แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรมความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรมความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569

BBS Trainer Program วิทยากร BBS


ในวันที่อายุเยอะขึ้น ผมเริ่มมองเห็นว่า อะไรๆก็ไม่แน่นอน และเริ่มมองเห็นว่า เวลาของเรา "มีจำกัด"

ครั้งหนึ่งผมเคยได้ยินวิทยากรท่านถึงบอกว่า 

ที่เขาเขียนหนังสือหรือจัดสัมมนาก็เพราะว่า เขาไม่รู้ว่าเขาจะตายวันไหน 

เขารู้สึกว่า เขาเสียดายความรู้ที่ตัวเองมี 

ผมบอกได้เลยว่าผมฟังแล้ว"หมั่นไส้มาก" จริงๆดูแล้วน่าจะเพื่อผลกำไรของตัวเองซะมากกว่า

ผ่านมา 15 ปี ในวันนี้วันที่ผมมีอายุ 48 ปี

ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ที่วิทยากรท่านนั้นพูดมา มันคือความจริงครับสำหรับผม 

เพราะตอนนี้ผมรู้สึกแบบนั้นแล้ว

บางคนอ่าน ก็อาจจะหมั่นไส้ก็ได้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของปัจเจกครับ 

บางอย่างต้องอาศัยประสบการณ์ และอายุ ในการทำให้เรา เกิดการตกผลึก ในเรื่องนั้นๆจริงๆ...

จึงตัดสินใจทำหลักสูตรนี้ขึ้นมาครับเพื่อพัฒนา "วิทยากร ผู้สอน BBS" Professional BBS Trainer (Train The Trainer)

เพราะไม่รู้ว่าชีวิตเราจะ จบลงในวันที่เท่าไหร่ 

พระท่านสอนไว้ว่า 
"ที่ไหนมีชีวิต ที่นั่นมีความตาย"

ดังนั้น จะทำอะไร ก็รีบทำ... 

ผมจึงเชื่อว่าประสบการณ์ 25 ปี ในวงการอาชีวอนามัยที่ผมมีน่าจะมีประโยชน์ และทำอะไรให้กับประเทศนี้ได้อีกเยอะ 

จึงตัดสินใจ สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นมาครับ

ถามว่า ก็มีความกังวลเหมือนกัน ครับ เหมือนๆกับคนที่จัดสัมมนาทั่วไปว่า

ถ้าคนมาไม่ถึงจำนวน ก็อาจจะเข้าเนื้อ หรือ ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ ยิ่งสภาวะแบบนี้ด้วย

แต่ผมเชื่อว่า ถ้าไม่ลองลงมือทำ ก็ไม่มีทางรู้หรอกครับ ว่าจะมีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน 

แล้วจะไม่รู้เลยว่า ทุกวันนี้ผู้คนไว้วางใจเรามากเพียงใด 

วันนี้ผมพร้อมแล้วครับ กับการพัฒนา" วิทยากร BBS  มืออาชีพ" ในองค์กร

ยิ่งอยู่ในภาวะวิกฤต สิ่งที่จำเป็นต้องลงทุนมากที่สุดนั่นคือ "ความรู้"

เหมือนที่ Warren Buffet เคยบอกไว้ว่า

"การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดก็คือการลงทุนความรู้นั่นเอง"

📌สนใจรายละเอียดดูได้ในโปสเตอร์ด้านบนครับ

ปรึกษาขอข้อมูลเพิ่มเติม

หรือ LINE @thesafetycoach


วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566

Safety Momemt Talk

Safety Moment Talk คือ อะไร?

Safety Moment talk คือ การพูดเรื่องความปลอดภัยสั้นๆ ไม่เกิน 2 นาที "ก่อน" ทุกๆการประชุม

เพื่อสร้างความตระหนัก และส่งเสริมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 

อันตราย ความเสี่ยง อุบัติการณ์ หรือ safety success story เพื่อนำไปสู่ Culture of Safety

💭 ผู้รับเหมาคนหนึ่ง ตกลงมาจากหลังคาของคลังสินค้าที่สูง 8 ม. 

ขณะที่ขึ้นไปซ่อมหลังคากระเบื้อง

โดยผู้รับเหมา ทำการวางแผ่นกระดานไว้ สำหรับเหยียบบนหลังคาเพื่อป้องกันกระเบื้องแตก

แต่ปรากฏว่า จุดที่จะซ่อมแซมนั้น อยู่เลยแผ่นกระดานที่วางไว้

จึงตัดสินใจ เหยียบบริเวณหัวน็อตของโครงหลังคาแทน

แต่ปรากฏว่าเหยียบพลาด

ทำให้กระเบื้องแตก จึงตกลงมา 

จากที่สูง 8 เมตร!

