แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Safety Coaching การโค้ชเพื่อความปลอดภัย


การสื่อสารความปลอดภัย

ไม่ตัดสิน 
ไม่สั่ง 
ไม่รีบสอน 

แต่ใช้คำถามเพื่อให้เขา “เห็นด้วยตัวเอง” 

ชุดคำถามโค้ชเชิงบวก 

🔹️เปิดพื้นที่พูดคุย

“เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น?”

“ตอนนั้นคุณมองมันยังไงบ้างครับ?”

🔹️ชวนให้เห็นความเสี่ยง

“มีอะไรที่อาจจะเสี่ยงอยู่บ้าง?”

“ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดซ้ำอีก คุณคิดว่าอะไรอาจจะเกิดขึ้นได้?”

🔹️เชื่อมกับตัวเขา (ให้รู้สึกเป็นเรื่องของเขา)

“ถ้าเป็นคนในครอบครัวคุณอยู่ตรงนั้น คุณอยากให้เขาทำแบบนี้ไหม?”

“สำหรับคุณ ความปลอดภัยในตอนนี้สำคัญแค่ไหน?”

🔹️ให้เขาคิดทางเลือกเอง
“ถ้าย้อนกลับไปได้ คุณคิดว่ามีวิธีไหนที่ปลอดภัยกว่านี้?”

“ครั้งหน้าคุณอยากลองทำแบบไหนดู?”

🔹️ ปิดแบบเสริมพลัง (ไม่ใช่ตำหนิ)

“ขอบคุณที่เปิดใจคุยกันนะครับ”

“ผมเชื่อว่าคุณเลือกสิ่งที่ปลอดภัยได้แน่นอน”

📌การสื่อสารที่ดี

ไม่ได้ทำให้เขา “เชื่อเรา”
แต่ทำให้เขา “เชื่อในความจริงด้วยตัวความีดของเขาเอง”

มาเรียนรู้กันครับ...
BBS Trainer Mastery
เรียน 9-10 และ 16 พ.ค. 
โรงแรม Pullman G สีลม

The Safety Coach : BBS 
ติดต่อโค้ช อบรม ที่ปรึกษา
www.safetycoach.co.th

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

รู้ลึก รู้จริง BBS


🌀อีบุ๊ค "รู้ลึก รู้จริง BBS "

เขียนโดย " ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย"

เล่าจากประสบการณ์จริงครับ มีทั้งหมด 6 บท 69 หน้า

บทที่ 1: ช่องว่างระหว่าง “ความรู้” กับ “พฤติกรรม” 

บทที่ 2: ทำไม BBS จึงล้มเหลวในองค์กร 

บทที่ 3: การสังเกตพฤติกรรม อย่างมีความหมาย 

บทที่ 4: การให้ Feedback ที่เปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง 

บทที่ 5: จาก Observation สู่การเปลี่ยนพฤติกรรม 

บทที่ 6: BBS ในหน้างาน — จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง 

📌นำไปใช้ได้เลย อ่านง่าย สบายตา ตัวหนังสือน้อย แต่ประโยชน์มาก

อ่านต่อ ...
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=439864

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

BBS อบรมแล้ว เหมือนเดิม


🌀สอน BBS แล้วแต่เหมือนเดิม

“รู้ว่าเสี่ยง”
แต่ก็ยังต้องขอลอง...
ไม่ใช่เพราะไม่รู้

แต่เพราะ…
“เขาไม่รู้สึก”

มนุษย์ไม่ได้เปลี่ยนเพราะ “ความรู้”
แต่เปลี่ยนเพราะ 

“ความรู้สึก กับ ความเชื่อ”

เราอาจเคยพูดแบบนี้:

“มันอันตรายนะ อย่าหาทำ”
“ต้องใส่ PPE”
“ทำตามขั้นตอนสิ”

แต่คำถามคือ…
เขา “เชื่อ” ไหม?
เขา “อยากเปลี่ยน” ไหม?

ถ้าไม่…

✔ เขาทำตามตอนเราอยู่
❌ แต่พอเราไม่อยู่ เขาไม่ทำ

💡การเปลี่ยนแปลงความเชื่อ

🔸️ต้องมีหลักฐานชัดเจน
🔸️ท้าทายด้วยเหตุผล
🔸️ตอกย้ำด้วยพฤติกกรรม
🔸️สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง
🔸️ชื่นชมสม่ำเสมอ

📌Coaching Question:

เรากำลัง “สอน”เพื่อให้ความรู้
หรือกำลัง “เปลี่ยนความเชื่อคน”?

BBS Trainer Mastery 
The Safety Coach : BBS

รายละเอียดหลักสูตร
https://www.safetycoach.co.th/attachments/view/?attach_id=295149

BBS คือ ความล้มเหลวเพราะ...


🌀“ทำไม BBS ถึงล้มเหลว”

หลายองค์กร
ทำ BBS มาหลายปี

แต่พฤติกรรมพนักงาน…ไม่เคยเปลี่ยน 

ยังไม่ใส่ PPE
ยังลัดขั้นตอน

ยังใช้เครื่องมือ 
ผิดประเภท ผิดวิธี 
และ ชำรุด

ทั้งที่มี
✔ Checklist
✔ Observation
✔ Training

แต่สุดท้าย…
อุบัติเหตุก็ยังเกิด

เพราะปัญหา คือ...

