แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัยในการทำงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความปลอดภัยในการทำงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

Safety Moment Talk คือ อะไร?

Safety Moment Talk คือ อะไร?

Safety Moment talk คือ การพูดเรื่องความปลอดภัยสั้นๆ ไม่เกิน 2 นาที "ก่อน" ทุกๆการประชุม

เพื่อสร้างความตระหนัก และส่งเสริมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 

อันตราย ความเสี่ยง อุบัติการณ์ หรือ safety success story เพื่อนำไปสู่ Culture of Safety

💭 ผู้รับเหมาคนหนึ่ง ตกลงมาจากหลังคาของคลังสินค้าที่สูง 8 ม. 

ขณะที่ขึ้นไปซ่อมหลังคากระเบื้อง

โดยผู้รับเหมา ทำการวางแผ่นกระดานไว้ สำหรับเหยียบบนหลังคาเพื่อป้องกันกระเบื้องแตก

แต่ปรากฏว่า จุดที่จะซ่อมแซมนั้น อยู่เลยแผ่นกระดานที่วางไว้

จึงตัดสินใจ เหยียบบริเวณหัวน็อตของโครงหลังคาแทน

แต่ปรากฏว่าเหยียบพลาด

ทำให้กระเบื้องแตก จึงตกลงมา 

จากที่สูง 8 เมตร!

โชคดีที่ไม่บาดเจ็บสาหัส 

เนื่องจาก กระแทกโดนกล่องสินค้า ที่อยู่บนพาเลท ก่อนที่จะตกลงถึงพื้น 

ภายหลังการสอบสวนอุบัติเหตุพบว่า 

1.ทำงานเพียงลำพัง 
2.ไม่ประเมินความเสี่ยงก่อน 
3.ไม่ขอใบอนุญาตการทำงาน

แต่ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด คือ 

"สนิทสนม"กับ หัวหน้างานของบริษัทมากเกินไป 

จึง "อะลุ่มอล่วย" ให้กับความปลอดภัยในการทำงาน 

"Safety is not compromise"

คุณจะต่อรองอะไรกับก็ได้ แต่เรื่องความปลอดภัย ไม่มีการต่อรอง

ลองนำไปใช้ในบริษัทกันดูนะครับ

วันหนึ่งมีการประชุม ตั้งหลายการประชุม 

แค่แทรก Safety Monent ไปไม่ถึง 2 นาที

อะไรๆก็คงจะดีขึ้นครับ

#safetymoment
#safetystorytelling 

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565

นิสัย พฤติกรรมความปลอดภัย Tiny Habits

การสร้างพฤติกรรมความปลอดภัย Tiny Habit: BJ Fogg

 

Source : BJ fogg

กราฟนี้ เกิดจากงานวิจัยของ Dr. Fogg  มหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ดใน Behavior Lab ของมหาวิทยาลัย

โดยเขามีความเชื่อว่าพฤติกรรมเกิดจาก 

 

M: Motivation แรงจูงใจ 

A: Ability to do ความสามารถ

P :Prompts : สิ่งเร้าหรือกระตุ้น

 

เราสามารถทำนายพฤติกรรมได้ว่า พฤติกรรมนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น  โดยการพล็อตกราฟแล้ว หากปรากฏว่าจุดตัดของ Motivation และ Ability สูงกว่า Action line นั่นหมายความว่าพฤติกรรมนี้ "เกิดขึ้น" ได้

 

แต่หากจุดตัดของ Motivation และ Ability ต่ำกว่า Action line นั่นหมายความว่า พฤติกรรมนี้จะ "ไม่เกิดขึ้น"

จะเห็นได้ว่า "ถ้ามีแรงจูงใจสูงและ มีความสามารถที่จะทำได้ง่าย" โอกาสที่จะเกิดพฤติกรรมนั้นก็ "เป็นไปได้"

