แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไฟไหม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไฟไหม้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2564

แท่นขุดเจาะ BP ไฟไหม้ Deepwater Horizon

                  ภาพจาก : DW

กรณีศึกษา Deepwater Horizon แท่นขุดเจาะน้ำมัน BP ระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อ 20 เม.ย. 2010

มีผู้เสียชีวิต 11 ราย มีน้ำมันรั่วไหลสู่ทะเลทั้งหมด 4.9 ล้านบาร์เรล ยาวนาน 87 วัน กระจายวงกว้างไปถึง 40 ไมล์จากจุดเกิดเหตุ มูลค่าเสียหายมากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ US

นก 800,000 ตัว   เต่า 65,000 ตัว  ปลาวาฬและปลาโลมา 1,400 ตัว

ซึ่งอาจเป็นเพียงแค่ส่วนน้อย เพราะเราคงไม่สามารถลงไปเก็บข้อมูลใต้ทะเลลึกได้

สาเหตุเกิดจาก 

การขุดเจาะบ่อน้ำมัน ในอ่าวเม็กซิโก ที่ชื่อว่า Macondo เป็นหลุมลึก และขุดเจาะยาก บวกกับสภาพดินและโคลน ใต้ดินเป็นรูพรุน มีความแข็งแรงต่ำ ไม่เอื้ออำนวยในการขุดเจาะ หรือ เป็นที่ๆคนงานเรียกกันว่า บ่อนรก

BP จึงต้องนำอุปกรณ์แท่นขุดเจาะที่มีประสิทธิภาพสูงชื่อว่า “Deepwater Horizon” 

แท่นขุดนี้  สามารถขุดเจาะได้ลึกถึง 23,400 ฟุต และเคยเจาะทำลายสถิติ ขุดเจาะได้สูงสุดถึง 35,055 ฟุต ใน ปี2009

แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ตามสภาพที่ได้กล่าวไป  จึงทำให้แผนงานล่าช้ากว่ากำหนดถึง 5 เดือน

ซึ่งทุกนาทีที่เลื่อนออกไป ย่อมหมายถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายได้พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่กำลังฟื้นตัวสูงขึ้น  กดดันให้ BP พยายามเร่งรัดการขุดเจาะ

ด้วยเหตุนี้ 

พวกเขาจึงมองข้ามเกี่ยวกับความปลอดภัยไปหลายด้าน

ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณรอยรั่วในหลุม, ปัญหาแรงดันอากาศสูง, อุปกรณ์ขาดการบำรุงรักษา

รวมทั้งพนักงานบางราย ยังได้กรอกข้อมูลปลอม เพื่อให้ผ่านผลทดสอบการขุดเจาะอีกด้วย

จนกระทั่งในวันที่ 20 เมษายน ปี 2010

ก๊าซธรรมชาติที่ปะปนอยู่ในแหล่ง ได้ถูกแรงดันผลักขึ้นมาข้างบนแท่น ผ่านรอยรั่วตามชั้นหิน

และได้ทำปฏิกิริยากับอากาศ จนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง อันนำไปสู่การ

เกิดโศกนาฎหกรรมดังกล่าว

ศาลสหรัฐฯ ได้ตัดสินให้บริษัทมีความผิด 14 คดี

และสั่งปรับเงินทันที 143,000 ล้านบาท รวมทั้งต้องชดเชยค่าใช้จ่ายกำจัดคราบน้ำมันในทะเลด้วย

ทั้งๆที่ ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นถือได้ว่าดีพวอเตอร์ฮอไรซันทำได้ดีมาก เพราะว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันแห่งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีความสูงถึงร่วม 400 ฟุต แต่มันก็มีความแข็งแกร่งและมีระบบป้องกันภัยอันยอดเยี่ยม 