เรากำลังทำ BBS 
เป็นแค่ “กิจกรรม”
แต่ไม่ใช่ “วัฒนธรรม”

เราโฟกัสที่
“การติ๊กถูก”
มากกว่า
“การเปลี่ยนคน”

เราทำแค่ให้มี
เพราะบริษัทแม่สั่งมา

เราดูแต่ %SAFE มากเกินไป
จนไม่ได้ดูผลการแก้ไข

เราดูแต่ KPI 
ว่าต้องส่งให้ครบ

จนไม่ได้ดูว่า 
เขาทำแค่ให้มัน "เสร็จ"
หรือ ทำให้ "สำเร็จ"

และสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ…
เราคิดว่าเราทำ BBS แล้ว

ทั้งที่จริง…มันยังไม่เคยเริ่ม

📌Coaching Question:

ในองค์กรคุณ
BBS คือ “กิจกรรม” หรือ “วัฒนธรรม”?

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
BBS Trainer Mastery 

The Safety Coach : BBS

สนใจอบรม 
https://www.safetycoach.co.th/attachments/view/?attach_id=295149

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568

JSA กับ JHA ต่างกันอย่างไร

JSA กับ JHA ต่างกันอย่างไร?

JSA (Job Safety Analysis) คือ การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย 

โดยชี้บ่งอันตราย และหากมาตรการป้องกันโดยเฉพาะเจาะจงในงานนั้นๆ 

เช่น งานขึ้นรูป มีหลายกระบวนการย่อย 

แต่มีงานเชื่อมที่เป็นกระบวนการย่อยที่เสี่ยงที่สุด จึงนำเฉพาะงานเชื่อม มาทำ 

โดย JSA เป็นสิ่งที่ทำ และ ทบทวนบ่อยๆ

JHA (Job Hazards Analysis) มีวิธีการเหมือน JSA 

แต่การค้นหาอันตราย และความเสี่ยง จะทำในภาพรวมของงานทั้งหมด  และ ทำไม่บ่อยเท่า JSA

JSA ใช้วิธีการจาก bottom-up ล่างขึ้นบน เพื่อค้นหาว่าผู้ปฏิบัติงานจะได้รับบาดเจ็บอะไร จากการทำแบบนี้

JHA ใช้วิธีการจาก Top-down บนลงล่าง

เพื่อค้นหาว่าผู้ปฏิบัติงานจะได้รับบาดเจ็บอะไรบ้าง จากภาพรวมทั้งหมด 

และ จากเบื้องบน การออกแบบ วิธีการทำ
งาน และ ผลกระทบต่างๆตามลำดับขั้น

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดของทั้งสองอย่างก็คือ JSA จะโฟกัสไปที่งานที่เฉพาะเจาะจง 

ในขณะที่ JHA จะพิจารณาในภาพรวมของงาน 

จากการศึกษาของ Jeff Dalto พบว่า  50% เชื่อว่าทั้ง JSA และ JHA คือ สิ่งเดียวกัน

แค่เรียกชื่อแตกต่างกัน

เช่น โทเมโท หรือ โทมาโท มันก็คือ มะเขือเทศเหมือนกันนั่นแหล่ะ ดูยังไงก็ไม่ใช่ทุเรียน

การทำ JHA  หรือ JSA

ทั้ง 2 อย่าง มีความสำคัญที่จะช่วยทำให้เกิดความปลอดภัย

และแทบจะไม่ต่างกัน แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

โดยความปลอดภัย ขึ้นอยู่กับงานที่เราเลือกมาวิเคราะห์นั้น

 วิเคราะห์ได้ถูกต้องหรือไม่ 

ทำเถอะ…ทำทั้ง 2 อย่างเลย ความปลอดภัย ทำยังไงมันก็ดี

#jsa 
#JHA
#การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย

ติดต่ออบรม JSA

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

JSA การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย Job Safety Analysis

JSA:  Jobs Saety Analysis
อบรมการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
JSA เข้าใจง่ายๆ ภายใน 5 นาที
วิทยากร JSA
ติดต่ออบรม www.safetycoach.co.th
โทร 0896784547

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566

Dojo Safety คือ

Dojo Safety คือ

สถานที่จำลองฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ 

และ วิธีการป้องกันในการทำงานจริงๆในโรงงาน

โดยออกแบบสถานที่ อุปกรณ์ ให้สอดคล้องกับการทำงาน 

เช่น อันตรายที่เกิดจากเครื่องจักร วิธีการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ว่าทำให้บาดเจ็บอย่างไรบ้าง

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ผู้เข้าฝึกอบรมต้อง

1. สวมใส่ PPE 

2. ให้เกียรติกัน ไม่หยอกล้อกัน

3. ตั้งใจฝึกอบรม

4. จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย

5. เคารพกฎกติกา ในการฝึกอบรม

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

แทนที่คำว่า Accident ด้วยคำว่า Injury

ความหมายของคำว่า injury

ตอนนี้สาธารณสุขทั่วโลกกำลังให้ความหมายของคำว่า injury แทนที่คำว่า Accident 

เนื่องจาก Accident คือ เหตุการณ์ที่ "ไม่คาดคิด ไม่คาดฝัน" 

ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ทำให้ได้รับบาดเจ็บ หรือทรัพย์สินเสียหาย 

ก็เพราะมีคำว่า "ไม่คาดคิด ไม่คาดฝัน" นั่นเอง 

ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า

การป้องกัน ย่อมเป็นไปได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้

แต่คำว่า Injury นั้น ไม่ได้ระบุไว้ว่า คือ เหตุการณ์ที่ "ไม่คาดคิด ไม่คาดฝัน"

นั่นหมายความว่า Injury คือ สิ่งที่เราสามารถ"ป้องกันได้" เพราะคาดคิดล่วงหน้าได้

เพื่อส่งเสริม ให้เรื่องความปลอดภัย ออกมาเป็นเชิงบวกมากขึ้น และเพื่อให้เชื่อว่า

การได้รับบาดเจ็บ "สามารถป้องกันได้ "

เหมือนปรัชญา ข้อ 1 ที่เราเคยได้ยินว่า 

All injuries and Occupational illness can be prevented

การได้รับบาดเจ็บ และโรคจากการทำงาน สามารถป้องกันได้

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

จป.ขึ้นกับ HR ดีมั้ย

จป.ขึ้นกับ HR ดีมั้ย?