โชคดีที่ไม่บาดเจ็บสาหัส 

เนื่องจาก กระแทกโดนกล่องสินค้า ที่อยู่บนพาเลท ก่อนที่จะตกลงถึงพื้น 

ภายหลังการสอบสวนอุบัติเหตุพบว่า 

1.ทำงานเพียงลำพัง 
2.ไม่ประเมินความเสี่ยงก่อน 
3.ไม่ขอใบอนุญาตการทำงาน

แต่ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด คือ 

"สนิทสนม"กับ หัวหน้างานของบริษัทมากเกินไป 

จึง "อะลุ่มอล่วย" ให้กับความปลอดภัยในการทำงาน 

"Safety is not compromise"

คุณจะต่อรองอะไรกับก็ได้ แต่เรื่องความปลอดภัย ไม่มีการต่อรอง

ลองนำไปใช้ในบริษัทกันดูนะครับ

วันหนึ่งมีการประชุม ตั้งหลายการประชุม 

แค่แทรก Safety Monent ไปไม่ถึง 2 นาที

อะไรๆก็คงจะดีขึ้นครับ

#safetymoment
#safetystorytelling 

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

เทคนิคการสอนเรื่องความปลอดภัย

การสอนเรื่องความปลอดภัย จะต้อง

1.ชี้ให้เห็นอันตราย
2.ผลที่ตามมา 
3.วิธีการในการป้องกัน
4.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

การบรรยายได้ความรู้ 

แต่การเล่าเรื่องจะได้ทั้ง"ความรู้ "และ "ความรู้สึก"

"ความรู้" มีผลน้อยนะต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

แต่ "ความรู้สึก" สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างมาก

การเล่าเรื่อง เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เพราะช่วยให้เกิดความรู้สึก และการจดจำ

คล้ายๆเหมือนเราที่ตอนนี้ ยังจำนิทานสมัยเด็กๆได้ นั่นเอง

พนักงานคนหนึ่ง...

ใช้ท่อดูดสารเคมี ทิ่มเข้าไปในปากแกลลอนแอมโมเนีย 

เพื่อดูดแอมโมเนียลงในถังผสม

แต่แล้ววันหนึ่ง

แอมโมเนียพุ่งออกมาจากแกลลอน ขณะที่ใช้ท่อดูดทิ่มลงไป

แอมโมเนีย กระจายกระเด็นโดนตัวพนักงาน ปวดแสบ ปวดร้อนไปหมด

ต้องรีบถอดเสื้อออก 

เพื่อนต้องเอาสายยางมาฉีด เพื่อชำระล้าง

ส่วนผู้บาดเจ็บ ถอดเสื้อผ้าออกหมด รวมถึงกางเกงในก็ไม่มี

ต้องใช้มือปิดเป้าไว้ ทำให้เพื่อนๆรู้ว่า "ตูดดำ" มาก

สาเหตุเกิดจาก

แกลลอนแอมโมเนียในช่วงฤดูร้อนมัน "บวม"

เพราะอากาศร้อน ทำให้ขณะที่เราทิ่มท่อสารเคมีลงไปในปากแกลลอน

มันจะเกิดแรงดันมากกว่าปกติ 

ทำให้แอมโมเนียพุ่งขึ้นมา และก็กระเด็นโดนร่างกาย

ดังนั้น 

ก่อนทำงานต้องสังเกตให้ดีว่า แกลลอนแอมโมเนียบวมหรือเปล่า?

รวมไปถึงแจ้งทางผู้ขนส่งด้วยว่า ให้เอาผ้าใบปกคลุม เพื่อป้องกันความร้อน

และจะไม่รับแกลลอนที่บวมเข้ามาในที่ทำงานเด็ดขาด

อันนี้เป็นตัวอย่างของการเล่าเรื่องความปลอดภัยครับ

ที่ไม่ใช่ได้แค่ความรู้ แต่ได้ความรู้สึกด้วย

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ไฟไหม้ King's Cross Station ตาย13


ในปี 1987 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่สถานีรถไฟคิงครอส ประเทศอังกฤษ มีคนเสียชีวิต 31 คน

