แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พฤติกรรมความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พฤติกรรมความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

BBS รู้ลึก รู้จริง Behavior Based Safety


🔥แจกฟรี ❗️ อีบุ๊ค "รู้ลึก รู้จริง BBS " 

เขียนโดย " ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย" 

เล่าจากประสบการณ์จริงครับ มีทั้งหมด 6 บท 69 หน้า

🔸️บทที่ 1: ช่องว่างระหว่าง “ความรู้” กับ “พฤติกรรม”  

🔸️บทที่ 2: ทำไม BBS จึงล้มเหลวในองค์กร  

🔸️บทที่ 3: การสังเกตพฤติกรรม อย่างมีความหมาย  

🔸️บทที่ 4: การให้ Feedback ที่เปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง  

🔸️บทที่ 5: จาก Observation สู่การเปลี่ยนพฤติกรรม  

🔸️บทที่ 6: BBS ในหน้างาน — จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง  

📌นำไปใช้ได้เลย อ่านง่าย สบายตา ตัวหนังสือน้อย แต่ประโยชน์มาก 

แทนคำขอบคุณที่สนับสนุนตลอดมาครับ 

สามารถคัดลอกข้อความนี้ส่งให้เพื่อนๆในกลุ่มไลน์ได้ครับ


https://forms.gle/D5jt1giGxAKF5RLo6

ต้องการรับข่าวสารต่างๆ
แอดไลน์ @thesafetycoach

www.safetycoach.co.th

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

6 Keys to Success of Safe Behavior

6 Keys to Success of Safe Behavior

1. นายจ้างให้ความสำคัญ
2. ทีมงานมาจาก อาสาสมัคร มากกว่า ถูกบังคับ
3. ลูกจ้างได้รับการอบรม
4. ฉลอง เมื่อประสบความสำเร็จ
5. บอกถึงเบื้องหลังของความสำเร็จ ให้ทุกคนทราบ
6. ตั้งเป้าหมายความปลอดภัยใหม่ ให้ท้าทายกว่าเดิม

ผมมีโอกาสได้พูดคุยหลายๆที่ ที่ทำเรื่องของความปลอดภัย จนประสบความสำเร็จ จึงสรุปเบื้องหลังความสำเร็จมาให้ครับ

1. นายจ้างให้ความสำคัญ

บริษัทจะดีก็เพราะผู้นำ บริษัทจะพังก็เพราะผู้นำ ดังนั้นผู้ตามจะไปทางไหน ล้วนขึ้นอยู่กับผู้นำ ถ้าผู้นำให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยอย่างแรงกล้า ผู้ตามก็ไม่ต่างกัน

2. ทีมงานมาจากอาสาสมัคร มากกว่าถูกบังคับ

แรงขับมันแตกต่างกัน คนที่อยากทำ กับถูกบังคับให้ทำ ผลลัพธ์ ความสุข ความสนุกที่ได้มันแตกต่างกัน พวกที่ถูกบังคับให้ทำ จะเฉาก่อน 

แต่พวกที่อยากทำ จะมีกรอบความคิดที่พัฒนาได้ (Growth Mindset) มีความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา ความปลอดภัยก็จะไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ

3. ลูกจ้างได้รับการอบรม

องค์กรที่ยั่งยืน ไม่ต้องรอนับวันปิดบริษัท จะแบ่งผลกำไร 3 % มาพัฒนาคน แต่องค์กรที่มองแต่ผลกำไร งบส่วนนี้จะมีให้แค่หัวข้ออบรมที่กฎหมายบังคับ 

ไม่มีทางหรอกที่ไอโฟน จะเกิดจากการใช้คนห่วยๆมาทำงาน ความปลอดภัยก็เช่นกัน ถ้าไม่รู้เรื่องความปลอดภัย ก็ไม่เกิดความปลอดภัย

4. ฉลองเมื่อประสบความสำเร็จ

มนุษย์จะจดจำการด่า หรือ การถูกลงโทษมากกว่า รางวัล หรือ คำชื่นชม 5 เท่า 

ดังนั้นการฉลองต้องจัดให้หนัก จัดให้เต็ม แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องสิ้นเปลือง และที่สำคัญต้องขอบคุณทีมงาน และ พนักงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างจริงใจ