น้องจป.คนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าน้องขึ้นตรงกับ HR 

แต่ฝ่าย HR ไม่สนับสนุนเรื่องของความปลอดภัยเลย 

เสนออะไรไป เรื่องก็จะสุดแค่ HR manager ไม่ขึ้นไปถึงผจก.โรงงาน

ด้วยเหตุผล ที่ไม่อยากให้ ผจก.โรงงาน ได้รับรู้ถึงปัญหา  

และ มองว่าความปลอดภัย คือ ค่าใช้จ่าย ปัญหาก็ยังคาราคาซัง เหมือนเดิม

สุดท้าย 

น้องก็เบื่อมาก อยากจะลาออก

ส่วนน้อง จป.อีกคนหนึ่ง ขึ้น ตรงกับ HR เหมือนกัน

แต่ผจก.ฝ่าย HR สนับสนุนทุกเรื่อง 

หลายเรื่อง ผจก.HR จัดการเองเลย ไม่ต้องให้เรื่องไปถึงผจก.โรงงาน

พี่ ผจก. HR ท่านนี้เล่าให้ฟังว่า

เคยมีประสบการณ์ เจอคนบาดเจ็บ และ คนเสียชีวิต มันเสียเวลา และเสียหายมาก...

หลายคน อาจจะมองเป็นเรื่องของเซฟตี้ 

แต่ในเรื่องของสวัสดิการ หรือ ค่าทำขวัญ หลังอุบัติเหตุ HR ก็ต้องดูแล 

ยิ่งอุบัติเหตุ ที่ถึงขั้นร้ายแรง หรือ เสียชีวิต โดยเฉพาะกับแรงงานต่างด้าวนั้น

เรื่องราวใหญ่โตมาก ต้องบินข้ามประเทศ!

เพื่อไปจัดการเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกจ้างจะต้องได้รับ

มันเหนื่อยจริงๆ

ดังนั้น

จึงจำเป็นต้องป้องกันไว้ก่อน เพราะ อุบัติเหตุ คือ ความสูญเสีย ที่ไม่ใช่แค่ผลผลิต 

แต่รวมถึงเสียเวลา ในการบริหารจัดการ และมีค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย โคตรเหนื่อย!

หากคิดว่าความปลอดภัย คือค่าใช้จ่าย ลองนึกถึงค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากความไม่ปลอดภัยดูสิ

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

เทคนิคการสอนเรื่องความปลอดภัย

การสอนเรื่องความปลอดภัย จะต้อง

1.ชี้ให้เห็นอันตราย
2.ผลที่ตามมา 
3.วิธีการในการป้องกัน
4.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

การบรรยายได้ความรู้ 

แต่การเล่าเรื่องจะได้ทั้ง"ความรู้ "และ "ความรู้สึก"

"ความรู้" มีผลน้อยนะต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

แต่ "ความรู้สึก" สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างมาก

การเล่าเรื่อง เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เพราะช่วยให้เกิดความรู้สึก และการจดจำ

คล้ายๆเหมือนเราที่ตอนนี้ ยังจำนิทานสมัยเด็กๆได้ นั่นเอง

พนักงานคนหนึ่ง...

ใช้ท่อดูดสารเคมี ทิ่มเข้าไปในปากแกลลอนแอมโมเนีย 

เพื่อดูดแอมโมเนียลงในถังผสม

แต่แล้ววันหนึ่ง

แอมโมเนียพุ่งออกมาจากแกลลอน ขณะที่ใช้ท่อดูดทิ่มลงไป

แอมโมเนีย กระจายกระเด็นโดนตัวพนักงาน ปวดแสบ ปวดร้อนไปหมด

ต้องรีบถอดเสื้อออก 

เพื่อนต้องเอาสายยางมาฉีด เพื่อชำระล้าง

ส่วนผู้บาดเจ็บ ถอดเสื้อผ้าออกหมด รวมถึงกางเกงในก็ไม่มี

ต้องใช้มือปิดเป้าไว้ ทำให้เพื่อนๆรู้ว่า "ตูดดำ" มาก

สาเหตุเกิดจาก

แกลลอนแอมโมเนียในช่วงฤดูร้อนมัน "บวม"

เพราะอากาศร้อน ทำให้ขณะที่เราทิ่มท่อสารเคมีลงไปในปากแกลลอน

มันจะเกิดแรงดันมากกว่าปกติ 

ทำให้แอมโมเนียพุ่งขึ้นมา และก็กระเด็นโดนร่างกาย

ดังนั้น 

ก่อนทำงานต้องสังเกตให้ดีว่า แกลลอนแอมโมเนียบวมหรือเปล่า?

