แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ safety week แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ safety week แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เทคนิคนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยให้โดนใจนายจ้าง



ปัญหาที่ จป. หลายคนเจอ คือ "การนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยไปแล้ว ไม่ได้รับการอนุมัติ" เช่น การจัดซื้อ PPE หรือ อุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ และ การปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด 

คำตอบที่เราได้ยินกันบ่อยๆก็คือว่า ไม่มีงบ ไม่มีเวลา ตอนนี้กำลังเร่งการผลิตไม่ว่าง มีวิธีการอื่นอีกมั้ย หรือ ทำไม่ได้หรอก

วันนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ ในการนำเสนอที่ได้ผล จากการพูดคุย โดยใช้เอกสาร และตัวหนังสือให้น้อยที่สุด โดยอาศัยเทคนิคจาก "การพูด และสื่อ"

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า มนุษย์จะรับรู้ได้ดี จากประสาทสัมผัสใดบ้าง


เราจะเห็นได้ว่า การมองเห็น และได้ยิน จะช่วยในการรับรู้ได้ดีที่สุด

ดังนั้น ถ้าต้องการที่จะโน้มน้าวคนได้ ก็ต้องให้ความสำคัญกับ 2 ประสาทสัมผัสนี้
นี่คือ อีก 1 เหตุผลที่ วิทยากร หรือ นักพูดหลาย คนประสบความสำเร็จ เนื่องจากเขาโฟกัสใน 2 สิ่งนี้

การที่จะนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัยให้ได้รับการอนุมัตินั้น ก็จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคนี้ คือ การพูด และ การใช้สื่อในประกอบการมองเห็น เช่น ภาพ วีดีโอ หรือ พาไปดูของจริง ไปดูงานกันเลย

ทักษะการพูด จะต้อง พูดจากจิตวิญญาณ โดยสิ่งที่เราพูด จะต้องเป็นสิ่งที่เราเชื่อสุดๆ ถ้าเราเชื่อสุดๆแล้ว น้ำเสียงและท่าทางของเรา จะออกมาได้ดีอัตโนมัติ

การใช้น้ำเสียงต้องชัดเจน ชัดถ้อย ชัดคำ เน้นเป็นคำๆ

คำพูดที่ใช้ ต้องพูดให้เห็นภาพได้ชัดเจน ถ้าพูดถึงอุบัติเหตุ ต้องพูดให้ผู้ฟัง รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆเลย

เนื้อหาที่นำมาพูด ต้องประกอบสิ่งเหล่านี้ ตามลำดับ

1. เป้าหมาย (อย่าเพิ่งบอก) 
2. หลักการ หรือ ความเชื่อ 
3. เหตุผล 
4. ตัวอย่าง 
5. ย้ำหลักการ
6. บอกเป้าหมาย

ลองมาดูกันนะครับ


ภาพ : TNN24


ผมมีความเชื่อว่า "รองบ เท่ากับ รออุบัติเหตุ" (หลักการ)

เพราะ หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุอย่างร้ายแรง ล้วนมาจากการที่เราให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย มากกว่าความปลอดภัย  (เหตุผล)

เราคงเคยได้ยินข่าว เกิดเหตุเด็กตกลงไปในบ่อน้ำเก่าของโรงเรียน นักข่าวได้ไปสัมภาษณ์ ผอ.โรงเรียน ปรากฎว่า ผอ.บอกว่า ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 3 เดือน และ ผอ.คนเก่าได้แจ้งไว้ว่า ให้ระมัดระวังด้วยว่า บ่อน้ำเก่านี้อันตราย ระวังเด็กจะตกลงไป ตอนนี้กำลังรองบจากรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาอยู่ แต่สายเกินไปเด็กตกลงไปตายซะก่อนที่งบประมาณจากรัฐบาล จะมาถึง (ตัวอย่าง)

ดังนั้น "รองบ เท่ากับ รออุบัติเหตุ" (หลักการ)

เราอยากให้เหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นพนักงานของเรามั้ยครับ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าภรรยาของลูกน้องของเรา มาถามว่า ทำไมสามีของดิฉันต้องมาตายที่นี่? หรือ ลูกเขามาถามเราว่า ทำไมพอผมไม่กลับมาแล้ว?  พวกเราจะตอบลูกกับภรรยาของเขาอย่างไร?


