แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จบไปทำอะไร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จบไปทำอะไร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

จบอาชีวอนามัยฯมา ไม่ต้องเป็นจป.ก็ได้

ในโลกปัจจุบัน หลายคนทำงานไม่ตรงกับสาขาที่จบมา 

บางสาขาจบมา 50 คน คงเป็นไปไม่ได้ ที่คน 50 คน จะทำอาชีพที่ตัวเองจบมา เหมือนกันทุกคน

เพราะทุกคน ล้วนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ติดตัวมาต่างกัน

แต่ด้วยกลไกทางการศึกษาและสังคม ทำให้เรายึดติด และเชื่อว่า เราเรียนด้านนี้มา เราต้องทำงานด้านนี้ 

ซึ่งจริงๆแล้ว คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ 

ล้วนทำใน "สิ่งที่ตนเองรัก" 

หรือ เมื่อเขาเห็นโอกาสใหม่ๆ แล้วตัดสินใจ รีบพัฒนาตัวเองให้ชำนาญในสิ่งนั้น จนสิ่งนั้นกลายเป็นสิ่งที่รัก

เขาก็ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

น้องคนหนึ่ง 

สมัยฝึกงานเป็นจป. ในโรงงาน เธอฝึกงานไปเพียงไม่กี่อาทิตย์ ก็รู้เลยว่า ตัวเองไม่ชอบ 

จึงตั้งเป้าหมายว่า จบมาแล้วจะไปสมัครงานอื่น แล้วมองว่างานขายเป็นงานที่ตนเองชอบ และมีความก้าวหน้าที่ดีแน่ๆ ถ้าตั้งใจทำ 

สุดท้ายก็ไปเป็นฝ่ายขาย แล้วก็เปิดกิจการเป็นของตัวเองในอีกไม่กี่ปีถัดมา

พี่คนหนึ่ง 

เป็นจป.ก่อสร้าง ก็ชอบงานจป.ก่อสร้างดีนะ 

แต่เนื่องจาก อยู่กับผู้รับเหมา บ่อยๆ ก็เริ่มเห็นช่องทางว่า

เราน่าจะทำรับเหมาเองได้ ปริญญาโท ด้านเซฟตี้ที่เรียนอยู่ ก็ไม่เรียนแล้ว ทิ้งเลย

เพราะตอนนี้เห็นโอกาส ได้กลับไปบ้านเกิด จึงบินกลับบ้านต่างจังหวัดไปทำรับเหมาก่อสร้าง

โดยเอาความรู้ที่สะสมมาจากการเป็นจป.และรู้จักกับผู้รับเหมาหลายเจ้า บวกกับความรู้การตลาดที่ตนเองมี 

ทำธุรกิจก่อสร้างบ้านจัดสรรหลายโครงการ

ตอนนี้ ไม่น่าจะเรียกว่า "โคตรรวย" แต่น่าจะเรียก "รวยกันทั้งโคตร" 

ลูกเมียอยู่สบาย 

คนเราไม่จำเป็นต้องทำงานตามที่เราเรียนมาก็ได้ 

ถ้าเราเจอในสิ่งที่รัก ที่สร้างอนาคตได้ 

หรือ เห็นโอกาสแล้วทำตนให้เชี่ยวชาญในสิ่งนั้น มันก็กลายจะเป็นสิ่งที่รัก 

แล้วเราก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

จบอาชีวอนามัยฯมา ไม่จำเป็นต้องเป็นจป.ก็ได้

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

แจกอีบุ๊คฟรี

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เรียนอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จบไปทำอะไร

หลายคน เลือกเรียนอาชีวอนามัยฯ เพราะเชื่อว่าเงินดี และไม่ตกงาน ข่าวร้าย คือ ยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ 

1. จป.เป็นอาชีพที่น่ารังเกียจมาก เพราะทำให้ผลผลิตของนายจ้างลดลง เพิ่มขั้นตอนในการทำงาน และ ค่าใช้จ่ายของบริษัทมากขึ้น

2. จป. นิ้วชี้ยาวกว่านิ้วกลาง วันๆไม่ทำอะไร เดินไปเดินมา แล้วก็จับผิดคนอื่น สั่งอย่างเดียว

3. จป. ขี้ฟ้อง ทำตัวเป็นไม้กันหมาในห้องแอร์

4. จป. ทำงานเอาหน้า พอไม่มีอุบัติเหตุ บอกว่าฝีมือตัวเองคนเดียว

ที่ผมพูดมาทั้งหมด คือ ความจริง นี่คือ ความคิดของ
คนที่ “คิดไม่เป็น หรือ คิดลบ” 

ซึ่งจริงๆแล้ว อาชีพนี้ เป็นอาชีพที่ทรงเกียรติมาก

1. ไม่มีอาชีพไหนบนโลกนี้ ที่ดูแลความปลอดภัยของทุกคนทุกระดับ และความปลอดภัยทุกตารางนิ้ว 

หมอรักษาคนได้ทีละ 1 คน แต่เรา ช่วยเหลือให้คนทีละจำนวนมากๆ ให้รู้จักการป้องกัน และดูแลสุขภาพอนามัยในการทำงานของตัวเอง

2. จป. ไม่ได้เพิ่มค่าใช้จ่าย เพราะความปลอดภัย คือ ส่วนผสมหลักของการผลิต ไม่มีความปลอดภัย ก็ผลิตไม่ได้  

3. จป. ไม่ได้เดินไปเดินมาเพื่อจับผิด แต่เดินเพื่อสังเกตความปลอดภัย และ รับฟังปัญหาด้านความปลอดภัยเพื่อนำไปแก้ไข

4. จป. ต้องนั่งในห้องแอร์ เพราะเอกสารมันเยอะมาก และ งานนอกห้องแอร์ก็เยอะไม่แพ้กัน

ซวยซ้ำ ซวยซาก เพราะ นายจ้างเข้าใจผิดคิดว่า งาน จป. “จ้างแค่คนเดียวก็พอ” ลองนับจำนวนหัวดูสิ น้อยกว่าแผนกอื่นๆทั้งนั้น

จป. สำคัญสุดๆ เพราะต้อง“รับผิดชอบชีวิต และสุขภาพ” ของทุกคน

ถ้าใครไม่มีเมตตา หรือว่า คิดจะมาเอา มากกว่าจะให้ ก็คงไม่เหมาะกับ อาชีพนี้เท่าไรนัก...

มือของผู้ให้ อยู่สูงกว่ามือของผู้รับ
ผู้รับว่ามีความสุขแล้ว แต่ผู้ให้มีความสุขมากกว่า

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
#ความปลอดภัย
www.pramoteo.com