ในทางกลับกัน "ถ้ามีแรงจูงใจต่ำและ ทำได้ยาก" โอกาสที่จะเกิดพฤติกรรมนั้นๆก็ "เป็นไปไม่ได้"

หากมองเรื่องปัญหาจราจรในประเทศของเรา

 

การที่ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจรนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร เพราะอะไรเขาถึงทำแบบนี้ 

เราสามารถใช้โมเดลและกราฟนี้ในการประเมินได้ว่า สาเหตุเกิดจาก

 

 

การทำผิดกฎหมายทำได้ "ง่าย" (Easy to do) การไม่สวมหมวกกันน็อคมันสบายกว่าสวมใส่ 

กลับรถในที่ห้ามกลับรถ หรือ ขับขี่ย้อนซ้อนก็ทำได้ง่าย เพราะไม่ต้องขับไปกลับรถไกลๆ

 

และ ยังมีสิ่งที่กระตุ้นให้ทำผิดกฎหมายก็เพราะว่า ไม่มีใครว่า ไม่มีคนมาดักจับ  (ไม่มี Prompts) อย่างทั่วถึง

และสำคัญมากๆ คือ เคยทำมาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่เป็นไร ไม่โดนจับ 

จึงเชื่อว่าทำได้ทำให้ "มีแรงจูงใจสูง" (High Motivation) ในการกระทำผิด

นี้คือสาเหตุ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนจราจรมากมาย แทบทุกวัน

ส่วนวิธีการแก้ปัญหานั้นทำได้โดย

ก็ต้องทำให้มี "แรงจูงใจเกี่ยวกับความปลอดภัยสูง" และ "ปฏิบัติตามความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น" และ ต้องมีตำรวจคอย "ยืนกระตุ้น" จุดที่จะเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย หรือติดกล้องวงจรปิดปรับกันจริงๆ 

รวมไปถึงวิธีการเสริมแรงบวก อาจจะยืนสอนเหมือนตำรวจญี่ปุ่น

โดยตำรวจในญี่ปุ่น จะจับผู้ที่ทำผิดกฎหมายแล้ว ยืน "สอน" จนคยที่ฝ่าฝืนกฎจราจร "เข้าใจ ยอมรับ" แล้วจึงปล่ยให้ขับรถออกไปได้


สำหรับความปลอดภัยในโรงงาน หรือ สถานประกอบการนั้น

ก็สามารถใช้โมเดลนี้ได้ครับ

1. ดูสิว่า ทุกวันนี้แรงจูงใจ (Motivation) ในเรื่องความปลอดภัยของพนักงานเป็นอย่างไรสูงหรือต่ำ?

2.มีอะไรบ้างที่เป็นตัวกระตุ้น(Prompts)ให้เขาทำงานด้วยความปลอดภัย ?

3.ความปลอดภัยที่เราสร้างมาตรฐานให้เขาปฏิบัตินั้นง่ายหรือยากเกินไป (Ability)?

ลองนำไปใช้กันดูนะครับ

___________________________

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

www.pramoteo.com

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

แรงจูงใจด้านความปลอดภัย ไว้ใจไม่ได้

"แรงจูงใจ" เป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้

เรามักจะกำหนดพฤติกรรมคน ด้วยแรงจูงใจ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของแรงจูงใจในเรื่องความปลอดภัยนั้น 

บางครั้ง ก็เป็นเรื่องที่ "ไว้ใจ" ไม่ได้  

แต่เรื่องของ "ตัวกระตุ้น"นั้นไว้ใจได้เสมอ

เรารู้ว่าสิ้นปี ถ้าไม่มีอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน เราจะได้โบนัสพิเศษ

แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ และก็ยังทำพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป

แต่หากเรา ออกไปสังเกตความปลอดภัย อย่างสม่ำเสมอ 

นั่นแหล่ะ คือ ตัวกระตุ้นที่ดีกว่าแรงจูงใจ !

