แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารเคมีอันตราย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารเคมีอันตราย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

สารเคมี ต้องเก็บในขวดสารเคมี

              ภาพ : ทุบโต๊ะข่าว

ในกรณีของน้านงค์ ที่ดื่มน้ำยาล้างเครื่องเงินเข้าไป

ตอนนี้ฟื้นตัวแล้วครับ 

น้านงค์เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนชอบล้างเครื่องเงิน

วันนั้น พอล้างเครื่องเงินเสร็จ ก็เอาน้ำยาที่เหลือไปเก็บไว้ในขวดน้ำดื่ม แล้วนำไว้ในห้องน้ำ

ผ่านไปหลายวัน น้านงค์เข้าไปในห้องน้ำ เห็นขวดน้ำวางในห้องน้ำ 

เข้าใจว่าเป็นน้ำดื่ม จึงนำออกมา ไปวางรวมกับน้ำดื่มขวดอื่นๆ

แต่โชคร้าย ดันไปหยิบโดนขวดนั้นขึ้นมาดื่ม 

จึงเป็นเหตุที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ตามหลักการของความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมีนั้น 


สาเหตุของการกลืนกินสารเคมี แบ่งเป็น 2 สาเหตุ

1. ตั้งใจกิน เพื่อฆ่าตัวตาย 
2. เผลอกินโดยที่ไม่รู้ตัว 

ในกรณีของน้านงค์นั้น เกิดจากการเผลอกิน โดยไม่รู้ตัว 

โดยสาเหตุเกิดจาก

1. นำสารเคมี ไปใส่ในขวดน้ำดื่ม ซึ่งไม่ใช่เป็นขวดใส่สารเคมีนั้นๆ

2. นำขวดน้ำดื่ม ที่มีสารเคมีนั้น ไปวางรวมกับขวดน้ำดื่ม

ก่อนหน้านั้น ก็มีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆกันคือ 

น้องคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า 

วันก่อน เธอเอาน้ำยาล้างทำความสะอาด ใส่ขวดน้ำดื่ม แล้ววางไว้บนโต๊ะอาหาร

สามีมาเห็น ก็นำไปเก็บไว้ในตู้เย็น

เมื่อน้องคนนี้กลับมาถึงบ้าน กระหายน้ำมาก เพราะนอกบ้านมันร้อน

จึงเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำที่สามีเอามาไว้ในตู้เย็นมาดื่ม 

ปวดแสบ ปวดร้อน ต้องรีบไปล้างท้องกันที่ รพ. กันเลยทีเดียว

ตู้เย็นเก็บสารเคมีในห้องแลปก็เช่นเดียวกัน 

บางคน ก็ชอบเอาน้ำดื่ม เอาอาหารไปแช่รวมกัน   

แต่บางคน ไม่มีขวดเคมี ก็เอาขวดน้ำดื่มไปใส่สารเคมีแทน 

คนที่ชอบแช่ของกินในตู้เย็นตู้นี้เป็นประจำ ก็ไม่รู้ ก็หยิบขวดน้ำดื่มที่มีเคมีตัวนั้นมาดื่ม 

เพราะเข้าใจว่าคือ น้ำดื่มธรรมดา

ก็ต้องรีบนำส่ง รพ.เช่นเดียวกัน

ภาพ : แก้ว The Safety Coach Mug

สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือว่า 

1. สารเคมี ต้องใส่ในขวดสารเคมี ถ้าไม่มีขวดสารเคมี ต้องติดฉลาก มีสัญลักษณ์ให้เห็นชัดเจน ว่าห้ามรับประทาน !

2. ไม่เก็บ หรือ วางสารเคมีรวมกับอาหารและน้ำดื่ม

3. สื่อสารกับคนในบ้าน และที่ทำงานให้ชัดเจนว่า 2 ข้อนี้เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา สมุทรปราการ




ภาพ : www.greenpeace.org

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 57 ผมเดินทางไปบรรยายเรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมีอันตราย และอุปกรณ์ป้องกัน ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอัญธานี เขตประเวศ กทม. พอเปิดประตูรถลงมา ตกใจมาก ทำไมปีนี้หน้านาวมันมาไวจัง แถวบ้านผมที่พระรามสอง เมื่อเช้านี้มันยังเป็นหน้าร้อนอยู่เลย แต่ที่นี่หมอกลงปกคลุม เต็มไปหมด แต่พอดมแล้ว มันแสบจมูกไม่สดชื่นเหมือนเดือนสุดท้ายของสิ้นปีที่แล้วมันแสบคอ แสบจมูกมาก 


ผมเคยเป็น จป. มาก่อน ดังนั้นเรื่องจมูกไม่ต้องห่วง ผมเป็นคนที่มีจมูกไวมาก บวกกับเป็นโรคแพ้อากาศด้วย ดังนั้นจมูกของผม จึงมีความเปียกชื้นตลอดเวลา ทำให้กลิ่นที่หายใจเข้ามาจะถูกความชื้นในจมูกดูดซับไว้ ทำให้ได้รับกลิ่นได้ชัดเจน รวดเร็ว และแม่นยำ

ส่วนหู คนทั่วๆไปจะได้ยินเสียงที่ความถี่ 20-2000 เฮิรตซ์ แต่สำหรับผมแล้วแม้กระทั่งเสียงที่มนุษย์ทั่วไปไม่ได้ยิน ผมยังได้ยินเลย บางทีเสียงไกลเป็นกิโลเมตร ผมยังได้ยินเลย และผมยังสามารถกระดิกหูเพื่อโน้มรับเสียงที่มาจากทุกทิศ ทุกทางได้อีกด้วย

หลายท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ คงกำลังสงสัยว่า ตกลงคนเขียนมันเป็นคนหรือตัวอะไรกันแน่วะ ผมขอยืนยันครับว่า...ผมเป็นคนปกติ...