ก่อนเกิดเหตุ มีผู้โดยสารคนหนึ่งเดินเข้าไปแจ้งจนท.จำหน่ายตั๋วว่า

พบไฟไหม้กระดาษทิชชู ที่บันไดเลื่อน 

จนท.จึงเดินไป พร้อมกับใช้แมกกาซีนที่อยู่ในมือ ม้วนๆ ตีไปที่กระดาษทิชชู จนไฟดับไป

หลังจากนั้น เขาก็กลับมาทำงานปกติ  โดย "ไม่ได้แจ้งหน่วยงานดับเพลิง"

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ก็เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ผู้โดยสารวิ่งหนีตายกันโกลาหล 

เจ้าหน้าที่สถานี จึงกดสัญญาณอพยพฉุกเฉิน  แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งฝ่ายดับเพลิง 

เพราะ สถานี มีกฏอยู่ว่า 

"ไม่ให้ติดต่อหน่วยงานภายนอกโดยตรง หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา"

เมื่อ จนท.ที่ดับเพลิงภายนอกมาถึงดับเพลิงล่าช้ามาก เพราะเขาไม่ได้ใช้ ท่อน้ำดับเพลิงของสถานีรถไฟในการดับเพลิง 

แต่เขาใช้รถดับเพลิง และท่อดับเพลิงข้างถนนที่ตนเองมี ในการดับ 

เพราะคุ้นเคยกับของของตัวเองมากกว่า และเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดี เพราะเคยใช้ของที่ไม่คุ้นเคย

ทำให้เสียเวลามาก และดับเพลิงล่าช้า เกิดความเสียหายเป็นอย่างมหาศาล


สาเหตุ

1. ต่างคนต่างใหญ่ ต่างออกกฎเพื่อตนเอง ผู้บริหารแยกกันทำงาน ทำให้ พนักงานขาดความสามัคคี

2. ให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าความปลอดภัย  

เขากำหนดให้ จนท.จำหน่ายตั๋วมีหน้าที่ในการจำหน่ายตั๋วเท่านั้น 

ห้ามไปทำอย่างอื่น เพราะจะเสียเวลาทำงาน และผู้โดยสารต้องรอนาน ไม่สะดวก 

จนทำให้เขาเข้าใจว่า เขามีหน้าที่แค่นี้จริงๆ

3. พนง.ทำตามกฎระเบียบมากเกินไป จนเคยชิน ไม่อยากฝ่าฝืน เพราะจะเจ็บตัว

ถึงแม้ว่ากฎที่มีนั้น ไม่ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัย

4. พนักงานดับเพลิง มีประสบการณ์ไม่ดี กับการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่ไม่ใช่ของตนเอง 

จึงใช้อุปกรณ์สาธารณะ ที่ใช้อยู่ซึ่งไม่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ

5. พนง.ของสถานี ใช้อุปกรณ์ดับเพลิงไม่เป็น เพราะไม่มีการฝึกอบรม และ ต่างฝ่าย ต่างมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายดับเพลิง ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา


มาตรการป้องกัน

1. ผู้นำสูงสุด ต้องสร้างความสามัคคีให้กับผู้บริหารของทุกๆฝ่าย

2. ความปลอดภัย ต้องเป็นหน้าที่ของทุกคนทุกระดับ มิใช่เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

3. ต้องให้ความสำคัญ ในเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าผลกำไร เพราะ ความสูญเสียนั้น มันมากกว่าที่เราคิดเยอะ

4.  ต้องฝึกซ้อมดับเพลิงสม่ำเสมอ แม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงภายนอกเอง ก็ควรชวนมาร่วมซ้อมด้วย

5. แก้ไข และปรับปรุงกฎระเบียบ ใหม่ทั้งหมด ที่ไม่ ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน

ต่างคนต่างใหญ่ ต่างออกกฎของตนเอง 

สุดท้ายคนที่เสียชีวิต คือ คนที่ไม่เกี่ยวข้อง

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563

วิทยากรความปลอดภัยมืออาชีพ


พูดแล้ว ทำไมไม่สนใจ

การพูดให้คนฟังติดตาม เป็นเรื่องที่ฝึกกันได้ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีความรู้มากมายนัก

สำคัญสุด คือ ต้องรู้ว่า 

"คนฟังเป็นใคร เขาอยากรู้อะไร" 

แล้วเราก็ไปก็ศึกษา เข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ ให้เพียงพอที่จะทำให้เขาเข้าใจ