แม้ว่าสิ้นปี จะไม่มีโบนัสพิเศษ ที่แจ้งไว้

เขาก็ปฏิบัติตามความปลอดภัย

เพราะเราออกไป กระตุ้น   ไปสังเกต และ ตรวจสอบ ตลอดเวลา

คล้ายๆกับเวลาที่เราจะสอบปลายภาค นั่นแหล่ะ 

เรารู้ว่า การสอบ ต้องอ่านหนังสือ และการสอบผ่านนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

แต่ปรากฏว่าเรามาอ่าน "วันสุดท้าย"😑

เพราะอะไร?

เพราะเวลาที่เหลือน้อยนั้น คือ "ตัวกระตุ้น"นั่นเอง 

ทุกวันนี้ เราใช้อะไรบ้างเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมความปลอดภัยครับ ?

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ติดต่ออบรม
หรือ แอดไลน์ @thesafetycoach

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564

กฎกระทรวง 21(3) จปว ไม่ใช่ใครก็ได้

🔥 ย่อยมาให้ครับ

คนที่จะเป็น จป.วิชาชีพได้
ตามร่างกฎกระทรวง 21(3) 

1. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ป.ตรี 
2. มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในสถานประกอบการตามบัญชี 1 หรือ 2 
3. ผ่านการอบรมหลักสูตร จป.วิชาชีพ 
4. ผ่านการประเมิน ภายใน 5 ปี  นับตั้งแต่กฎกระทรวงฉบับนี้บังคับใช้

📌 ต้องผ่านคุณสมบัติทุกข้อ

ซึ่งแน่นอน น้องๆที่กำลังจะจบ หรือ คนที่จบสายตรงมา ส่วนใหญ่คงจะไม่พอใจ โดยเข้าใจตรงกันว่า... 

คนที่จะเป็น จป.วิชาชีพได้ คือ 

จบ ป.ตรีมา + ทำงาน 5 ปี + ได้ อบรมจปว + สอบผ่าน
= เป็น จปว ได้ทันที 

มีศักดิ์ศรี และ คุณสมบัติเท่าเทียมกันกับคนที่จบมาโดยตรง

ก่อนหน้านั้น ก็มีการคัดค้าน ไม่เห็นด้วย จากมหาวิทยาลัย 42 แห่ง  เมื่อปี 2561 ในข้อ 13(4)

เกี่ยวกับร่างกฎกระทรวง ฯ 

👉 โดยให้เหตุผลว่า 

1) หลักเกณฑ์/หลักสูตรการอบรมอาจไม่เข้มข้นและไม่ได้มาตรฐาน 

2) ผู้แทนมหาวิทยาลัยยืนยันว่า จป.วิชาชีพตามความต้องการของตลาดแรงงานไม่ได้ขาดแคลน เนื่องจากในแต่ละปีมหาวิทยาลัยผลิตออกมาอย่างเพียงพอ 

3) ไม่เป็นธรรมต่อนักศึกษาที่เรียนหลักสูตร จป.โดยตรง 

4) ไม่ต้องการให้มี 2 มาตรฐานระหว่าง จป.ที่จบหลักสูตรอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยตรงและ จป.ที่มาจากการอบรม 

โดยได้เสนอทางแก้ กรณียกเลิก ข้อ 13(4) 

👷 เพื่อนๆมีความคิดเห็น กันอย่างไรบ้างครับ?

ซึ่งการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และ เป็นข้อเท็จจริง 

จะมีส่วนสำคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดกับแรงงาน และ ประเทศชาติครับ

😊 ขอความคิดเห็นอย่างมีสตินะครับ 
งดใช้ความรุนแรงทางถ้อยคำ

#จปวไม่ใช่ใครก็ได้
#คัดค้านกฎกระทรวง21(3)
#ความปลอดภัยในการทำงาน

www.pramoteo.com

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ตัวอย่างผู้นำที่ดี


เป็นจป. ยังไงวะ !
ปัญหาแค่นี้ก็แก้ไม่ได้ 

ฝรั่งคนหนึ่ง ชอบสูบบุหรี่ในออฟฟิศ ส่งกลิ่นมันเหม็นทั่วไป จนคนอื่นเขาเดือดร้อน ก็ต้องไปฟ้องจป.