ภาพ : www.naewna.com


เรื่องของเรื่องมันสืบเนื่องมาจากเย็นวันที่ 16. มี.ค. 57 ได้เกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะ เนื้อที่ 400 ไร่ ใน ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ โดยเพลิงได้ลุกลามอย่างหนักกินพื้นที่บริเวณกว้าง ทำให้เกิดควันปกคลุมไปรอบรัศมีหลายกิโลเมตร เป็นเหตุชาวบ้าน 800 กว่าครัวเรือน ต้องรีบเก็บข้าวของอพยพ ส่วนประชาขนที่อยู่ไกลออกไปก็รับผลกระทบลดหลั่นตามสัดส่วน แบ่งๆกันไปตามลำดับ
บ่อขยะเต็มไปด้วยสารพิษ สารไม่ดี สารที่เขาไม่เอาแล้ว เอามาทิ้งรวมๆกันเต็มไปหมด เมื่อมันถูกความร้อน หรือทำปฏิกิริยากันเอง ก็จะทำให้เกิดความร้อน หรือประกายไฟ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาจะเป็นสิ่งอื่นใดไม่ได้ นอกจากการระเบิด และการลุกติดไฟ รวมถึงของแถมที่เกิดจากการเผาไหม้ คือ เขม่า และสารพิษ

 
ภาพ : www.naewna.com

เขม่า คือ อนุภาคของแข็งที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์อันเนื่องมาจากการมีก๊าซออกซินเจนที่ไม่เพีงพอต่อการเผาไหม้ ทำให้เกิดสารประกอบที่เป็นไฮโดรคาร์บอนฟุ้งกระจายเต็มไปหมด

สารพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ที่น่ากลัวมากก็ คือ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซที่เป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) และสารเหล่านี้รวมๆกัน ทำให้เกิดอาการไอ หายใจลำบาก แน่หรือเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย และปวดมึนศีรษะ

 
ภาพ :www.news.sanook.com


จากผลการตรวจวัดเมื่อ 19 มี.ค. 57 ในรัศมี 200 เมตร. จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า
=> มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ สูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 8 เท่า
=> มีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 3 เท่า
=> มีก๊าซที่เป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) สูงกว่าค่ามาตรบาน 1 เท่า

จากประสบการณ์ของผม ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการปกป้องระบบทางเดินหายใจ จึงอยากแนะนำให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง จำเป็นต้องสวมหน้ากากเพื่อดูแลสุขภาพ และความปลอดภัยของตนเอง โดยทำการป้องกันอันตรายจากเขม่า และก๊าซพิษเหล่านี้ ที่เป็นทั้งไอสารอินทรีย์ และไอกรด 

สำหรับประชาชนทั่วไป การป้องกันควรสวมหน้ากากดังต่อไปนี้


1. หน้ากากประเภทใช้แล้วทิ้ง

  

มาตรฐานขั้นต่ำที่แนะนำให้นำมาใช้คือ มาตรฐาน P1 และ N95 สำหรับกรองควัน และเขม่า โดยหน้ากากมาตรฐาน P1 สามารถกรองอนุภาคที่ขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหน้ากากมาตรฐาน N95 สามารถกรองอนุภาคที่ขนาดเดียวกันได้อย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ และหน้ากากต้องมีผงคาร์บอนอยู่ด้านในของเส้นใย ที่สามารถป้องกันไอกรด และไอสารอินทรีย์ได้ 


2. หน้ากากประเภทไส้กรองเดี่ยว หรือไส้กรองคู่


 
ประกอบไปด้วยครอบหน้า, ตลับกรองอากาศชนิดมีผงคาร์บอนที่ป้องกันได้ทั้ง ไอกรด และไอสารอินทรีย์ และแผ่นกรองมาตรฐาน N95 รวมไปถึงฝาครอบ 

คำถามที่มีประโยชน์

1. ทุกวันนี้พวกเราได้แยกขยะกันได้ถูกต้องหรือไม่
2. หน่วยงานที่นำขยะที่เราแยก ได้นำไปกำจัดได้อย่างถูกต้องหรือเปล่า
3. กองขยะที่ไหนบ้างที่่กำลังปะทุ และกำลังจะเกิดซ้ำอีกครั้งแบบนี้ 
 


ขอให้ปลอดภัยทุกคนครับ 


ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

www.pramoteo.com

LINE : bbstrainer 


ข้อมูล และ ภาพประกอบจาก


และแหล่งอื่นๆจาก Internet