5. บอกถึงเบื้องหลังของความสำเร็จให้ทุกคนทราบ

Repetitive is mastery การทำงานอะไรซ้ำๆ จะทำให้เรา เป็นผู้เชี่ยวชาญ อะไรที่ทำแล้วส่งผลให้เกิดความปลอดภัย ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ 

เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า เพราะทำแบบนี้ ผลลัพธ์จึงเป็นแบบนี้ จะได้เกิดการทำซ้ำ

6. ตั้งเป้าหมายความปลอดภัยใหม่ ให้ท้าทายกว่าเดิม

จะทำอะไรต้องเอาความสนุกเป็นตัวตั้ง เพื่อป้องกันการหมดพลังในการทำงาน 

การตั้งเป้าหมายให้ท้าทายกว่าเดิมในเรื่องของ Neuroscience หรือ ประสาทวิทยา บอกไว้ว่า จะทำให้สมองเกิดความกระตือรือร้น และ หลั่งสารสุขออกมา ทำให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น 

ยกเว้นสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ยูไนเตต ตอนนี้...

สำคัญมากๆก็คือ
 
คนที่เป็น "ผู้นำ" แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ "ผู้ตาม" 

ถ้าผู้นำเปรียบเสมือนเรือ  ผู้ตามก็เปรียบเสมือนน้ำ 
น้ำทำให้เรือลอยได้ แต่น้ำก็ทำให้คนจมได้ เช่นเดียวกัน 

ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

#ผู้นำด้านความปลอดภัย
#KeysSucessofSafeBehavior
#SafetyLeadership

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

แจกอีบุ๊คฟรี

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พฤติกรรมความปลอดภัย เป้าหมายชีวิต ภาษาอังกฤษ ตอนที่1...


 


เมื่อ 23 พ.ย. 2555 ผมได้มีโอกาสกลับไปทดแทนคุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหิดล

ผมได้ไปบรรยาย
การปลูกฝังพฤติกรรมความปลอดภัย BBS (Behavior-Based Safety)
จากประสบการณ์จริง และบินไปศึกษาเพิ่มเติมจากต้นตำรับกับบริษัทที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในตำรา BBS ดีๆหลายเล่ม

ผมโชคดีมากที่ได้รับการถ่ายทอดมาโดยตรงจากปรมาจารย์ชาวแคนนาดา วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้นำมาถ่ายทอดให้น้องๆทุกคนครับ

ตอนท้ายชั่วโมง
ผมได้แบ่งปันและเล่าประสบการณ์การทำงานด้านความปลอดภัยฯ อุปสรรคปัญหาต่างๆในการทำงานการทำงานกับผู้ใหญ่ การปรับตัว
และความสำคัญของภาษาอังกฤษจากประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยตรงของผมที่ผมกระเสือกกระสนจากเมืองไทยหนีไปออสเตรเลียว่า...พลิกความคิด พลิกชีวิต เขาทำกันอย่างไร?



BBS (Behavior-Based Safety)

เป็นวิธีการที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยโดยอาศัยหลักการความปลอดภัย วิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาอย่างต่อเนื่อง เข้มข้น เต็มระบบ

ผมเคยได้ยินหลายคนพูดว่า มันเป็นระบบที่ดีนะ แต่เอามาใช้กับคนไทยไม่ได้ ผมฟังแล้วเศร้าใจกับความคิดนี้มาก...


ลองนึกดู ถ้าเราบอกตัวเองทุกวันแบบนี้ บอกตัวเองคนเดียวไม่พอ ยังไปบอกกับชาวบ้านอีกว่า มันเป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้หรอกทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำมันคงไม่มีทางเป็นไปได้เลย หรือไม่กล้าแม้แต่จะคิด....

ถ้าเชื่อแบบนี้จะทำอะไรก็ไม่มีทางสำเร็จ

ดังนั้นเปลี่ยนความคิดกันเถอะครับ


จำไว้ว่า

ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ คุณจะไม่มีทางลงมือทำ...
แต่ถ้าคุณคิดตรงข้ามกัน คุณจะไม่ได้ทำแค่คนเดียว...
จะมีหลายคนมาช่วยคุณ และลุยไม่เลิกจนกว่ามันจะสำเร็จ...