รวมไปถึงแจ้งทางผู้ขนส่งด้วยว่า ให้เอาผ้าใบปกคลุม เพื่อป้องกันความร้อน

และจะไม่รับแกลลอนที่บวมเข้ามาในที่ทำงานเด็ดขาด

อันนี้เป็นตัวอย่างของการเล่าเรื่องความปลอดภัยครับ

ที่ไม่ใช่ได้แค่ความรู้ แต่ได้ความรู้สึกด้วย

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

Safety Moment Talk คือ อะไร?

Safety Moment Talk คือ อะไร?

Safety Moment talk คือ การพูดเรื่องความปลอดภัยสั้นๆ ไม่เกิน 2 นาที "ก่อน" ทุกๆการประชุม

เพื่อสร้างความตระหนัก และส่งเสริมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 

อันตราย ความเสี่ยง อุบัติการณ์ หรือ safety success story เพื่อนำไปสู่ Culture of Safety

💭 ผู้รับเหมาคนหนึ่ง ตกลงมาจากหลังคาของคลังสินค้าที่สูง 8 ม. 

ขณะที่ขึ้นไปซ่อมหลังคากระเบื้อง

โดยผู้รับเหมา ทำการวางแผ่นกระดานไว้ สำหรับเหยียบบนหลังคาเพื่อป้องกันกระเบื้องแตก

แต่ปรากฏว่า จุดที่จะซ่อมแซมนั้น อยู่เลยแผ่นกระดานที่วางไว้

จึงตัดสินใจ เหยียบบริเวณหัวน็อตของโครงหลังคาแทน

แต่ปรากฏว่าเหยียบพลาด

ทำให้กระเบื้องแตก จึงตกลงมา 

จากที่สูง 8 เมตร!

โชคดีที่ไม่บาดเจ็บสาหัส 

เนื่องจาก กระแทกโดนกล่องสินค้า ที่อยู่บนพาเลท ก่อนที่จะตกลงถึงพื้น 

ภายหลังการสอบสวนอุบัติเหตุพบว่า 

1.ทำงานเพียงลำพัง 
2.ไม่ประเมินความเสี่ยงก่อน 
3.ไม่ขอใบอนุญาตการทำงาน

แต่ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด คือ 

"สนิทสนม"กับ หัวหน้างานของบริษัทมากเกินไป 

จึง "อะลุ่มอล่วย" ให้กับความปลอดภัยในการทำงาน 

"Safety is not compromise"

คุณจะต่อรองอะไรกับก็ได้ แต่เรื่องความปลอดภัย ไม่มีการต่อรอง

ลองนำไปใช้ในบริษัทกันดูนะครับ

วันหนึ่งมีการประชุม ตั้งหลายการประชุม 

แค่แทรก Safety Monent ไปไม่ถึง 2 นาที

อะไรๆก็คงจะดีขึ้นครับ

#safetymoment
#safetystorytelling 

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

Safety Patrol ต่างจาก Safety Observation อย่างไร


🔸Safety Pattrol 

คือ การที่กลุ่มคน หรือ บุคคลใดก็ตาม 
ออกมาเดินสำรวจความปลอดภัยอย่าง"เฉพาะ"เจาะจง

เพื่อ"ตรวจสอบ"ว่า "พื้นที่" "อุปกรณ์" และ "วิธีการทำงาน"นั้นๆ

เป็นไปตาม"มาตรฐาน"ความปลอดภัยที่กำหนดไว้หรือเปล่า

🔸Safety Observation  

คือ การสังเกตความปลอดภัย
อาจจะเป็นกลุ่มหรือคนเดียวก็ได้ 

โดยมีวัตถุประสงค์ใน การค้นหาอันตราย จาก"พฤติกรรม" และ"สภาพแวดล้อม" ที่เสี่ยง

แล้วทำการชี้บ่งอันตราย และแก้ไขทันที ทั้งสองอย่างมีความคล้ายคลึงกันมาก

และหลายครั้งเวลาที่เราเดินออกมา เราก็ทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน ควบคู่ไปด้วยอยู่แล้ว โดยไม่รู้ตัว👍

อย่างไรก็ตาม
ขอให้ทำเถอะครับ🙏

The Safety Coach : BBS 
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Podcast : The Safety Coach

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

จป.วิชาชีพ ไปทำงานเมืองนอกได้มั้ย

จป.ไปทำงานต่างประเทศได้มั้ย?
หลักสูตรอาชีวอนามัยฯของเรา เป็นที่ยอมรับหรือเปล่า?

จากประสบการณ์ของผม ผมก็เห็นจป.หลายคน ที่จบอาชีวอนามัยฯ ป.ตรี หรือ ผ่านการอบรม จป.มา 

ได้ไปทำงานต่างประเทศจำนวนไม่น้อยนะครับ 

ไม่ว่าไปทำงานที่ เยอรมัน ออสเตรเลีย อเมริการ สิงคโปร์ จีน และตะวันออกกลาง 

หลายคน  ก็ไปทำงานเป็น Safety officer หรือ Safety Manager ได้ทั้งนั้น 

ในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เขาเน้นคนมีประสบการณ์ คนมีผลงาน และ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี 

อ่านอีกครั้งนะครับ 
"สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี"

เพราะในบางประเทศเอง ก็ไม่มีกฎหมายบังคับ เรื่องของการต้องมี จปว. ในสถานประกอบการ 

เว้นแต่ว่าบางงาน ก็ต้องผ่านการเรียน หรือ การอบรมเฉพาะด้านมา จึงจะให้มาทำงานได้ เช่น