มีทั้งอุปกรณ์ที่จะช่วยเปลี่ยนทิศทางของแก๊ส และ น้ำมันที่รั่วไหลให้ออกห่างจากตัวแท่น มีเครื่องมือที่สามารถปิดผนึกหลุมเจาะที่รั่วหรือระเบิด พร้อมทั้งระบบที่ทำให้แท่นออกห่างจากการระเบิดได้อีกด้วย และยังติดตั้งระบบป้องกันแก๊สทะลัก และสัญญาณเตือนภัยที่สามารถบอกลูกเรือได้ทันที แม้จะมีแก๊สรั่วเพียงแค่เล็กน้อย 

ทีมลูกเรือของแท่นขุดเจาะยังได้รับการฝึกซ้อมหนีภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการควบคุมดูแลโดยหัวหน้างานที่ใส่ใจความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด

แต่ในวันนั้น เกิดความผิดปกติของระบบควบคุมความดันในแท่นขุดเจาะ น้ำทะเลปริมาณมากไหลเข้าไปในท่อลำเลียงน้ำมัน และ ก๊าซจากหลุมเข้าสู่แท่น จนเกิดการระเบิดของน้ำโคลน ที่มีส่วนประกอบของก๊าซมีเทน และ ของเหลวเปลี่ยนเป็นก๊าซอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่การระบิดอย่างเนื่องจนเกิดไฟลุกลามบนแท่น 

อะไรคือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังหายนะในครั้งนี้

สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ในช่วง 4-5 ปีก่อนที่จะเกิดเหตุ Deepwater Horizotal  BP เองก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ล่าสุดก็เมื่อเดือนมีนาคม ปี2005 โรงกลั่นน้ำมันของ BP ที่ Texas ระเบิด มีคนเสียชีวิตไปหลายคน เพราะนโยบายลดค่าใช้จ่ายจากบริษัทแม่ที่ส่งไปยังลูกๆทำให้ทุกคน บริษัทลูกจึงพยายามตัดค่าใช้จ่ายทุกอย่างออก เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย  

สิ่งที่ได้เรียนรู้

  1. เมื่อไรที่ให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นมากกว่าความปลอดภัย ย่อมเกิดอุบัติเหตุ

  2. หากนายทุนไม่รับฟังผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย หรือ ผู้จัดการแท่น นั่นคืออุบัติเหตุ


คำถาม 

  1. บริษัทตัดค่าใช้จ่ายมากเกินไปหรือเปล่า? 

  2. มีโอกาสที่ผู้บริหาร หรือ หัวหน้างาน จะละเลยเรื่องของความปลอดภัย อันเนื่องมาจากาการตัดค่าใช้จ่าย หรือไม่? 

  3. ขวัญกำลังใจของพนักงานตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าขวัญกำลังใจไม่ดี จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้หรือเปล่า?

  4. เราให้ความสำคัญเรื่องอะไร เป็นอันดับหนึ่งในการทำงาน?


กลับมาทบทวนกัน ตอนนี้หลายโรงงานก็มีนโยบายในการลดค่าใช้จ่าย  เนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 และการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ยังขาดประสิทธิภาพที่ดีพอ 


*ตอนนี้ สิ่งที่ผู้คนต่างจดจำ BP ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจ

แต่กลับเป็นเหตุการณ์แท่นขุดเจาะน้ำมันระเบิด เมื่อปี 2010


*อย่าลืมไปดูหนังกันครับ

cr.ลงทุนแมน, Thairat,รศ. ดร.พิสุทธิ์เพียรมนกุล และ ดร.ณัฐวิญญชวเลิศพรศิยา ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดลอม คณะวิศวกรรมศาสตรจุฬาฯ ตรัง สุวรรณศิลปบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปโตรเลียม จำกัด (มหาชน)


วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ไฟไหม้ King's Cross Station ตาย13


ในปี 1987 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่สถานีรถไฟคิงครอส ประเทศอังกฤษ มีคนเสียชีวิต 31 คน