จป.ก็เข้ามาคุยด้วย เขาก็ไม่สนใจ 

จป.จึงบอกว่า กฎหมายบังคับ เอาสติ๊กเกอร์ไปติดเขาก็ไม่สนใจ 

สุดท้าย จป.โดนพนักงานด่าอีกว่า 

ทำไมแก้ปัญหาไม่ได้สักที ดูแลความปลอดภัยยังไงเนี่ย !

จป.ท่านนี้ จึงตัดสินใจ เข้าไปคุยกับผจก.โรงงาน 

พอ ผจก.โรงงานทราบเรื่อง ก็เดินไปคุยกับฝรั่งคนนั้นว่า

สูบไม่ได้นะ มันทำให้คนอื่นเดือดร้อน และผิดกฎหมายด้วย

หลังจากนั้นมา 

ฝรั่งคนนั้น ก็เดินออกมาสูบ ตรงที่สูบบุหรี่ด้านล่าง ไม่สูบในออฟฟิศอีกเลย
  ภาพ: อบรมความปลอดภัยออนไลน์

สังเกตไหมว่า

สิ่งที่ผจก.โรงงานพูด เป็นประโยค และเป็นคำพูดเดียวกัน กับที่ จป.เคยคุยกับ ฝรั่งดื้อๆคนนั้น

แต่การที่ฝรั่งคนนั้น ให้ความร่วมมือเพราะว่า 

คนที่ใหญ่กว่าเขา มีผลต่อเงินเดือนของ มาขอร้อง 

ผจก.โรงงาน คนนี้สามารถส่งเขากลับประเทศได้ เขาจึงต้องให้ความร่วมมือ

บางครั้งความสามารถ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้แต่ "อำนาจ" แก้ได้

คนที่เป็นผู้นำ ต้องกล้ารับผิดชอบ ต้องกล้าลงมาช่วยลูกน้อง

ถ้าความสามารถ และบารมี ที่ลูกน้องมี ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

หากความสามารถแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องใช้อำนาจเข้ามาช่วย

ผู้นำด้านความปลอดภัย
The Safety Coach

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564

ความปลอดภัยในการทำงาน ต้องเป็นอันดับ 1

ไม่จริงหรอก !

ที่บอกว่า ต้องให้ความปลอดภัยเท่าเทียมกับ ผลผลิต คุณภาพ ขวัญกำลังใจ และ ค่าใช้จ่าย

ครั้งหนึ่ง ผมเคยไปสอนหลักสูตรผู้นำด้านความปลอดภัย (Safety Leadership)

ปรากฏว่า ผู้บริหารท่านหนึ่งยกมือ แสดงความไม่เห็นด้วยกับผม!

ท่านบอกว่า ที่อื่นจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่นี่ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1 

เพราะถ้าไม่มีความปลอดภัย ก็ไม่มีผลผลิต 
No Safety No Productivity


ท่านพูดต่ออีกว่า

ท่านเชื่อแบบนี้  การที่เราเอาความปลอดภัยนำหน้า

จะนำมาซึ่ง ขวัญกำลังใจที่ดี ผลผลิตก็ดี ต้นทุนก็ต่ำ คุณภาพก็ดีขึ้น

ท่านเห็นว่า ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1 

ความปลอดภัย คือ ส่วนผสมหลักของธุรกิจ อย่าเข้าใจผิดๆว่าเป็นค่าใช้จ่าย

ธุรกิจที่ดีต้องมีความปลอดภัย 

No Safety No Productivity
ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีผลผลิต

Safety Leadership
ผู้นำด้านความปลอดภัย

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


สั่งซื้อหนังสือ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้