ต้องมีวุฒิบัตร Certified industrial Hygienist (CIH) หรือ  The National Examination Board in Occupational Safety and Health (NEBOSH ) 

ตามเงื่อนไขที่บริษัทต้องการ

หากมีคุณสมบัติเหล่านี้ ก็จะง่ายขึ้น ที่จะไปทำงานต่างประเทศได้ 

แต่ถ้าภาษาอังกฤษยังงูๆปลาๆ ก็คงไปได้ไม่ไกลนัก

น้องคนหนึ่ง 

ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี เรียน ป.โท สุขศาสตร์อุตสหากรรม ของ ม.แห่งหนึ่ง มาปรึกษาผมว่า 

พี่โมทย์คะ 

หนูได้งานทำค่ะ เขาให้ไปเป็น Safety officer ไปคุมงานก่อสร้างที่สิงคโปร์ 2 ปี 

แต่หนูยังเรียนโท ไม่จบเลย หนูควรทำอย่างไรดีคะ ?

กลับไปเรียนต่อ หรือ ไปทำงานที่สิงคโปร์ดี ?

ผมไม่ได้ให้คำตอบอะไรกับเธอ แต่ผมให้คำถามว่า 

การไปทำงานที่สิงคโปร์ มีข้อดีอะไรบ้าง?

น้องตอบว่า

1.ได้ประสบการณ์
2.ได้พัฒนาภาษอังกฤษ 
3. ได้หัดภาษาจีน
4. ได้ปลดหนี้ที่บ้าน
5. อาจจะได้สามีกลับมาด้วยค่ะ

แล้วถ้าน้องกลับมาเมืองไทย 
น้องคิดว่า น้องหางานทำในเมืองไทยยากมั้ย?

ไม่ยากเลยคะพี่โมทย์ เพราะหนูมีประสบการณ์ 
และ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีด้วยค่ะ

น้องตัดสินใจได้หรือยังครับ?

ขอบคุณค่ะพี่โมทย์ 

หนูจะไปดรอป ป.โท ไว้ก่อน ถ้าดรอป ไม่ได้ ก็ทิ้งไปค่ะ แล้วค่อยกลับมาเรียนใหม่ 

หรือ อาจจะไม่ได้กลับมาเรียนแล้วก็ได้ค่ะ 

เพราะตอนนี้ หนูเชื่อว่า บริษัทต่างๆ ต้องการประสบการณ์มากกว่าค่ะ 

โอกาส ถ้าปล่อยผ่านไป 
โดยเราไม่รับมันเข้ามา 

มันก็เหมือนกับอากาศ 
ซึ่งมีความสำคัญมาก 

แต่เราไม่เคยรู้สึก 
หรือ ให้ความสำคัญกับมันเลย

อ่านถึงตรงนี้แล้ว 

ผมเชื่อว่าหลายคน พอจะนึกออกแล้วนะครับว่า 

เรียนอะไรบ้าง เรียนแค่ไหน จึงจะไปทำงานที่ต่างประเทศได้

คำถาม
1. ความสามารถ และ ประสบการณ์ของเราเป็นอย่างไร?
2. ภาษาอังกฤษ มีความสำคัญมั้ย?
3. ภาษาอังกฤษเรา ดีพอหรือเปล่า?

เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

หากใครเคยอ่านหนังสือ 
"ต่างที่คิด พิชิตภาษา" ของผมแล้ว 

น่าจะเข้าใจดีครับ :)

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้ 
The Safety Coach

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564

ไม่สวมหน้ากากโดนปรับขั้นต่ำ 6,000 บาท

ตอนนี้หลายจังหวัด
เริ่มบังคับให้สวมใส่หน้ากาก เมื่อออกนอกเคหสถาน 

หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับ ขั้นต่ำ 6,000 บาท

"เคหสถาน" หมายถึง บ้านเรือน ที่พักอาศัย 

หมายความว่า เมื่อออกนอกบ้านหรือที่พักอาศัย ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา

ถึงแม้ว่าจะอยู่ในรถยนต์ ก็ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา 

เว้นแต่ว่า ในรถยนต์นั้น มีเราเพียงคนเดียว

อนุโลม เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ที่มาด้วยในรถ ไม่ต้องสวมใส่หน้ากาก เพราะกังวลว่าเด็กจะหายใจไม่ออก และยังถอดหน้ากากไม่เป็น

#สวมหน้ากาก

สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564

ในวันที่ไม่มีรายได้ เราจะทำอย่างไร

ในวันที่ไม่มีรายได้ 

ชีวิตของผมมี 2 ครั้งที่พบกับวันที่ไม่มีรายได้

ครั้งที่ 1 

ลาออกไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย 

ช่วงนั้น 7 เดือน ผมไม่มีรายได้เลย 

เพราะตั้งหน้าตั้งตา เรียนอย่างเดียว โดยไม่ทำงานพิเศษ 

ผมใช้จ่ายประหยัดมาก อยู่อย่าง อดๆอยากๆ น้ำหนักหายไป 10 กก. 

