แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรม bbs แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรม bbs แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2564

อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงาน สามารถป้องกันได้

หยุดโม้ เรื่อง BBS ได้แล้ว !

"อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงาน มันปัองกันไม่ได้หรอก"

เพื่อนของผมคนหนึ่ง ที่เป็นจป. มันด่าผมแบบนี้ 

ผมไม่ได้โต้เถียงอะไรกับมัน แต่ผมอยากเล่าให้ทุกท่านได้ฟังคำว่า
 
อุบัติเหตุและโรคจากการทำงานสามารถป้องกันได้จริง 

ผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่ง เล่าให้ผมฟังว่า

บริษัทในเครือของเขา 10 กว่าโรง ผลิตเหมือนกัน เกิดอุบัติเหตุมากมายเต็มไปหมด 

แค่แบมือก็รู้แล้วว่า มาจากแผนกไหน เพราะบาดแผลมันอ้างอิงถึงอุบัติเหตุในแผนกนั้นๆ

แต่โรงงานของผมนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีอุบัติเหตุเลยครับ

พี่ทำอย่างไรครับ? ผมถาม

เขาบอกว่า ผมใช้งาน จป.เป็น และ ผมให้จป.ขึ้นตรงกับผมเอง ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงงาน

จป.มี 2 ประเภทนะอาจารย์

1. ทำเองไม่ต้องบอก 
2. ต้องบอกจึงจะทำ

จป. ของผมเป็นประเภทที่ 2 ครับ "ต้องบอกจึงจะทำ" 

แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ดีนะครับ 

เขาเป็นคนที่ ทำตามคำสั่งได้ดีมากครับ

ซึ่งผมก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่ผมมี บอกให้เขาทำ 

สุดท้าย งานความปลอดภันก็ประสบความสำเร็จครับ


หัวใจสำคัญ คือ เราต้องใช้ จป.ให้เป็น 

โดยเฉพาะการสร้างคุณค่าให้กับเขา และ อย่าไปลดคุณค่าของเขาโดยเด็ดขาด 

ต้องคอยสนับสนุน คอยส่งเสริมความปลอดภัย

และต้องทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจเหมือนกันว่า

ความปลอดภัย เป็นหน้าที่ของทุกคนทุกระดับ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

ความปลอดภัย ไม่ใช่เป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนทุกระดับ

คนเรา ถ้าอยากสูง ก็ต้องทำความดี ไม่ใช่การเหยียบย่ำคนอื่น  เพื่อให้ตัวเองสูงขึ้น

คนเรา ถ้าอยากมีคุณค่า ก็ต้องสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ไม่ใช่การด่าผู้อื่น ให้เขาดูต่ำลง 

ความปลอดภัย ก็เช่นเดียวกันครับ 

อย่าไปลดคุณค่าของจป. โดยเด็ดขาด 

จงให้กำลังใจ และส่งเสริมให้เขาได้ทำงานด้านความปลอดภัยได้เต็มที่ 

และนี่คือเคล็ดลับสำคัญ ที่ผมใช้ในการจัดการความปลอดภัยในโรงงานครับ 

จป.ไม่ไปไหน ไม่ลาออก เพราะเขารู้สึกว่า งานที่เขาทำนั้น "มีคุณค่า" ครับ

อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงานสามารถป้องกันได้

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เซฟตี้ทอล์คโชว์ (Safety Talk show)



การกระตุ้นให้พนักงานสนใจเรื่องของความปลอดภัย มีหลายรูปแบบ เช่น

การฝึกอบรม นันทนาการ และ ที่เริ่มมีขึ้นแล้วในปัจจุบันก็คือ "ทอล์คโชว์ด้านความปลอดภัย" หรือ Safety talk show

โดยแต่ละรูปแบบ จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ผมเขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวครับ


ถ้าเน้นสาระก็อบรม เน้นฮาก็ทอล์คโชว์ เน้นสนุกสนานก็นันทนาการ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าวิทยากรเป็นระดับเทพ เราจะได้ครบทั้ง "สาระ ความสนุก ความฮา" 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเลือกกระบวนการใด ในการกระตุ้นจิตสำนึกความปลอดภัย ต้องถามตัวเองก่อนว่า

1. เป้าหมายของบริษัท คือ อะไร? 
2. หากทำแล้ว ตอบโจทย์ที่บริษัทต้องการหรือเปล่า ?

