาในเรื่องนั้นๆ

องค์ที่ 1  ช่วยให้ผลผลิตดี
องค์ที่ 2  ช่วยให้คุณภาพสินค้าดี
องค์ที่ 3  ช่วยให้ต้นทุนต่ำ กำไรมาก
องค์ที่ 4. ช่วยให้พนักงานมีขวัญกำลังใจ
องค์ที่ 5. ช่วยให้ทุกคนมีความปลอดภัย



เศรษฐีเป็นคนไม่โลภอยู่แล้ว จึงเลือกเทวดาองค์ที่ 5 ปรากฎว่า เทวดาทั้ง 5 องค์ เดินเข้ามาในบ้านของเศรษฐีพร้อมกันเลย เศรษฐีจึงถามว่า ข้าเลือกแค่องค์เดียวเองนะ

เทวดาบอกว่า ก็เพราะท่านเลือก เทวดาองค์ที่ 5 ซึ่งเป็น เรื่องของ "ความปลอดภัย" ไงล่ะ ดังนั้น ท่านจึงได้ทุกอย่าง ผลผลิตดี มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำ พนักงานมีขวัญกำลังใจทีดี เป็นของแถม

คำถามคือ ถ้าพวกเราเป็นเศรษฐีคนนี้ เราจะเลือกเทวดาองค์ไหน?

จป.อย่างเราๆ

เลือกงานอย่างเดียวไม่พอ อย่าลืมเลือกเจ้านายด้วยนะครับ
ขออวยพรให้หาเจ้านายแบบนี้ให้เจอในเร็ววันครับ

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

www.pramoteo.com
Facebook : The Safety Coach : BBS 
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ 0859200710



วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

3 สาเหตุ ของการตาย จากออกซิเจนที่ลดลง ตอนที่ 3



สาเหตุสุดท้าย ของการตาย อันเนื่องมาจากออกซิเจนที่ลดลง

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า

ชาวบ้านคนหนึ่งได้ลงไปในบ่อดินที่ขุดไว้ แล้วปรากฎว่า มีอาการอึดอัด หายใจไม่ออก ทุรนทุราย จะเป็นจะตาย และสุดท้ายก็ได้ตายจริงๆ

เนื่องจากความลึกของบ่อ ประกอบกับผนังของบ่อ ที่เต็มไปด้วยรูพรุนของดิน โดยธรรมชาติแล้วหลักการของก๊าซ ก๊าซจะขยายตัวจนเต็มภาชนะ หรือ พื้นที่ที่มันอยู่

ดังนั้น อากาศที่มีน้อยนิด จึงซึมและทะลุออกไป ทำให้ออกซิเจนลดน้อยลง และคนที่อยู่ภายในต้องสังเวยชีวิต

อีกหนึ่งเรื่องก็คือ มีเรือลำหนึ่ง จอดทิ้งไว้นานแล้ว เด็กๆก็เข้าไปเล่นกันข้างใน แล้วปรากฎว่าไม่ยอมออกมาภายนอก พ่อแม่คิดว่าคงเข้าไปแอบตีดัมมี่กันข้างใน พ่อแม่มาเจออีกทีปรากฎว่า ลูกนอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง ไม่หายใจแล้ว

เนื่องจาก เรือลำนี้มีสภาพเก่ามาก และเต็มไปด้วยสนิมภายใน ตามหลักการที่พูดไว้ในตอนที่ 1 ก็ คือ ออกซิเจนถูกนำไปทำปฏิกิริยา คราวนี้ทำปฏิกิริยากับโลหะ ทำให้เกิดสนิม

นั่นหมายความ "สนิมยิ่งมากออกซิเจนยิ่งน้อย" และแน่นอนรูพรุนของสนิม ทำให้อากาศที่มีอยู่น้อยแทรกซึมออกไป ออกซิเจนก็เลยลดน้อยลง




สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์เหล่านี้ คือ

ออกซิเจนจะลดลง เมื่ออยู่ในที่ๆเป็นสนิม หรือ มีรูพรุนมากๆ

และการตีดัมมี่ควรจะกระทำในพื้นที่ที่ มีอากาศถ่ายเทสะดวก


จบแล้วนะครับทั้ง 3 สาเหตุของการตายอันเนื่องจากออกซิเจนที่ลดลง

หวังว่าบทความทั้ง 3 ตอน
จะมีประโยชน์ และช่วยให้คนไทยปลอดภัยมากขึ้น จากการทำงานในที่อับอากาศนะครับ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดตามข่าวสารต่างได้ที่

Fanpage  : The Safety Coach
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรม

www.pramoteo.com