แต่ที่รอดมาได้ เพราะก่อนหน้านั้น "มีเงินเก็บ" ไว้เพียงพอ

ครั้งที่ 2 

เกิดจากการลาออก มาเป็นนายตัวเอง 

3 เดือนแรก นั่งมองหน้าภรรยาตาปริบๆ ไม่มีเงินเข้าสักบาท 

มีแต่เงินออก หลายหมื่นบาทต่อเดือน กินอยู่แบบประหยัดมาก ใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

แต่ก็พ้น 3 เดือนมาได้เพราะมี "เงินออม" เพราะสมัยนั้นที่ทำงานประจำ ผมไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย

จริงๆแล้ว น่าจะมีครั้งที่ 3 ที่ควรจะเกิดขึ้นในสภาวะวิกฤตแบบนี้ 

แต่ผมไม่ประสบปัญหามากมายนัก 

เพราะผมยังมีรายได้จากหนังสือ , ebook, แก้ว The Safety Coach และ การสอนออนไลน์

ที่สำคัญ ผมยังมีความรู้ ที่นำมาเปลี่ยนเป็นรายได้อีกมากมาย

ปรากฏว่า ตอนนี้ในวันที่มีวิกฤต 

ชีวิตของผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "เงินเก่า" แต่เกิดจาก "ความรู้เก่าๆ" ที่มี 

#สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ

1. การออม มีความสำคัญมาก

2.การใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย นำไปสู่ความขาดแคลน

3. ความรู้ สามารถแปลงเป็นเงินได้ ต้องลงทุนกับตัวเองให้มาก

ที่เขียนไม่ได้มีเจตนา ยกยอตัวเอง แต่ผมอยากจะแบ่งปันประสบการณ์

เพื่อให้รู้ว่า การจัดการค่าใช้จ่าย เงินออม และความรู้นั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมาก !

เราดูแลเรื่องความปลอดภัยของผู้อื่น 

แต่อย่าลืมดูแลเรื่องความปลอดภัยทางการเงินของตนเองด้วยนะครับ

No pain No gain

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2564

อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงาน สามารถป้องกันได้

หยุดโม้ เรื่อง BBS ได้แล้ว !

"อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงาน มันปัองกันไม่ได้หรอก"

เพื่อนของผมคนหนึ่ง ที่เป็นจป. มันด่าผมแบบนี้ 

ผมไม่ได้โต้เถียงอะไรกับมัน แต่ผมอยากเล่าให้ทุกท่านได้ฟังคำว่า
 
อุบัติเหตุและโรคจากการทำงานสามารถป้องกันได้จริง 

ผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่ง เล่าให้ผมฟังว่า

บริษัทในเครือของเขา 10 กว่าโรง ผลิตเหมือนกัน เกิดอุบัติเหตุมากมายเต็มไปหมด 

แค่แบมือก็รู้แล้วว่า มาจากแผนกไหน เพราะบาดแผลมันอ้างอิงถึงอุบัติเหตุในแผนกนั้นๆ

แต่โรงงานของผมนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีอุบัติเหตุเลยครับ

พี่ทำอย่างไรครับ? ผมถาม

เขาบอกว่า ผมใช้งาน จป.เป็น และ ผมให้จป.ขึ้นตรงกับผมเอง ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงงาน

จป.มี 2 ประเภทนะอาจารย์

1. ทำเองไม่ต้องบอก 
2. ต้องบอกจึงจะทำ

จป. ของผมเป็นประเภทที่ 2 ครับ "ต้องบอกจึงจะทำ" 

แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ดีนะครับ 

เขาเป็นคนที่ ทำตามคำสั่งได้ดีมากครับ

ซึ่งผมก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่ผมมี บอกให้เขาทำ 

สุดท้าย งานความปลอดภันก็ประสบความสำเร็จครับ


หัวใจสำคัญ คือ เราต้องใช้ จป.ให้เป็น 

โดยเฉพาะการสร้างคุณค่าให้กับเขา และ อย่าไปลดคุณค่าของเขาโดยเด็ดขาด 

ต้องคอยสนับสนุน คอยส่งเสริมความปลอดภัย

และต้องทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจเหมือนกันว่า

ความปลอดภัย เป็นหน้าที่ของทุกคนทุกระดับ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

ความปลอดภัย ไม่ใช่เป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนทุกระดับ

คนเรา ถ้าอยากสูง ก็ต้องทำความดี ไม่ใช่การเหยียบย่ำคนอื่น  เพื่อให้ตัวเองสูงขึ้น

คนเรา ถ้าอยากมีคุณค่า ก็ต้องสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ไม่ใช่การด่าผู้อื่น ให้เขาดูต่ำลง 

ความปลอดภัย ก็เช่นเดียวกันครับ 

อย่าไปลดคุณค่าของจป. โดยเด็ดขาด 

จงให้กำลังใจ และส่งเสริมให้เขาได้ทำงานด้านความปลอดภัยได้เต็มที่ 

และนี่คือเคล็ดลับสำคัญ ที่ผมใช้ในการจัดการความปลอดภัยในโรงงานครับ 

จป.ไม่ไปไหน ไม่ลาออก เพราะเขารู้สึกว่า งานที่เขาทำนั้น "มีคุณค่า" ครับ

อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงานสามารถป้องกันได้

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ไม่กล้าเตือนข้ามแผนก

ไม่กล้าเตือนข้ามแผนก

พี่ท่านหนึ่ง 

เล่าความในใจให้ฟังว่า อยากจะบอก อยากจะเตือนความปลอดภัยข้ามแผนก 

แต่รู้สึกอึดอัด ไม่กล้าที่จะเข้าไปบอก ให้คนที่อยู่ต่างแผนก ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย

เพราะกลัวว่า เขาจะโกรธ กลัวเขาจะไม่ชอบ เพราะเราไม่ใช่หน.งานของเขา 

พอผมได้ฟังแล้วผมรู้สึกดีมากๆ เพราะพี่ท่านนี้ มีทัศนคติที่ดีมาก เกี่ยวกับความปลอดภัย