ผมโชคดีครับที่เป็น "คนโง่"

สมัยเรียนผมได้เกรดเฉลี่ย 0.86 ตก 5 วิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีว ภาษาอังกฤษ 

รวมถึงวิชาพระพุทธศาสนา ศาสนาประจำชาติ ผมก็ตก

ด้วยความที่เป็นคนเรียนไม่เก่งนี่เอง 

จึงเข้าใจว่า พวกที่เรียนไม่รู้เรื่อง เกิดจากสาเหตุอะไร และ รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้คนพวกนี้เกิดความเข้าใจ

ก็เอาตัวเองเป็นที่ตั้งนี่แหละครับ

พยายามพูดในเรื่องที่ง่ายๆ เรื่องใกล้ตัว แล้วค่อยๆเชื่อมโยง ไปยังเรื่องที่เราต้องการจะบอกเขา

แค่นี้ การพูดก็จะดีขึ้น ทรงพลังเข้าใจง่ายขึ้นแล้วครับ

ยกตัวอย่าง

ถ้าอยากให้ผู้เรียนทราบว่าออกซิเจน ต่ำกว่า 6 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร จะทำให้ หมดสติ เสียชีวิตได้

หากเราพูดลอยๆแบบนี้ มันก็ไม่ได้รับรสชาติ จืดชืด ไม่น่าฟังไม่เข้าใจ ไม่เกิดการจดจำ

สิ่งที่พูดตรงนี้ เราเรียกว่า "หลักการ" 

ถ้าเราเอาหลักการเป็นตัวนำ คนฟังส่วนมากจะไม่สนใจ 

สมองของคนเรา ต้องการอะไรที่มัน "เชื่อมโยง"

ให้เราเริ่มด้วยการเอาเรื่องง่ายๆ มาเล่า แล้วจับมาเชื่อมโยง 

จะทําให้การฟัง น่าฟัง น่าติดตาม และเข้าใจมากขึ้น

ยกตัวอย่าง

คนงานคนหนึ่ง รีบลงไปในบ่อน้ำ ซึ่งมีความลึก 50 เมตร เพราะ พรุ่งนี้ไม่ว่าง กลัวงานไม่เสร็จ

สักพักหนึ่ง ลูกชายของเขาก็ออกตามหา แต่หาไม่เจอ 

มาเจออีกที พบว่าพ่อ เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำแล้ส

จึงปีนลงไปช่วย ลงไปได้เพียงแค่ครึ่งทาง ก็ต้องรีบขึ้นมาเพราะ แน่นหน้าอก หายใจไม่ได้ 

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง จึงใช้เครื่องวัดก๊าซทำการตรวจวัด 

ปรากฏว่า มีปริมาณก๊าซออกซิเจนน้อยกว่า 6 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร

นี่เป็นสาเหตุ ที่ทำให้เขาขาดอากาศหายใจ

การขาดอากาศหายใจ เกิดขึ้นได้ในบ่อน้ำ ที่ลึก ที่แคบ 

และถ้าออกซิเจนน้อยกว่า 6 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร ทำให้สลบ และ เสียชีวิตได้

นี่เป็นตัวอย่าง การเล่าเรื่องง่ายๆ และ น่าติดตาม

ให้เราเริ่มต้นที่ Story ก่อน แล้วจบด้วยหลักการครับ

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ กับหลายๆคนที่ต้องเป็นวิทยากร(จำเป็น) หรือมีอาชีพเป็นวิทยากรอยู่แล้วนะครับ

#เส้นทางสู่วิทยากรความปลอดภัยมืออาชีพ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่ออบรมความปลอดภัย

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
The Safety Coach Company Limited
www.pramoteo.com

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ที่บ้านไม่ให้เรียนอาชีวอนามัยฯ กลุ่มใจมากเลยครับ


ผมสอบติดอาชีวอนามัย และ ความปลอดภัยครับ แต่ที่บ้านไม่อยากให้เรียน 

พ่อบอกว่า เงินเดือนน้อย แล้วที่บ้านเอง ก็มีภาระด้านการเงินค่อนข้างมาก ผมควรทำยังไงดีครับ?