คนทั้งบริษัทจะตกตลึงกับความเก่งความสามารถของคุณ เลิกเถอะครับ การคิดตามความคิดของคนอื่น
โปรดอย่าได้เชื่อจนกว่าคุณจะได้ลงมือทำมัน

คุณจะไม่มีทางรู้โดยเด็ดขาดว่า
คุณจะบินไปได้ไกลแค่ไหน ถ้ายังไม่เคยกางปีก
อุปสรรคยิ่งมากปัญหายิ่งเยอะ
แต่ถ้าแก้ได้ ผลลัพธ์ที่ได้คืนมา มันจะยิ่งใหญ่มาก



เชื่อผมเถอะครับ ฝรั่งนำ BBS ไปใช้จนประสบความสำเร็จได้ เขาก็คนเราก็คนแล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะครับ สมองคนไทยไม่ธรรมดานะ สุขภาพจิต อารมณ์ขัน และมีน้ำใจ 

แค่เอามาปรับ เอามาแต่ง เอามาปรุง เอามาใช้ให้เหมาะกับคนไทยก็ใช้ได้แล้วครับ

สำหรับ BBS สองชม.นี้ ผมไม่พูดอะไรมาก แต่ที่จำเป็นต้องพูดมาก คือ
การเปลี่ยนความคิด...

เปลี่ยนจากไม่ชอบกลายเป็นชอบ
เปลี่ยนจากไม่เชื่อกลายเป็นเชื่อ
เปลี่ยนจากอนตรายกลายเป็นปลอดภัย

สิ่งที่อยากให้เชื่อก่อนที่จะเข้าเนื้อหามีดังนี้ครับ
1. อุบัติเหตุและโรคจากการทำงานสามารถป้องกันได้
2. ความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของทุกคน
3. ผู้บริหาร หัวหน้างาน ต้องให้การสนับสนุน
4. ธุรกิจที่ดี ต้องมีความปลอดภัย
5. ทัศนคติที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
6. ความปลอดภัยเป็นเงื่อนไขของการว่าจ้าง

เอาไว้ต่อตอนถัดไปนะครับ...
อ่านจบแล้วมาคุยกันที่...

www.pramoteo.com

ต่างที่คิด...ชีวิตจึงปลอดภัย...


วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

จิตสำนึกความปลอดภัย ตอนที่ 4 : สาเหตุแอบแฝง



ความเดิมตอนที่แล้วเราได้เห็นวิธีการพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Talk to) แต่เหตุใดพฤติกรรมเสี่ยง (At risk) เหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นล่ะ มันเป็นพฤติกรรม หรือโรคติดต่อหรือเปล่าก็ไม่รู้ เรามาดูกันดีกว่าครับ
การที่คนแสดงพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยนั้นมีหลายสาเหตุ แต่หลักๆแล้วมีสาเหตุแอบแฝงดังต่อไปนี้
สาเหตุแอบแฝง(underlying causes)
  1. ขาดความรู้ หรือไม่ได้รับการอบรม
  2. คิดว่ามันไม่เกิดขึ้นตอนนี้หรอก
  3. ทัศนคติไม่ดีต่อความปลอดภัย
  4. ไม่เข้าใจการใช้งานอุปกรณ์ความปลอดภัย
  5. ทำแบบนี้มานานแล้วก็ไม่เป็นอะไร
  6. ทำตามพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยของคนหมู่มาก
  7. สะดวกอิสระ สบาย เอาง่ายเข้าว่า
  8. ให้ความสำคัญผลผลิตมากเกินไป
  9. สภาพจิตใจในขณะนั้น เป็นกังวล จิตใจไม่ปกติ



ลองย้อนกลับไปอ่าน ตัวอย่างที่ 2 ของตอนที่ 3 ดูสิครับว่าสาเหตุแอบแฝง คือ หัวข้อใด ผมให้เวลา 1 นาทีครับ
เฉลย คือ ข้อที่ 1, 4 และ 7 คือ พนักงานไม่มีความรู้ว่าทินเนอร์มันอันตรายต่อสุขภาพเพียงใด, ไม่ทราบว่าตลับกรองที่สวมใส่อยู่หมดอายุซะแล้ว และปฏิสธการสวมใส่หน้ากากเพราะว่าสบายกว่า
แต่คนเรา หรือหัวหน้างานมักจะด่วนพิพากษาก่อนเลย คือ ตัดสินจากตาของเราที่เห็น เช่น พนักงานไม่ใส่หน้ากาก ก็สรุปเลยว่าไอ้นี่ไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยเลย แต่แท้จริงแล้วอาจมาจาก ข้อที่ 1 ก็ได้ คือ ขาดความรู้ ไม่ได้รับการอบรม
ผมมีตัวอย่างหนึ่งน่าสนใจมากที่ได้ยินมาจาก อ.วรภัทร์ ภู่เจริญ เรื่องมันมีอยู่ว่า