แต่ผมไม่รู้หรอกว่า จะต้องช่วยยังไง 

จึงนำกระบวน"การโค้ช" มาช่วย

สุดท้าย พี่ท่านนี้ก็สามารถคิดได้เองว่า จะต้องให้ฝ่ายบริหาร ประกาศเป็น "นโยบายชัดเจน" 

ฝ่ายบริหาร ต้องนำเรื่องนี้มาคุยไปบ่อยๆ ว่าทุกคนสามารถช่วยกันเตือน ช่วยกันบอก ข้ามแผนกได้ 

และอีกหนึ่งอย่าง ที่ต้องทำก็คือ ผู้ที่ถูกเตือน หรือ ถูกแนะนำ ก็ต้อง"เปิดใจ"รับฟัง  

บางครั้ง การที่เราบอกวิธีการไปทั้งหมด อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา 

แต่หากเขานำสิ่งที่เราบอกไปใช้นั้น มันอาจจะไม่ดีที่สุดสำหรับเขา 

กระบวนการโค้ช จะเป็นวิธีการ ที่ทำให้ผู้ที่มารับการโค้ช สามารถเลือกวิธีการที่เหมาะสมด้วยตัวเอง 

โดยโค้ชจะช่วย ประเมินว่า วิธีการที่เขาเลือกนั้น เหมาะสมหรือเปล่า ? 

ด้วยการตั้งคำถาม รวมไปถึงช่วยกระตุ้นให้เขาได้ "ลงมือทำ" 

การลงมือทำ คือ บิดาของทุกสิ่ง และ ปัญญาที่แท้จริง ต้องเกิดจากการปฏิบัติ 

การโค้ชเพื่อความปลอดภัย วิธีการง่ายๆแต่ใช้ได้จริง 

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี

#สอนออนไลน์สด
#ความปลอดภัย

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

Stop Work Authority


5 ขั้นตอนในการใช้ 

Stop Work Authority หรือ SWA


SWA เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการป้องกันอันตราย และ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการทำงาน


OHSA แนะนำว่า ทุกพื้นที่ในการทำงาน ควรจะมีการทำเรื่องของ SWA เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับความปลอดภัยในการทำงาน


แต่น่าเสียดายที่หลายแห่ง ไม่ได้นำหลักการของ SWA มาใช้ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้ง


ในบทความนี้จะพูดถึง วิธีง่ายๆ 5 ขั้น  ที่เรียกว่า SAFE System


Stop work

Asses the situation

File a report

Eradicate the hazard

Resume


Stop work- เมื่อใครก็ตาม ที่พบการกระทำ หรือ สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยในการทำงาน เขาสามารถที่จะใช้อำนาจหน้าที่ ในการหยุด และแก้ไขให้ปลอดภัยได้


Asses the situation- ทำให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัย นำคนที่มีความเสี่ยงออกนอกพื้นที่ และรายงานอุบัติการณ์ให้หัวหน้างานรับทราบ


File a report- ใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่มี เพื่อช่วยให้การบันทึก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


Eradicate the hazard- สภาพแวดล้อม หรือ การกระทำที่ไม่ปลอดภัย จะต้องถูกกำจัดออกไป ตามแผนที่อยู่ในแบบฟอร์มนั้นๆ และจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัย


Resume- เมื่ออันตรายที่ได้บันทึกถูกกำจัดออกไป หรือ ทำให้ถูกต้องแล้ว ผู้ปฏิบัติงาน จะต้องถูกนำมารับการอบรมเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Action อะไรที่ต้องทำบ้าง


สุดท้าย ทั้งหัวหน้างาน และ ผู้จัดการ  พนักงานทุกคน จำเป็นต้องปฏิบัติตาม SWA และ แก้ไขให้มันถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดในอนาคต


SAFER เทคนิคนี้ เป็นเทคนิคง่ายๆที่ใช้ได้จริง ลองนำไปใช้กันดูนะครับ

ขอบคุณ : onsitesafety

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
#จิตสำนึกความปลอดภัย
#อบรมBBS

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

แจกอีบุ๊คฟรี









วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

รถบรรทุกแก๊ประเบิดที่พังงา

ร้ายแรงกว่า รถแก้สระเบิดที่เพชรบุรี 
คือ รถบรรทุกแก๊ประเบิด ที่พังงา

มีผู้เสียชีวิต 207 ราย คน บาดเจ็บกว่า 520 คน เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2534

รถพ่วง18 ล้อ ขับมาจากภูเก็ต บรรทุกระเบิดชนิดไดนาไมค์ 

พร้อมชนวน และเชื้อปะทุจำนวนเต็มคันรถ น้ำหนัก 30 ตัน หรือเชื้อปะทุจำนวน 1,300,000 ชิ้น เพื่อนำไประเบิดหินที่สระบุรี

เมื่อขับมาถึง "โค้งหักศอก" รูปครึ่งวงกลม ใกล้สถานีอนามัย ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

รถพ่วงคันนี้ ได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้ ระเบิด ชนวน และเชื้อปะทุต่างๆ ได้หล่นกระจายเกลื่อนถนน 

ชาวบ้านจำนวนมากได้เข้ามา "มุงดู" โดยไม่รู้เลยว่า อุบัติเหตุครั้งใหญ่กว่า กำลังจะเกิดขึ้นตามมา...