ภาพจาก : Manager.com

ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องจัดการเรื่องของการทำงานในที่อับอากาศอย่างจริงจัง และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับการอบรมทั้งหมด (เป้่าหมาย หรือ สิ่งที่เราต้องการ)

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ?

บางครั้งลองนำเสนอ แบบไม่ต้องเขียนโครงการได้มั้ย? ลองขออนุญาตนั่งคุยกันดู เพราะ ผู้บริหารไม่ค่อยมีเวลาอ่านหรอก และการอ่านมันให้ความรู้สึก ไม่เท่ากับการพูดคุย ตามหลักการ เท่ากับการเห็นภาพ และการได้ยินหรอก 

นี่เป็นอีก 1 เหตุผล ที่ทำไมแต่ละบริษัทต้องมีพนักงานขาย มาพบลูกค้า แทนที่จะส่งแคตาล็อคมาให้เฉยๆ และมันก็กลายเป็นแค่กระดาษเปล่าไร้ค่า ที่ต้องทิ้งลงถังขยะไป

การนำเสนอโครงการด้านความปลอดภัย ก็คือ ทักษะหนึ่งของการขายนั่นเอง ลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ

เวลาที่ผมไปทำเซฟตี้ทอล์คโชว์ (Talk show) ในงาน Safety day หรือ งานสัปดาห์ความปลอดภัย (Safety week) ผมก็ใช้เทคนิคการสื่อสารแบบนี้ในการพูดครับ 

จึงมีงาน Talk show ด้านความปลอดภัย สม่ำเสมอ คนฟังใช้เวลาไม่นาน ได้ประโยชน์ ประทับใจ เกิดความบันเทิง เชิงสาระ เป็นที่พึ่งพอใจของคนจัดงาน และผู้ฟังเป็นอย่างดี


ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ติดต่องานอบรม

www.pramoteo.com
Facebook : The Safety Coach : BBS 
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ 0859200710
 






วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เส้นทางสู่ จป. มืออาชีพ...



ทุกวันนี้ มีหลายคนแชทเข้ามาถาม ไลน์มาคุย โทรมาปรึกษา และถามผมว่า... 
ถ้าอยากเป็นจป.มืออาชีพ ต้องทำอย่างไร...? 

ผมมักจะถามกลับไปว่า เป้าหมายชีวิตของคุณ คือ อะไร ? คุณเห็นภาพของคุณในอนาคตหรือยัง ถ้าเห็นแล้ว คุณเห็นมันชัดหรือเปล่า หรือยังไม่เคยเห็นมันเลย...?

ผมทำงานเป็น จป.วิชาชีพ มา 5 ปี  และเป็นที่ปรึกษาอีก 5 ปี ปัจจุบันตอนนี้กลายมาเป็นวิทยากร และนักเขียน...ชีวิตตอนนี้มีอิสระมาก ทำงานน้อย แต่ได้เงินเยอะ เพราะกระชากตัวเอง และครอบครัวออกมาจากชีวิตของการเป็นลูกจ้าง และงานประจำ... มีหลายคนอยากรู้ อยากทราบว่าทำได้อย่างไร...อยากมีชีวิตแบบนี้บ้าง...

ผมตอบกลับไปสั้นๆว่า...ให้ตั้งเป้าหมายชีวิต... 
ผมเคยอยากเป็น จป.วิชาชีพ ที่เป็นมืออาชีพ เก่งที่สุด ใครๆก็อยากได้ตัวไปทำงาน ต้องจ่ายแค่ไหนเขาก็ยอม 





ตอนนั้นจบมาใหม่ๆ ไฟแรงมาก แต่พอกลับมานั่งคิดๆดู ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น มีหลายๆอย่างเข้ามาในชีวิต ทำให้ความคิดของผมต้องเปลี่ยนไป และต้องรีบพัฒนาตัวเองอย่างเร่งด่วน... 

ผมค้นพบว่าการพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด คือ 
ต้องหาบุคคลต้นแบบให้เจอ ต้องเข้าหาเขาให้ได้ และต้องทำให้ดีกว่าที่เขาทำ 

ดังนั้นคนไหนก็ตาม ที่เป็นบุคคลต้นแบบของผม ผมจะไปหาหนังสือของเขามาอ่าน มีกี่เล่มซื้อมาอ่านให้หมด ใน Youtube มีกี่ตอนเปิดมาดูให้หมด เขามีสัมมนาที่ไหนก็ไป ไปเรียน ไปถาม ไปฝากตัวเป็นศิษย์...

สุดท้ายผมค้นพบแล้วว่า...เป้าหมายชีวิตของผมไม่ใช่ จป.วิชาชีพ เพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตของผม ดังนั้นผมต้องเอาตัวของผมออกมาจากอาชีพนี้ให้ได้ และปรับทิศทางของสมองใหม่ให้ไปยังเส้นทางที่นำไปสู่เป้าหมายชีวิต




การมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนจะทำให้คุณรู้ว่า...
อะไรคือสิ่งที่คุณต้องทำ และมันมีองค์ประกอบอะไรบ้างที่นำไปสู่เป้าหมายชีวิต...

ดังนั้นตอนนี้หลายคนที่กำลังจะเริ่มทำอาชีพ จป. และอีกหลายคนที่ทำอาชีพนี้มาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ผมไม่ได้ให้ความหมาย หรือชักชวนให้คุณเลิกอาชีพนี้...เพราะเป้าหมายชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน... 

ถ้าคุณรักในอาชีพ จป. คุณรักที่จะช่วยเหลือผู้คน คุณรักที่จะให้ทุกคนปลอดภัย และมันทำให้คุณมีความสุข ตอบโจทย์ชีวิตได้ ก็ทำไปเถอะครับ อาชีพนี้วิเศษจริงๆ ยิ่งใหญ่มาก ได้บุญ ได้กุศลเต็มๆ...แต่ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในงานด้านความปลอดภัย อยากเป็นมืออาชีพ คุณต้องตั้งเป้าหมายของงานให้ชัดเจนด้วยครับว่า...



ภาพแบบไหนที่คุณอยากเห็นในโรงงานของคุณ...

  • ทุกคนสวมใส่ PPE 
  • ทุกคนช่วยกันดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกัน 
  • ทุกคนมองว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำงาน 
  • ทุกคนปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงาน และนโยบายความปลอดภัยอย่างชัดเจน

จงรีบสร้างภาพเหล่านี้ขึ้นมาในเนื้อสมอง สร้างให้ชัด สร้างให้คมที่สุด คิดถึงมันทุกวัน ทำมันให้ดีขึ้นทุกวันๆ อ่านหนังสือให้มาก และหลากหลาย ทำให้มากกว่าคนอื่นๆเป็น 2เท่า 3 เท่า  แล้วค้นหาสิว่าไอ้คนที่เก่งที่สุด ดังที่สุดในเรื่องความปลอดภัยเรื่องนั้นๆคือใคร... 

เมื่อรู้แล้ว จงวิ่งเข้าหาเขา เข้าสัมมนาที่เขาสอน หรือไปหาหนังสือที่เขาเขียนมาอ่าน...แค่นี้พลังในการทำงานของคุณจะพุ่งขึ้นเป็นทวีคูณ ใครที่ไหนมาเจอ เขาจะทนไม่ไหว ทนดูไม่ได้ รีบตามมาจีบ รีบมารับคุณเข้าไปทำงาน ต้องเพิ่มเงินเดือนกี่เท่าเขาก็ยอม... 



จำไว้เสมอว่า...

ถ้าอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน...จงทำให้คนอื่นได้ประโยชน์จากเรา...
และสิ่งที่เขาได้ไป...จะต้องเหนือความคาดหมาย...และยิ่งใหญ่กว่าที่เขาต้องการ...

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
ต่างที่คิด...ชีวิตจึงปลอดภัย...


ข้อมูลเพิ่มเติม...