แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เซฟตี้ทอล์คโชว์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เซฟตี้ทอล์คโชว์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

จป. ลาออก Safety Mindset




จป. 2 คน จบมาจากที่เดียวกัน เป็นคนจังหวัดเดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน


จป.คนหนึ่ง บอกว่าเหมือนกินยาพิษทุกวัน เมื่อก้่าวเท้าเข้าโรงงาน เพราะทุกวัน มีแต่ปัญหา คนในโรงงาน ก็ไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายก็ลาออกไป

ส่วน จป.คนที่ 2 ก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่ลาออก เพราะเขาเชื่อว่า มันคือ "ความท้าทาย"

5 ปีถัดไป จป.คนที่ 2 ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายอาชีวอนามัยฯ และ เป็น ประธานของคณะกรรมการต่่างๆของบริษัท

ส่วนจป. คนที่ 1 ยังคงตั้งหน้าตั้งตา เปลี่ยนงานใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่มีหลักมีแหล่ง ทำงานไม่กินข้าวกลางวัน เพราะใช้ชีวิตแบบ เช้าชาม เย็นชาม และ ยังคงเป็น officer ต่อไป

ทำไมจป. 2 คน จบจากที่เดียวกัน รุ่นเดียวกัน เป็นคนจังหวัดเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของชีวิต แตกต่างกัน

ความแตกต่างเกิดจาก "กรอบของความคิด" ที่แตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า Mindset

Mindset มี 2 แบบ คือ

1. Fixed Mindset (กรอบความคิดที่จำกัด)

2. Growth Mindset (กรอบความคิดที่พัฒนาได้)




คนที่มีกรอบความคิดที่จำกัด เขาจะเชื่อว่า "ฉันพัฒนาไม่ได้" และ กลัวเรื่องของความผิดพลาด ปัญหา คือ เรื่องใหญ่ของชีวิต ผิดไม่ได้

ส่วน คนที่มีกรอบความคิดที่พัฒนาได้ จะมีความเชื่อว่า "ฉันพัฒนาได้" และ เขาบอกตัวเองเสมอว่า

ปัญหาที่เจอ คือ ความท้าทาย
ความผิดพลาด คือ การเรียนรู้

นี่แหละ คือ ความแตกต่าง ที่ทำให้ชีวิตของ จป. ทั้งสองคน แตกต่างกัน

ดังนั้น การพัฒนากรอบความคิด จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะทำให้เราก้าวหน้าในชีวิต และ หายใจอย่างมีความสุขทุกๆวัน

จะพัฒนากรอบความคิด ทำได้โดยการมองว่าสถานการณ์ต่างๆในชีวิต คือ เรื่องปกติ และ ฉันสามารถทำให้มันดีขึ้นได้

"ทุกปัญหามีให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม"

ใครที่แก้ปัญหาได้เก่ง คนนั้นก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากกว่า คนที่ไม่คิดจะแก้ปัญหาอะไรเลย




มาพัฒนากรอบความคิดกันเถอะ
เป็นกำลังใจให้น้องๆ จป. ทุกคนครับ

#safetymindset
พฤติกรรมความปลอดภัย

แจกฟรีอีบุ๊ก ต่างที่คิด ชีวิตจึงปลอดภัย  www.pramoteo.com

วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เทคนิคนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยให้โดนใจนายจ้าง



ปัญหาที่ จป. หลายคนเจอ คือ "การนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยไปแล้ว ไม่ได้รับการอนุมัติ" เช่น การจัดซื้อ PPE หรือ อุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ และ การปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด 

คำตอบที่เราได้ยินกันบ่อยๆก็คือว่า ไม่มีงบ ไม่มีเวลา ตอนนี้กำลังเร่งการผลิตไม่ว่าง มีวิธีการอื่นอีกมั้ย หรือ ทำไม่ได้หรอก

วันนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ ในการนำเสนอที่ได้ผล จากการพูดคุย โดยใช้เอกสาร และตัวหนังสือให้น้อยที่สุด โดยอาศัยเทคนิคจาก "การพูด และสื่อ"

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า มนุษย์จะรับรู้ได้ดี จากประสาทสัมผัสใดบ้าง


เราจะเห็นได้ว่า การมองเห็น และได้ยิน จะช่วยในการรับรู้ได้ดีที่สุด

ดังนั้น ถ้าต้องการที่จะโน้มน้าวคนได้ ก็ต้องให้ความสำคัญกับ 2 ประสาทสัมผัสนี้
นี่คือ อีก 1 เหตุผลที่ วิทยากร หรือ นักพูดหลาย คนประสบความสำเร็จ เนื่องจากเขาโฟกัสใน 2 สิ่งนี้