 ภาพ : citicab.weebly.com

บริเวณจุดกลับรถแห่งหนึ่ง คนขับรถเก๋งสุดหรูกำลังรอที่จะกลับรถที่จุดกลับรถ อย่างไม่รีบร้อน ทันใดนั้นเอง แท๊กซี่ที่อยู่ด้านหลังกดแตรไล่ ปิ้นๆๆๆ คนขับรถเก๋งก็อารมณืเสียขึ้นมาทันที และไม่สนใจไม่ยอมกลับรถสักทีนานอยู่หลายนาที แม้ว่ารถจะว่างแล้ว คนขับรถเก๋งก็ไม่ขยับไปไหน แท๊กซี่ก็กดแตร์ต่อไป ทั้งถี่ ทั้งยาว สนั่นหวั่นไหวมากกว่าเดิม คนขับรถเก๋งโกธรจัด หูแดง ควันออกจมูก ลงจากรถ ด้วยใบหน้าที่แดงกร่ำ ด้วยความโกธร และเดินตรงไปที่แท๊กซี่ และบอกว่า…”
คนขับรถเก๋ง : ลุง มีปัญหาอะไร!
ลุงขับแท๊กซี่: รถก็ว่างแล้วทำไมคุณไม่ไปล่ะครับ แต่ตอนนี้ผมไม่รีบแล้วล่ะ
คนขับรถเก๋ง : ทำไมล่ะ! และเหลือบมองเข้าไปที่เบาะหลัง เห็นหญิงสาวนอนแน่นิ่ง
ลุงขับแท๊กซี่: ผมมีคนป่วยมาด้วยเขาต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน แต่สายไปเสียแล้วล่ะ เขาเสียชีวิตแล้วครับ
คนขับรถเก๋ง : แน่นิ่ง มือสั่น ทำอะไรไม่ถูกและรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ตนเองทำลงไปเนื่องจากไม่ทราบสาเหตุก่อน
ตัวอย่างนี้ค่อนข้างชัดเจน ผมคงไม่อธิบายแล้วนะครับว่า การไม่ค้นหาสาเหตุแอบแฝงก่อน หรือสรุปเอาเอง ไม่ห้อยคำพิพากษาก่อน ผลสุดท้ายมันเป็นอย่างไร
 ภาพ : www.smu.edu.sg


คำถามที่เป็นประโยชน์
  • ที่ทำงานของเราพนักงานพนักงานทำพฤติกรรมเสี่ยง (At risk ) บ้างหรือเปล่า?
  • พนักงานเหล่านั้นทำพฤติกรรมเสี่ยงเนื่องจากสาเหตุ (Underlying causes) เหล่านี้หรือไม่?
  • เราจะใช้วิธีใดในการเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ what if และ talk to สามารถนำมาใช้ได้หรือไม่?
  • เราเคยด่วนพิพากษาก่อนเลยหรือเปล่า?
 ภาพ : www.dir.coolclips.com


สรุป
อย่าด่วนพิพากษา เพราะถ้าเราไม่มีการค้นหาสาเหตุแอบแฝงก่อน อาจทำให้เราเข้าใจผิด เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์มักคิดในแง่ลบก่อนเสมอ (Negative thinking) ที่มากไปกว่านั้น การไม่ค้นพบสาเหตุแฝงที่แท้จริงยังทำให้เกิดการกระทำที่ไม่ปลอดภัยดังกล่าวซ้ำไป ซ้ำมา จนเกิดการบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุได้ และผลที่ตามมาคือเราจะเห็นว่าพนักงานทำงานปลอดภัยก็แค่เฉพาะเวลาที่เราเข้ามาตรวจเท่านั้น แล้วตอนที่เราไม่ได้มาตรวจล่ะครับ?

ถ้าอ่านแล้วมีประโยชน์ อยากรับข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมรบกวนคลิ๊ก "like" ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
Source : www.pramoteo.com