2 ชั่วโมง ถัดมา 

ในขณะที่ไทยมุง ยังคงมุงดูเหตุการณ์ สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อระเบิด ชนวน และเชื้อปะทุต่างๆ ที่หล่นกระจาย 

ได้เกิด "ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง"  เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังไปไกลหลายกม. รัศมีของระเบิดแผ่ไปไกลกว่า 250 ม. 

ทำลายชีวิตผู้คน สิ่งของ และบ้านเรือนบริเวณนั้นพังราบเป็นหน้ากลอง 

แรงระเบิดได้ทำให้บ้านเรือนราษฎรกว่า 50 หลัง 

รวมทั้งชาวบ้านที่นั่งอยู่ในรถบัสและรถยนต์สองแถวเสียชีวิตทันที

เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลียร์พื้นที่แล้วนำศพทั้งหมดไปเผารวมกันที่วัดประชุมศึกษาที่อยู่ห่างไป 400 เมตร 

เนื่องจากเมรุของวัด "ไม่สามารถรองรับ" จำนวนศพที่มากขนาดนั้นได้

อุบัติเหตุนี้ นอกจากจะนำความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ผู้คนในชุมชนนั้นแล้ว 

ยังเปลี่ยนวิถีชุมชนทุ่งมะพร้าวจากชุมชนที่คึกคักและรุ่งเรือง กลายเป็นชุมชนที่ "ซบเซา" มาจนถึงทุกวันนี้ 

และยังมีเรื่องเล่าหลอนๆหลายเรื่องในบริเวณนั้น 

ไม่ว่าจะได้ยินเสียงโอดควน ด้วยความทรมาน ผีหัวขาด แขนขาด ผิวหนังไหม้ และ ต่างๆมากมาย

สาเหตุ ตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ 

- มีคนเอาไฟไปจุดแก๊ประเบิด 
- การใช้วิทยุสื่อสาร จนไปชนวนจุดระเบิด
- เกิดจากแรงเสียดสี ของแก๊ประเบิดนั่นเอง

ในมุมมองของนักอาชีวอนามัยฯ หรือ จป.เอง 

เราเชื่อว่า "อุบัติเหตุสามารถป้องกันได้"

มาตรการป้องกันที่ต้องมี

1. ฝึกอบรมการขับรถขนส่งวัตถุอันตราย
2. ควบคุมปริมาณวัตถุอันตรายในการขนส่ง
3. มีแผนฉุกเฉินในกรณีวัตถุอันตราย หก หรือ รั่วไหล
4. ประเมินอันตราย และ เส้นทางในการเดินทาง
5. มีสติในการขับขี่ และ ใช้ความเร็วตามที่กม.กำหนด

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากอุบัติเหตุครั้งนี้

1. ไทยมุง นอกจากจะไม่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุแล้ว ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกว่าเดิม

2. การกั้นพื้นที่ และ ป้องกันไทยมุง เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ

3. ถ้าวัตถุอันตรายเป็นสารเคมี หรือระเบิด ต้องป้องกันไม่เกิดแหล่งความร้อน ประกายไฟ หรือ การกระแทก เสียดสี ในบริเวณนั้น

4. การประเมินอันตราย และ เส้นทางในการขับขี่ เป็นสิ่งสำคัญมาก ระยะทาง ถ้าไกลหน่อย ยังดีกว่า ระยะสั้น แต่คดเคี้ยวเป็นอันตราย

คำถาม

1. บริษัทของเรา มีการขนส่งวัตถุอันตรายหรือเปล่า?
2. มีลูกค้าขนส่งวัตถุอันตรายมาให้เรามั้ย?
3. เราได้มีมาตรการความปลอดภัย ในเรื่องนี้อย่างไร
4. มาตรการที่มีเพียงพอ หรือ ได้ทำการทบทวนหรือยัง?

ขอแสดงความเสียใจกับญาติและผู้เสียชีวิตทุกคนด้วยครับ 

ถ้าบทความนี้ ทำให้ผู้อยู่ในเหตุการณ์เกิดความสะเทือนใจ

ผมต้องขออภัยเป็นอย่างสูงครับ ผมมิได้มีเจตนาในการทำร้ายจิตใจผู้ใด

แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์เพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกคนครับ

Source : ณรงค์ ชื่นนิรันดร์, บอร์ดแคสไทยแลนด์,เรื่องเล่า เรื่องผี

เรียบเรียงโดย
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
The Safety Coach

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563

คำคมความปลอดภัย คำขวัญ


คำคมความปลอดภัย 
นำไปใช้ได้ครับ

อุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องของเวรกรรม แต่เป็นเรื่องของการกระทำ

ความปลอดภัย เป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกระดับ ไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

ธุรกิจที่ดี ต้องมีความปลอดภัย ธุรกิจใดไม่มีความปลอดภัย คือ ธุรกิจที่ไม่ดี

ความปลอดภัย คือ ส่วนผสมหลักของธุรกิจ อย่าเข้าใจผิดๆว่า คือ ค่าใช้จ่าย

ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีผลผลิต 
No Safety No Productivity

อุบัติเหตุมีไว้เรียนรู้ ความปลอดภัย มีไว้ป้องกัน

อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงาน สามารถป้องกันได้

ความปลอดภัย ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่คือ เรื่องส่วนรวม

ความปลอดภัยมิใช่ภาระ แต่มันคือ หน้าที่

ความปลอดภัย ไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ความปลอดภัย คือ สิทธิพื้นฐานของทุกคนทุกระดับ

#คำคมความปลอดภัย
#คำขวัญความปลอดภัย

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
www.pramoteo.com