การที่จะนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยให้ได้รับการอนุมัตินั้น ก็จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคนี้ คือ การพูด และ การใช้สื่อในประกอบการมองเห็น เช่น ภาพ วีดีโอ หรือ พาไปดูของจริง ไปดูงานกันเลย

ทักษะการพูด จะต้อง พูดจากจิตวิญญาณ โดยสิ่งที่เราพูด จะต้องเป็นสิ่งที่เราเชื่อสุดๆ ถ้าเราเชื่อสุดๆแล้ว น้ำเสียงและท่าทางของเรา จะออกมาได้ดีอัตโนมัติ

การใช้น้ำเสียงต้องชัดเจน ชัดถ้อย ชัดคำ เน้นเป็นคำๆ

คำพูดที่ใช้ ต้องพูดให้เห็นภาพได้ชัดเจน ถ้าพูดถึงอุบัติเหตุ ต้องพูดให้ผู้ฟัง รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆเลย

เนื้อหาที่นำมาพูด ต้องประกอบสิ่งเหล่านี้ ตามลำดับ

1. เป้าหมาย (อย่าเพิ่งบอก) 
2. หลักการ หรือ ความเชื่อ 
3. เหตุผล 
4. ตัวอย่าง 
5. ย้ำหลักการ
6. บอกเป้าหมาย

ลองมาดูกันนะครับ


ภาพ : TNN24


ผมมีความเชื่อว่า "รองบ เท่ากับ รออุบัติเหตุ" (หลักการ)

เพราะ หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุอย่างร้ายแรง ล้วนมาจากการที่เราให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย มากกว่าความปลอดภัย  (เหตุผล)

เราคงเคยได้ยินข่าว เกิดเหตุเด็กตกลงไปในบ่อน้ำเก่าของโรงเรียน นักข่าวได้ไปสัมภาษณ์ ผอ.โรงเรียน ปรากฎว่า ผอ.บอกว่า ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 3 เดือน และ ผอ.คนเก่าได้แจ้งไว้ว่า ให้ระมัดระวังด้วยว่า บ่อน้ำเก่านี้อันตราย ระวังเด็กจะตกลงไป ตอนนี้กำลังรองบจากรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาอยู่ แต่สายเกินไปเด็กตกลงไปตายซะก่อนที่งบประมาณจากรัฐบาล จะมาถึง (ตัวอย่าง)

ดังนั้น "รองบ เท่ากับ รออุบัติเหตุ" (หลักการ)

เราอยากให้เหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นพนักงานของเรามั้ยครับ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าภรรยาของลูกน้องของเรา มาถามว่า ทำไมสามีของดิฉันต้องมาตายที่นี่? หรือ ลูกเขามาถามเราว่า ทำไมพอผมไม่กลับมาแล้ว?  พวกเราจะตอบลูกกับภรรยาของเขาอย่างไร?


ภาพจาก : Manager.com

ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องจัดการเรื่องของการทำงานในที่อับอากาศอย่างจริงจัง และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับการอบรมทั้งหมด (เป้่าหมาย หรือ สิ่งที่เราต้องการ)

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ?

บางครั้งลองนำเสนอ แบบไม่ต้องเขียนโครงการได้มั้ย? ลองขออนุญาตนั่งคุยกันดู เพราะ ผู้บริหารไม่ค่อยมีเวลาอ่านหรอก และการอ่านมันให้ความรู้สึก ไม่เท่ากับการพูดคุย ตามหลักการ เท่ากับการเห็นภาพ และการได้ยินหรอก 

นี่เป็นอีก 1 เหตุผล ที่ทำไมแต่ละบริษัทต้องมีพนักงานขาย มาพบลูกค้า แทนที่จะส่งแคตาล็อคมาให้เฉยๆ และมันก็กลายเป็นแค่กระดาษเปล่าไร้ค่า ที่ต้องทิ้งลงถังขยะไป

การนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัย ก็คือ ทักษะหนึ่งของการขายนั่นเอง ลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ

เวลาที่ผมไปทำเซฟตี้ทอล์คโชว์ (Talk show) ในงาน Safety day หรือ งานสัปดาห์ความปลอดภัย (Safety week) ผมก็ใช้เทคนิคการสื่อสารแบบนี้ในการพูดครับ 

จึงมีงาน Talk show ด้านความปลอดภัย สม่ำเสมอ คนฟังใช้เวลาไม่นาน ได้ประโยชน์ ประทับใจ เกิดความบันเทิง เชิงสาระ เป็นที่พึ่งพอใจของคนจัดงาน และผู้ฟังเป็นอย่างดี


ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ติดต่องานอบรม

www.pramoteo.com
Facebook : The Safety Coach : BBS 
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ 0859200710