ผมเคยคุยกับจป.คนหนึ่งว่า ทำไมจึงเลือกแต่การอบรมความปลอดภัย แทนที่จะ เลือกทอล์คโชว์ หรือ นันทนาการ?

เขาบอกว่า โดยส่วนตัวพนักงานต้องการความฮา ความสนุกสนาน ก็นำโครงการทั้ง 3 อย่าง ไปนำเสนอกับฝ่ายบริหาร

ฝ่ายบริหารบอกว่า ต้องตอบโจทย์สิ่งที่บริษัทต้องการได้ด้วย คือ กระตุ้นจิตสำนึกด้านความปลอดภัย

ดังนั้น จึงตัดสินใจเลือกการอบรม ที่มีการผสมผสานเรื่องของทอล์คโชว์ และการทำกิจกรรม ซึ่งไม่ต้องเน้นฮา หรือ สนุกจนเกินไป จนลืมสาระสำคัญ และประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับ ในการนำไปปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัยของบริษัท

ต้องถามตนเองก่อนนะครับว่า เราต้องการอะไร? นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด และต้องตอบโจทย์ที่บริษัทต้องการได้ด้วย

หากอยากจะเป็นวิทยากรความปลอดภัยขั้นเทพ ต้องครบเครื่องทั้ง ทอล์คโชว์ อบรม และ นันทนาการ หากจะจัดสัมมนา ก็ต้องทำให้ดีที่สุด

เขียนโดย ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
The Safety Coach : BBS
www.pramoteo.com

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ LINE@ : @thesafetycoach



วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

จป. ลาออก Safety Mindset




จป. 2 คน จบมาจากที่เดียวกัน เป็นคนจังหวัดเดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน


จป.คนหนึ่ง บอกว่าเหมือนกินยาพิษทุกวัน เมื่อก้่าวเท้าเข้าโรงงาน เพราะทุกวัน มีแต่ปัญหา คนในโรงงาน ก็ไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายก็ลาออกไป

ส่วน จป.คนที่ 2 ก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่ลาออก เพราะเขาเชื่อว่า มันคือ "ความท้าทาย"

5 ปีถัดไป จป.คนที่ 2 ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายอาชีวอนามัยฯ และ เป็น ประธานของคณะกรรมการต่่างๆของบริษัท

ส่วนจป. คนที่ 1 ยังคงตั้งหน้าตั้งตา เปลี่ยนงานใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่มีหลักมีแหล่ง ทำงานไม่กินข้าวกลางวัน เพราะใช้ชีวิตแบบ เช้าชาม เย็นชาม และ ยังคงเป็น officer ต่อไป

ทำไมจป. 2 คน จบจากที่เดียวกัน รุ่นเดียวกัน เป็นคนจังหวัดเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของชีวิต แตกต่างกัน

ความแตกต่างเกิดจาก "กรอบของความคิด" ที่แตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า Mindset

Mindset มี 2 แบบ คือ

1. Fixed Mindset (กรอบความคิดที่จำกัด)

2. Growth Mindset (กรอบความคิดที่พัฒนาได้)




คนที่มีกรอบความคิดที่จำกัด เขาจะเชื่อว่า "ฉันพัฒนาไม่ได้" และ กลัวเรื่องของความผิดพลาด ปัญหา คือ เรื่องใหญ่ของชีวิต ผิดไม่ได้

ส่วน คนที่มีกรอบความคิดที่พัฒนาได้ จะมีความเชื่อว่า "ฉันพัฒนาได้" และ เขาบอกตัวเองเสมอว่า

ปัญหาที่เจอ คือ ความท้าทาย
ความผิดพลาด คือ การเรียนรู้

นี่แหละ คือ ความแตกต่าง ที่ทำให้ชีวิตของ จป. ทั้งสองคน แตกต่างกัน

ดังนั้น การพัฒนากรอบความคิด จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะทำให้เราก้าวหน้าในชีวิต และ หายใจอย่างมีความสุขทุกๆวัน