ก่อนเกิดเหตุ มีผู้โดยสารคนหนึ่งเดินเข้าไปแจ้งจนท.จำหน่ายตั๋วว่า

พบไฟไหม้กระดาษทิชชู ที่บันไดเลื่อน 

จนท.จึงเดินไป พร้อมกับใช้แมกกาซีนที่อยู่ในมือ ม้วนๆ ตีไปที่กระดาษทิชชู จนไฟดับไป

หลังจากนั้น เขาก็กลับมาทำงานปกติ  โดย "ไม่ได้แจ้งหน่วยงานดับเพลิง"

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ก็เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ผู้โดยสารวิ่งหนีตายกันโกลาหล 

เจ้าหน้าที่สถานี จึงกดสัญญาณอพยพฉุกเฉิน  แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งฝ่ายดับเพลิง 

เพราะ สถานี มีกฏอยู่ว่า 

"ไม่ให้ติดต่อหน่วยงานภายนอกโดยตรง หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา"

เมื่อ จนท.ที่ดับเพลิงภายนอกมาถึงดับเพลิงล่าช้ามาก เพราะเขาไม่ได้ใช้ ท่อน้ำดับเพลิงของสถานีรถไฟในการดับเพลิง 

แต่เขาใช้รถดับเพลิง และท่อดับเพลิงข้างถนนที่ตนเองมี ในการดับ 

เพราะคุ้นเคยกับของของตัวเองมากกว่า และเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดี เพราะเคยใช้ของที่ไม่คุ้นเคย

ทำให้เสียเวลามาก และดับเพลิงล่าช้า เกิดความเสียหายเป็นอย่างมหาศาล


สาเหตุ

1. ต่างคนต่างใหญ่ ต่างออกกฎเพื่อตนเอง ผู้บริหารแยกกันทำงาน ทำให้ พนักงานขาดความสามัคคี

2. ให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าความปลอดภัย  

เขากำหนดให้ จนท.จำหน่ายตั๋วมีหน้าที่ในการจำหน่ายตั๋วเท่านั้น 

ห้ามไปทำอย่างอื่น เพราะจะเสียเวลาทำงาน และผู้โดยสารต้องรอนาน ไม่สะดวก 

จนทำให้เขาเข้าใจว่า เขามีหน้าที่แค่นี้จริงๆ

3. พนง.ทำตามกฎระเบียบมากเกินไป จนเคยชิน ไม่อยากฝ่าฝืน เพราะจะเจ็บตัว

ถึงแม้ว่ากฎที่มีนั้น ไม่ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัย

4. พนักงานดับเพลิง มีประสบการณ์ไม่ดี กับการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่ไม่ใช่ของตนเอง 

จึงใช้อุปกรณ์สาธารณะ ที่ใช้อยู่ซึ่งไม่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ

5. พนง.ของสถานี ใช้อุปกรณ์ดับเพลิงไม่เป็น เพราะไม่มีการฝึกอบรม และ ต่างฝ่าย ต่างมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายดับเพลิง ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา


มาตรการป้องกัน

1. ผู้นำสูงสุด ต้องสร้างความสามัคคีให้กับผู้บริหารของทุกๆฝ่าย

2. ความปลอดภัย ต้องเป็นหน้าที่ของทุกคนทุกระดับ มิใช่เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

3. ต้องให้ความสำคัญ ในเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าผลกำไร เพราะ ความสูญเสียนั้น มันมากกว่าที่เราคิดเยอะ

4.  ต้องฝึกซ้อมดับเพลิงสม่ำเสมอ แม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงภายนอกเอง ก็ควรชวนมาร่วมซ้อมด้วย

5. แก้ไข และปรับปรุงกฎระเบียบ ใหม่ทั้งหมด ที่ไม่ ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน

ต่างคนต่างใหญ่ ต่างออกกฎของตนเอง 

สุดท้ายคนที่เสียชีวิต คือ คนที่ไม่เกี่ยวข้อง

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี