แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อันตรายจากมือถือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อันตรายจากมือถือ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

อันตรายจากมือถือ สมาร์ทโฟน

ชายคนหนึ่ง ตกลงไปในชานชลา ของรถไฟฟ้า   ใน Philadelphia แต่โชคดีที่สามารถช่วยชีวิตได้ทัน 

โดยสาเหตุเกิดจาก การ พิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์มือถือในขณะที่เดิน แล้วก้าวพลาดตกลงไป

ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งมาก และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ 

ในประเทศอังกฤษ เมื่อหลายปีก่อน มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เดินพิมพ์ข้อความ และเสียบหูฟัง ฟังเพลงไปด้วย ในขณะที่เดินผ่านชานชลานั่นเอง 

ก็ถูกรถไฟพุ่งชนอย่างจัง และเสียชีวิตทันที

คนขับรถไฟบอกว่า เห็นเธอแต่ไกลแล้ว กดแตรเตือนแล้ว แต่เธอไม่ได้ยิน และเขาไม่สามารถหยุดรถไฟได้ทัน 

จึงทำให้เกิด โศกนาฏกรรมดังกล่าว

แม้กระทั่งในเกาหลีใต้เองก็เช่นเดียวกัน สถิติที่เกิดขึ้นบนทางข้างถนน อันเนื่องจากการพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์

มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกปี 

ทางรัฐบาลเกาหลี จึงออกมารณรงค์ ไม่ว่าจะเป็นการติดสติ๊กเกอร์เตือนที่ทางเดิน และป้ายบริเวณทางข้ามว่า ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ

เป็นการรณรงค์ที่ดี 

ประเทศไทยเราเอง สำหรับจป. อย่างเราๆ ก็เริ่มรณรงค์วัฒนธรรมความปลอดภัยในโรงงาน

ด้วยการไม่ใช้โทรศัพท์มือถือในขณะเดิน จะเป็นสิ่งที่ดีมากครับ

ไม่ต้องรอ เราทำได้ทำเลยครับ...

Unseen Unsafe

Photo credit : KBS News

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
www.pramoteo.com

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

ใช้มือถือในขณะขับขี่อันตราย


อุบัติเหตุบนท้องถนน มิได้มีเพียงแค่ เมาแล้วขับ หรือ ขับรถเร็ว 

การใช้โทรศัพท์มือถือในการขับขี่ก็เป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

โดยเฉพาะตอนนี้ จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกันมากขึ้นทุกวัน รวมถึงการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับขี่ด้วย

จากการวิจัยของสถาบันเวอร์จิเนียเทค ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า

การพิมพ์ข้อความในขณะขับขี่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงถึง 23 เท่า 

การละสายตาดู Social Network ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้มากถึง 1.3 เท่า 

การขับขี่ด้วยความเร็ว 88.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยไม่มองถนนเป็นเวลา 4.7 วินาที 

จะทำให้รถเคลื่อนที่ได้ยาวเท่ากับ 1 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว

สำหรับประเทศไทยเรานั้น 

แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด ได้ทำการเก็บสถิติการจับกุมคดีใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถในปี พ.ศ.2561 พบว่ามีผู้กระทำผิด เกือบ 2 แสนราย และ  5 จังหวัด ที่มีอัตราการจับกุมสูงสุด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ภูเก็ต อำนาจเจริญ และมุกดาหาร 

วันก่อนผมพาครอบครัวไปเที่ยว จ.เพชรบุรี ขณะที่ขับขี่อยู่นั้นผมได้ยินเสียงปัง ดังขึ้นที่ท้ายรถ

ปรากฏว่าผมเห็น Mini Cooper จอดนิ่งติดอยู่ที่ท้ายรถของรถผม 

ผมโมโหมาก ตาแดง หน้าแดง ควันออกหูตัว ตัวสั่น ขาสั่น และรีบวิ่งลงจากรถ เพื่อเข้าไปเอาเรื่องทันที

ผมถามคนขับว่า ลุงขับยังไงเนี่ย !

ผมโกรธมาก เพราะผมเป็นห่วงลูกมาก เขาเพิ่ง 2 ขวบเอง และเพิ่งหายป่วย

โชคดีนะ ที่ลูกชายของผม นั่งบนคาร์ซีทจึงปลอดภัยดี ไม่ได้รับบาดเจ็บ 

คุณลุงรู้สึกผิดอย่างรุนแรง ยกมือขอโทษผม แล้วบอกผมว่า 

ลุงกำลัง "หยิบโทรศัพท์มือถือ" ขึ้นมาคุย

ทำให้ผมฉุนขึ้นไปอีก ก็เลยด่าลุงไปอีกว่า 

ลุงรู้ไหมว่า การใช้โทรศัพท์มือถือในการขับขี่ มันผิดกฎหมายนะ !

ลุงก็ยังขอโทษอย่างต่อเนื่อง ช่วงนั้นผมคุมสติไม่อยู่ 

ผมบ่น พึมพำว่า รอประกันมาก็เสียเวลาอีก 

คุณลุงนิ่ง และมองหน้าผม แล้วหยิบนามบัตรให้ และบอกว่าถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็โทรมาหาลุงนะ 

ทันทีที่ผมได้อ่านนามบัตร ทำให้ผมต้องหยุดพูด

เนื่องจากคุณลุง ดำรงตำแหน่งเป็น "นักการเมือง" ในท้องถิ่นที่นี้ 

ผมรู้สึกว่า
เราเป็นคนไทยนะ มีอะไร เราก็อภัยให้กันได้ ยอมได้ ก็ยอม ยอมหยุดเย็น ยอมเป็นก็เย็นได้ 

เราเกิดมาเพื่อสร้างบุญบารมีนะ ไม่ได้เกิดมาเพื่อสร้างคู่กรณี 

และที่สำคัญผมได้ข่าวมาว่า แถวเพชรบุรี เขายิงปืนแม่นมาก  

ในฐานะที่เราเป็นวิทยากรความปลอดภัยเราก็ไม่ประมาท

เราพอจะเห็นไหมครับว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร แล้วคนอื่นจะโชคดีเหมือนผมไหม 

แค่ท้ายรถบุบ ไม่ได้มีใครพิการหรือเสียชีวิต

อุบัติเหตุบนท้องถนน มิได้มีเพียงแค่ เมาแล้วขับ หรือ ขับรถเร็ว 

การใช้โทรศัพท์มือถือในการขับขี่ก็เป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
www.pramoteo.com

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563

ขาขาด เพราะตาไม่มอง

เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ล้วนเกิดจากการที่เรา "ไม่ได้มอง" หรือ "มองไม่เห็น" ทำให้เราไปอยู่ในจุดอันตรายและเกิดอุบัติเหตุ

ตาไม่มอง หรือ มองไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่า หลับตา แต่เรามองอย่างอื่นมากกว่า สิ่งที่เราควรจะต้องมองในขณะนั้น

หลายคนสะดุดล้ม หรือ เดินชน ก็เพราะไม่เห็นคนที่เดินมา ไม่เห็นก้อนหินที่มันอยู่บนพื้นก็เลยสะดุด 

คนปัจจุบัน ละสายตาจากสิ่งที่ทำ เพราะ "เขามองที่มือถือ" 

โทรศัพท์มือถือฆ่าคน ไปไม่น้อยในแต่ละปี 

ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับขี่ อันนี้อันตรายที่สุด เพราะเราละสายตาจากทางที่เรามอง เงยหน้าขึ้นมาก็เกิดอุบัติเหตุ บางคนซวยหน่อย ไม่มีโอกาสเงยหน้าอีกเลย

ล่าสุด ผมเห็นข่าว คนจีนขาขาด 2 ข้างเพราะว่า สะดุดล้มบนลิฟท์ แล้วลิฟท์มันก็หนีบขาทั้งสอง หนีบเสร็จมันก็ขึ้นอัตโนมัติ เพราะ ระบบเซ็นเซอร์ไม่ทำงาน หรือว่าไม่มี 

จึงทำให้ ขาทั้ง 2 ข้างขาด


สาเหตุเกิดจากคนจีนคนนี้ ไม่ได้มองทางเดิน ในขณะเดินเข้าไปในลิฟท์ แต่เขามองที่โทรศัพท์มือถือ 

เนื่องจากไม่ได้มอง มองไม่เห็น และจิตใจไปจดจ่อกับสิ่งอื่นมากกว่าสิ่งที่ต้องทำ 


พี่คนหนึ่ง ทำงานที่ห้างสรรพสินค้า ฝากให้ผมมาบอกทุกคนว่า... 

เวลาขึ้นบันไดเลื่อน รบกวน อย่ามอง ใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะมีโอกาส สะดุดล้มรวมถึง นิ้วก้อยเท้าอาจจะเข้าไปติด กับช่องบันไดเลื่อนด้านข้าง 

และได้แย่กว่านั้น ปกติบันไดเลื่อน จะมีระบบเซฟตี้ เป็นขนสีดำข้างๆบันไดเลื่อน เพื่อเตือนให้เอาเท้าออก เวลาที่เท้าของเราเผลอไปโดน

แต่บางคนคิดว่า เป็น "ที่ขัดรองเท้า" เอารองเท้าเข้าไปแหย่ แบบนี้ยิ่งแย่ไปกันใหญ่

อย่าละสายตา โฟกัสในสิ่งที่ทำ เงยหน้าไม่มองโทรศัพท์ อุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์ OK!



พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้ ปราโมทย์โอภาสมงคลชัย

ติดต่ออบรมความปลอดภัย 
อบรม BBS อบรมจิตสำนึกความปลอดภัย
www.pramoteo.com

โทร 0896784547

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

อันตราย ยาเสพติดในมือคุณ


ยาเสพติดชนิดใหม่ได้ระบาดไปแล้ว ทั่วโลก…!  การออกฤทธิ์อย่างเฉียบพลันของมัน ทำให้เรามีอาการหงุดหงิด อารมณ์เสีย กระวนกระวาย ทุรนทุราย และตอนนี้มันหาซื้อได้ง่ายมาก มันกำลังอยู่ในมือของพวกเราหลายๆคน

ตอนนี้...มันติดหนึบกับชีวิตของเราแล้ว มันอยู่กับเราทั้งวันทั้งคืน ขัดขืนไม่ได้ มันควบคุมเราแทบจะทั้งชีวิต...

เจ้ายาเสพติดชนิดนี้ ที่อยู่ในมือของเรา มีชื่อว่า...สมาร์ทโฟน...
ลองหลับตา นิ่งๆ แล้วลองถามตัวเองดูสิว่า เราเคยห่างจากมันนานที่สุด กี่นาที...?

เรากำลังเสพติดเจ้าสิ่งเหล่านี้อยู่หรือเปล่า...Facebook, Twitter, LINE, Youtube และอื่นๆมากมาย...  

ในอเมริกามีข้อมูลที่น่าสนใจมาก เกี่ยวกับการใช้ สมาร์ทโฟน ดังนี้

84 % ของกลุ่มตัวอย่าง ต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เมื่อออกไปข้างนอก
50 ของคนอเมริกัน เอาสมาร์ทโฟนไปนอนด้วย 
20 ของกลุ่มตัวอย่าง เช็คสมาร์ทโฟนทุกๆ 10 นาที
20 ของกลุ่มตัวอย่าง ตั้งกลุ่มเพื่อแชท และส่งข้อความ



ภาพ: การระบาดของสมาร์ทโฟนในฮ่องกง


เป็นเรื่องที่น่าตกตลึง และประหลาดมาก เมื่อทุกคนนั่งกินข้าวด้วยกัน แทนที่จะนั่งมองหน้ากัน มองตากัน คุยกัน กลับกลายเป็นว่า ทุกคนจ้องลงไปที่สมาร์ทโฟน แล้วก็คุยแบบไม่ใช้เสียงกับคนที่อยู่ข้างใน ไม่เฉพาะบนโต๊ะกินข้าว แต่เราสามารถเห็นได้ที่หนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเป็นรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง ทางเท้า สวนสาธารณะ หรือแม้แต่กระทั่งในโรงภาพยนตร์




ภาพ: แสงสะท้อนจากโทรศัพท์มือถือในโรงหนัง


เคยสังเกตมั้ยครับว่า นั่งอยู่ในโรงหนังมืดๆ แต่กลับมีแสงสว่างแวบๆ วาบๆ เป็นจุดๆ บ้างก็สะท้อนเข้าตาเรา บ้างก็สะท้อนไปที่จอหนัง มันน่ารำคาญจริงๆ ทั้งๆที่ในโรงหนัง มันก็บอกอยู่แล้วว่าให้ปิดโทรศัพท์ บางคนโมโหมากก็โวยวาย ต่อว่าไอ้คนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎกติกา  แต่ดูเหมือนว่า จะไม่เป็นผลอะไร พวกเขาทำเหมือนเดิม

ที่ผมเล่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องของพฤติกรรมของคนยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไป แต่เมื่อพฤติกรรมเปลี่ยนผลลัพธ์ก็เปลี่ยน อาจจะมีทั้งดีบ้าง และไม่ดีบ้าง แต่วันนี้ผมขออนุญาตเล่าเฉพาะส่วนที่ไม่ดี ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และคนอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงนะครับ


The Institute of Advanced Motorists ของ UK ทำการวิจัยแล้วพบว่า

การใช้สมาร์ทโฟนขณะขับขี่ มีอันตรายสูงมากกว่าการขับขี่ในขณะที่ดื่มสุราในระดับปานกลาง มากถึง 37.6 % โดยเฉพาะการพิมพ์และส่งข้อความ 

นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ UK ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์สื่อสารใดๆเลย ในขณะขับขี่
เพราะว่า ในขณะที่เราขับขี่โดยใช้โทรศัพท์มือถือไปด้วยนั้น สมองจะทำงาน 3 อย่างในเวลาเดียวกัน คือ จับพวกมาลัย มองเส้นทาง และจดจ่อกับสมาร์ทโฟน และผลที่ตามมาคืออุบัติเหตุ ที่อาจถึงขั้นร้ายแรง พิการ หรือเสียชีวิตได้

บางครั้งอุบัติเหตุ ก็ไม่ได้เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนขณะขับขี่ แต่มันเกิดจากการเดินธรรมดาๆ แล้วใช้สมาร์ทโฟน ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม




ภาพ : Katherine Littewood สาวน้อยวัย 15 ปี ผู้เสียชีวิต


ที่ประเทศอังกฤษ มีข่าวที่น่าสลดใจเกิดขึ้น  

เมื่อ Katherine Littewood เด็กหญิงคนหนึ่งวัย 15 ปี  ได้ก้าวเท้าลงไปบนชานชลา และถูกรถไฟชนตาย ทั้งๆที่คนขับรถไฟ ได้ทำการกดแตร ให้สัญญาณ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่เธอไม่ได้ยิน และไม่เห็นสัญญาณไฟกระพริบด้วย

ภายหลังการสอบสวนอุบัติเหตุพบว่า ขณะที่เดินลงไปบนชานชลา เธอฟังไอพอด และใช้สมาร์ทโฟนแชทกับเพื่อน โดยไม่มองทางเดิน และไม่ได้ยินหรือเห็นสัญญาณใดๆเลย
ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าเด็กอายุ 11 ปีได้รับบาดเจ็บจากการเดินบนท้องถนนมากเป็น 3 เท่า มากกว่าตอนอายุ 10 ปี เนื่องมาจากโดยเฉลี่ยแล้วพ่อแม่จะซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกให้ลูก เมื่อลูกอายุ 11 ปี และบาดเจ็บจะเพิ่มอีกเป็น 6 เท่าเมื่อทำการส่งข้อความหรือแชท

นอกจากนี้ ยังมีบางคนตกลงไปในชานชลารถไฟอีกด้วย มีทั้งที่เดินตกลงไปเอง และเดินชนคนที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เขาตกลงไป เพราะคนใช้สมาร์ทโฟนขณะเดิน จิตใจไม่จดจ่อกับความปลอดภัย แต่กำลังจดจ่อกับการมองโทรศัพท์




ภาพ:ป้ายรณรงค์การไม่ใช้สมาร์ทโฟนในญี่ปุ่น


ที่ประเทศญี่ปุ่น

ในปี 2010 กระทรวงการคมนาคมและการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ได้รับรายงานมาว่ามีคนตกลงไปในชานชลา ถึง 11 คน และในปีถัดมา 2011 จำนวนคนที่ตกลงไปในชานชลาสูงขึ้นถึง 18 คน
นอกจากนี้แล้ว University of Tsukuba ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับเด็กนักเรียนในโตเกียว และโอซาก้าพบว่ามากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ถูกเดินชนจากคนที่ใช้สมาร์ทโฟนในขณะที่เดิน

ในประเทศญี่ปุ่นเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก ถึงขนาดมีการประชุมกับตำรวจ บริษัทผลิตและให้บริการอุปกรณ์สื่อสาร บริษัทที่จัดสร้างถนน เพื่อค้นหาวิธีการในการแก้ปัญหาดังกล่าว จนถึงขนาดคิดที่จะทำการแบนการใช้สมาร์ทโฟนขณะเดิน

ถึงเวลาหรือยังครับที่ประเทศของเรา ...
และพวกเราจะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัย...

ถ้าคุณก้มหน้าก้มตาขณะเดิน...คุณจะไม่เห็นอะไรเลย...
เมื่อคุณไม่เห็น...ชีวิตคุณก็ไม่ปลอดภัย...


ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

พฤติกรรมความปลอดภัย...สร้างได้...
ต่างที่คิด...ชีวิตจึงปลอดภัย...