จะพัฒนากรอบความคิด ทำได้โดยการมองว่าสถานการณ์ต่างๆในชีวิต คือ เรื่องปกติ และ ฉันสามารถทำให้มันดีขึ้นได้

"ทุกปัญหามีให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม"

ใครที่แก้ปัญหาได้เก่ง คนนั้นก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากกว่า คนที่ไม่คิดจะแก้ปัญหาอะไรเลย




มาพัฒนากรอบความคิดกันเถอะ
เป็นกำลังใจให้น้องๆ จป. ทุกคนครับ

#safetymindset
พฤติกรรมความปลอดภัย

แจกฟรีอีบุ๊ก ต่างที่คิด ชีวิตจึงปลอดภัย  www.pramoteo.com

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

3 สาเหตุ ของการตาย จากออกซิเจนที่ลดลง ตอนที่ 3



สาเหตุสุดท้าย ของการตาย อันเนื่องมาจากออกซิเจนที่ลดลง

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า

ชาวบ้านคนหนึ่งได้ลงไปในบ่อดินที่ขุดไว้ แล้วปรากฎว่า มีอาการอึดอัด หายใจไม่ออก ทุรนทุราย จะเป็นจะตาย และสุดท้ายก็ได้ตายจริงๆ

เนื่องจากความลึกของบ่อ ประกอบกับผนังของบ่อ ที่เต็มไปด้วยรูพรุนของดิน โดยธรรมชาติแล้วหลักการของก๊าซ ก๊าซจะขยายตัวจนเต็มภาชนะ หรือ พื้นที่ที่มันอยู่

ดังนั้น อากาศที่มีน้อยนิด จึงซึมและทะลุออกไป ทำให้ออกซิเจนลดน้อยลง และคนที่อยู่ภายในต้องสังเวยชีวิต

อีกหนึ่งเรื่องก็คือ มีเรือลำหนึ่ง จอดทิ้งไว้นานแล้ว เด็กๆก็เข้าไปเล่นกันข้างใน แล้วปรากฎว่าไม่ยอมออกมาภายนอก พ่อแม่คิดว่าคงเข้าไปแอบตีดัมมี่กันข้างใน พ่อแม่มาเจออีกทีปรากฎว่า ลูกนอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง ไม่หายใจแล้ว

เนื่องจาก เรือลำนี้มีสภาพเก่ามาก และเต็มไปด้วยสนิมภายใน ตามหลักการที่พูดไว้ในตอนที่ 1 ก็ คือ ออกซิเจนถูกนำไปทำปฏิกิริยา คราวนี้ทำปฏิกิริยากับโลหะ ทำให้เกิดสนิม

นั่นหมายความ "สนิมยิ่งมากออกซิเจนยิ่งน้อย" และแน่นอนรูพรุนของสนิม ทำให้อากาศที่มีอยู่น้อยแทรกซึมออกไป ออกซิเจนก็เลยลดน้อยลง




สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์เหล่านี้ คือ

ออกซิเจนจะลดลง เมื่ออยู่ในที่ๆเป็นสนิม หรือ มีรูพรุนมากๆ

และการตีดัมมี่ควรจะกระทำในพื้นที่ที่ มีอากาศถ่ายเทสะดวก


จบแล้วนะครับทั้ง 3 สาเหตุของการตายอันเนื่องจากออกซิเจนที่ลดลง

หวังว่าบทความทั้ง 3 ตอน
จะมีประโยชน์ และช่วยให้คนไทยปลอดภัยมากขึ้น จากการทำงานในที่อับอากาศนะครับ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดตามข่าวสารต่างได้ที่

Fanpage  : The Safety Coach
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรม

www.pramoteo.com

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

แนะแนววิชาชีพ จป. ที่ประสบความสำเร็จ



วันนี้ มีโอกาสไปแนะแนว วิชาชีพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯให้กับน้องๆ ในคณะคุรุศาสตร์อุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี

เพื่ิอเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการประกอบอาชีพ
มีคำถามดีๆที่น่าสนใจ มาสรุปให้ฟังครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q: จป. ระดับไหนเงินเดือนเยอะที่สุดครับ?

A: น้องครับ ระดับของเงินเดือนไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับของการเป็น จป.ระดับใด แต่ระดับของเงินเดือน ขึ้นอยู่กับว่า ความสามารถของเราสามารถช่วยแก้ปัญหาให้บริษัทได้ระดับไหน

คนที่เป็น จป.หน.งาน บางคน เงินเดือนเยอะกว่า จป.วิชาชีพก็มีนะครับ และ จป.วิชาชีพบางคน มีเงินเดือนมากกว่า จป. บริหาร ก็มีไม่ใช่น้อย

ถ้าอยากได้เงินเดือนเยอะๆ ต้องพัฒนาตัวเองทุกวันครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q : ที่พี่ทำทุกวันนี้ ได้ทำในสิ่งที่ควร หรือ สิ่งที่รัก?

A :โชคดีว่า สิ่งที่พี่ทำคือสิ่งที่รัก และเป็นสิ่งที่ควรด้วยดังนั้น พี่จึงมีความสุขดี ในการใช้ชีวิตครับ

เรามักได้ยินเสมอว่าให้ทำในสิ่งที่รัก แต่สิ่งที่พี่อยากถามคือ สิ่งที่เรารักมันแก้ปัญหาชีวิต หรือ เรื่องเร่งด่วนในเวลานั้นได้หรือเปล่า?

เช่น สิ่งที่รักเราได้วันละ 300 บาท แต่เราต้องใชัวันละ 500 มันไม่พอ ก็ควรจะเลือกทำสิ่งที่ควรทำก่อน เพราะมันให้เรา 500 ดูแลปากท้อง และครอบครัวได้

แต่ต้องไม่ละทิ้งในสิ่งที่รัก แบ่งเวลาให้กับมันบ้าง แล้วสักวันสิ่งที่รัก มันจะกลายเป็นอาชีพหลักของเรา เมื่อพร้อมจริงๆ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q: พี่โมทย์ให้ความสำคัญเรื่องเซฟตี้ขนาดไหน?

A: พี่ไม่รู้นะว่า พี่ให้ความสำคัญขนาดไหน แต่เวลานั่งรถไปส่งลูกชายวัย 5 ขวบ ลูกชายชอบชี้ไปที่เสาไฟฟ้า แล้วบอกว่า ป่าป๊า ทำไมเขาไม่ใส่ Safety belt

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q: พี่โมทย์บอกว่า จป. ต้องขึ้นตรงกับผู้บริหารสูงสุด แต่ถ้าผู้บริหารไม่สนับสนุนจะทำอย่างไร?

A : เราก็ต้องพัฒนาทักษะในการสื่อสารของเราให้ดีมากขึ้น เพื่อโน้มน้าว การบริหารคนส่วนใหญ่เราเชื่อว่ามาจาก Top-Down แต่ Bottom - Up ก็สามารถทำได้

ต้องให้ความรู้พนักงานเยอะๆครับ เพื่อเป็นแรงช่วยเราในการสนับสนุนด้านความปลอดภัย

หรือ ถ้านายจ้างไม่เชื่อเรา แต่เขาเชื่อที่ปรึกษา เราก็หาโอกาสไปบอกที่ปรึกษาให้ช่วยเป็นคนบอกแทนครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Q : หนูก็สนใจเรื่องเซฟตี้นะคะ และโกรธมากถ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตาม พี่เป็นเหมือนหนูมั้ยค่ะ?

A : แรกๆพี่ก็โกรธนะ แต่หลังๆก็วางเฉย เพราะสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องอยู่แล้ว สังคมบ้านเรา และการศึกษาขัดเกลาเขามาแบบนี้ เขาก็ทำตามๆกัน เราทำได้เพียงแค่ให้เขาตระหนักรู้ และควบคุมให้เขาปฏิบัติตาม

แต่ถ้าบางคนดื้อมาก ก็คงต้องเอาเงื่อนไขในการว่าจ้างมากำหนดพฤติกรรมครับ



ขอบคุณน้องๆทุกคนนะครับ

อยากให้ จป. ทุกคนที่มีมุมมองใหม่ๆมากขึ้นครับ

เพจ : The Safety Coach
www.pramoteo.com