พี่ไม่รู้ว่าน้อง จะต้องทำอย่างไร ? แต่ดูแล้วทางบ้านของน้อง ต้องการ ให้น้องจบมามีเงินเดือนมากๆ 

ซึ่งจริงๆแล้ว เงินเดือนของจป.เอง ก็ไม่น้อยนะ อาจจะน้อยกว่าวิศวกร 10-20% แต่มีความมั่นคงค่อนข้างสูง เพราะ กม.บังคับ

ถ้าน้องบอกว่ากลุ้มใจมาก ก็หมายความว่า น้องอยากจะเรียนสาขานี้ แต่ที่บ้าน ไม่เห็นด้วย 

การได้เรียน หรือ ทำงานที่ตัวเองไม่รัก ชีวิตย่อมที่จะหาความสุขได้ยาก 

ถ้าจะแก้ปัญหาด้านการเงิน โดยพึ่งพารายได้จากเงินเดือนอย่างเดียวนั้น คงไม่ถูกต้องทั้งหมด อาจจะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการการเงิน ใหม่ 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มการลงทุน หารายได้เพิ่ม และ มีความฉลาดทางการเงิน

การหารายได้เพิ่มนั้น ปัจจุบันมีช่องทางให้เลือกจำนวนมาก ไม่ใช่แค่รอรับจากเงินเดือนทางเดียวเท่านั้น 

น้องลองดูสิครับว่า เรามีความสามารถอะไร ที่มันสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ไม่ว่าจะเป็น Youtuber, Blogger, สอนออนไลน์ หรือค้าขายออนไลน์ก็ตาม ทุกอย่างได้เงินทั้งนั้น 

ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ 

ลองดูนะครับว่า เราจะช่วยแก้ปัญหาทางการเงินที่บ้านได้อย่างไร ในขณะที่เรากำลังเรียนหนังสืออยู่ ไม่ต้องรอเรียนจบอีกตั้ง 4 ปี มันน่าภาคภูมิใจกว่าเยอะเลยครับ 

พี่อยากจะบอกว่า พี่เจอหลายคนที่จบอาชีวอนามัยฯมา แล้วพัฒนาตัวเอง จนมีรายได้มากกว่าก่อนหน้านั้น ที่เคยเป็นจป. วิชาชีพเสียอีก 

ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา โค้ช วิทยากร หรือเป็นเจ้าของกิจการ ต่างๆ ที่ให้บริการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีรายได้ดีๆกันทั้งนั้น 

แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้องออกมาทำอาชีพอื่น  เพราะจริงๆแล้ว ยังมีหลายคนที่เป็น จป. วิชาชีพ ที่พี่รู้จักหลายคนมีรายได้ 6 หลัก บางคนมีรายได้ครึ่งล้านด้วยซ้ำ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เงินเดือนจะมาก เงินเดือนจะน้อย มันแปรผันตรงกับความสามารถของเรา 

ถ้าเรามีความสามารถน้อย เงินเดือนเราก็น้อย แต่ถ้าความสามารถเรามาก เงินเดือนก็มาก 

โลกใบนี้มีกติกาที่ชัดเจน หากอยากได้เงินเดือนมากๆ ก็ต้องพัฒนาตัวเองครับ 

ถึงแม้ตอนนี้ยังเรียนไม่จบ อะไรที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่บ้าน ช่วยเพิ่มรายได้ที่บ้านได้ ก็ให้ลงมือทำครับ 


เราต้อง "มีดวงตาเห็นทำ" เห็นอะไรที่ช่วยพ่อแม่ได้ ก็ลงมือทำทันที 

การเรียนไม่ได้เป็นสิ่งที่การันตีว่า เราจะประสบความสำเร็จในชีวิต 

การลงมือทำให้มาก อดทน ขยันขันแข็ง ไม่ย่อท้อไม่ยอมแพ้ต่างหาก ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ 

ทุกอาชีพประสบความสำเร็จได้ครับ ถ้าเราเอาจริง มันไม่เกี่ยวเลยครับว่า เป็นจป. วิชาชีพแล้วเงินเดือนน้อย 

ขอให้เป็น คนเก่ง คนดี คนมีความสามารถและ อยู่ในที่ที่เหมาะสมกับความสามารถของเรา ชีวิตก็ประสบความสำเร็จได้ครับ

ขอให้โชคดีครับ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ติดต่ออบรม www.pramoteo.com

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ท่านใดสนใจหนังสือที่ผมเขียน
สามารถสั่งได้ที่
หรือ Facebook : The Safety Coach

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

แนะแนววิชาชีพ จป. ที่ประสบความสำเร็จ



วันนี้ มีโอกาสไปแนะแนว วิชาชีพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯให้กับน้องๆ ในคณะคุรุศาสตร์อุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี

เพื่ิอเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการประกอบอาชีพ
มีคำถามดีๆที่น่าสนใจ มาสรุปให้ฟังครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q: จป. ระดับไหนเงินเดือนเยอะที่สุดครับ?

A: น้องครับ ระดับของเงินเดือนไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับของการเป็น จป.ระดับใด แต่ระดับของเงินเดือน ขึ้นอยู่กับว่า ความสามารถของเราสามารถช่วยแก้ปัญหาให้บริษัทได้ระดับไหน

คนที่เป็น จป.หน.งาน บางคน เงินเดือนเยอะกว่า จป.วิชาชีพก็มีนะครับ และ จป.วิชาชีพบางคน มีเงินเดือนมากกว่า จป. บริหาร ก็มีไม่ใช่น้อย

ถ้าอยากได้เงินเดือนเยอะๆ ต้องพัฒนาตัวเองทุกวันครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q : ที่พี่ทำทุกวันนี้ ได้ทำในสิ่งที่ควร หรือ สิ่งที่รัก?

A :โชคดีว่า สิ่งที่พี่ทำคือสิ่งที่รัก และเป็นสิ่งที่ควรด้วยดังนั้น พี่จึงมีความสุขดี ในการใช้ชีวิตครับ

เรามักได้ยินเสมอว่าให้ทำในสิ่งที่รัก แต่สิ่งที่พี่อยากถามคือ สิ่งที่เรารักมันแก้ปัญหาชีวิต หรือ เรื่องเร่งด่วนในเวลานั้นได้หรือเปล่า?

เช่น สิ่งที่รักเราได้วันละ 300 บาท แต่เราต้องใชัวันละ 500 มันไม่พอ ก็ควรจะเลือกทำสิ่งที่ควรทำก่อน เพราะมันให้เรา 500 ดูแลปากท้อง และครอบครัวได้

แต่ต้องไม่ละทิ้งในสิ่งที่รัก แบ่งเวลาให้กับมันบ้าง แล้วสักวันสิ่งที่รัก มันจะกลายเป็นอาชีพหลักของเรา เมื่อพร้อมจริงๆ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q: พี่โมทย์ให้ความสำคัญเรื่องเซฟตี้ขนาดไหน?

A: พี่ไม่รู้นะว่า พี่ให้ความสำคัญขนาดไหน แต่เวลานั่งรถไปส่งลูกชายวัย 5 ขวบ ลูกชายชอบชี้ไปที่เสาไฟฟ้า แล้วบอกว่า ป่าป๊า ทำไมเขาไม่ใส่ Safety belt

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q: พี่โมทย์บอกว่า จป. ต้องขึ้นตรงกับผู้บริหารสูงสุด แต่ถ้าผู้บริหารไม่สนับสนุนจะทำอย่างไร?

A : เราก็ต้องพัฒนาทักษะในการสื่อสารของเราให้ดีมากขึ้น เพื่อโน้มน้าว การบริหารคนส่วนใหญ่เราเชื่อว่ามาจาก Top-Down แต่ Bottom - Up ก็สามารถทำได้

ต้องให้ความรู้พนักงานเยอะๆครับ เพื่อเป็นแรงช่วยเราในการสนับสนุนด้านความปลอดภัย

หรือ ถ้านายจ้างไม่เชื่อเรา แต่เขาเชื่อที่ปรึกษา เราก็หาโอกาสไปบอกที่ปรึกษาให้ช่วยเป็นคนบอกแทนครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q : หนูก็สนใจเรื่องเซฟตี้นะคะ และโกรธมากถ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตาม พี่เป็นเหมือนหนูมั้ยค่ะ?

A : แรกๆพี่ก็โกรธนะ แต่หลังๆก็วางเฉย เพราะสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องอยู่แล้ว สังคมบ้านเรา และการศึกษาขัดเกลาเขามาแบบนี้ เขาก็ทำตามๆกัน เราทำได้เพียงแค่ให้เขาตระหนักรู้ และควบคุมให้เขาปฏิบัติตาม

แต่ถ้าบางคนดื้อมาก ก็คงต้องเอาเงื่อนไขในการว่าจ้างมากำหนดพฤติกรรมครับ



ขอบคุณน้องๆทุกคนนะครับ

อยากให้ จป. ทุกคนที่มีมุมมองใหม่ๆมากขึ้นครับ

เพจ : The Safety Coach
www.pramoteo.com