แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรมbbs แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรมbbs แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566

จป.ขึ้นกับ HR ดีมั้ย

จป.ขึ้นกับ HR ดีมั้ย?

น้องจป.คนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าน้องขึ้นตรงกับ HR 

แต่ฝ่าย HR ไม่สนับสนุนเรื่องของความปลอดภัยเลย 

เสนออะไรไป เรื่องก็จะสุดแค่ HR manager ไม่ขึ้นไปถึงผจก.โรงงาน

ด้วยเหตุผล ที่ไม่อยากให้ ผจก.โรงงาน ได้รับรู้ถึงปัญหา  

และ มองว่าความปลอดภัย คือ ค่าใช้จ่าย ปัญหาก็ยังคาราคาซัง เหมือนเดิม

สุดท้าย 

น้องก็เบื่อมาก อยากจะลาออก

ส่วนน้อง จป.อีกคนหนึ่ง ขึ้น ตรงกับ HR เหมือนกัน

แต่ผจก.ฝ่าย HR สนับสนุนทุกเรื่อง 

หลายเรื่อง ผจก.HR จัดการเองเลย ไม่ต้องให้เรื่องไปถึงผจก.โรงงาน

พี่ ผจก. HR ท่านนี้เล่าให้ฟังว่า

เคยมีประสบการณ์ เจอคนบาดเจ็บ และ คนเสียชีวิต มันเสียเวลา และเสียหายมาก...

หลายคน อาจจะมองเป็นเรื่องของเซฟตี้ 

แต่ในเรื่องของสวัสดิการ หรือ ค่าทำขวัญ หลังอุบัติเหตุ HR ก็ต้องดูแล 

ยิ่งอุบัติเหตุ ที่ถึงขั้นร้ายแรง หรือ เสียชีวิต โดยเฉพาะกับแรงงานต่างด้าวนั้น

เรื่องราวใหญ่โตมาก ต้องบินข้ามประเทศ!

เพื่อไปจัดการเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกจ้างจะต้องได้รับ

มันเหนื่อยจริงๆ

ดังนั้น

จึงจำเป็นต้องป้องกันไว้ก่อน เพราะ อุบัติเหตุ คือ ความสูญเสีย ที่ไม่ใช่แค่ผลผลิต 

แต่รวมถึงเสียเวลา ในการบริหารจัดการ และมีค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย โคตรเหนื่อย!

หากคิดว่าความปลอดภัย คือค่าใช้จ่าย ลองนึกถึงค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากความไม่ปลอดภัยดูสิ

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

Safety Momemt Talk

Safety Moment Talk คือ อะไร?

Safety Moment talk คือ การพูดเรื่องความปลอดภัยสั้นๆ ไม่เกิน 2 นาที "ก่อน" ทุกๆการประชุม

เพื่อสร้างความตระหนัก และส่งเสริมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 

อันตราย ความเสี่ยง อุบัติการณ์ หรือ safety success story เพื่อนำไปสู่ Culture of Safety

💭 ผู้รับเหมาคนหนึ่ง ตกลงมาจากหลังคาของคลังสินค้าที่สูง 8 ม. 

ขณะที่ขึ้นไปซ่อมหลังคากระเบื้อง

โดยผู้รับเหมา ทำการวางแผ่นกระดานไว้ สำหรับเหยียบบนหลังคาเพื่อป้องกันกระเบื้องแตก

แต่ปรากฏว่า จุดที่จะซ่อมแซมนั้น อยู่เลยแผ่นกระดานที่วางไว้

จึงตัดสินใจ เหยียบบริเวณหัวน็อตของโครงหลังคาแทน

แต่ปรากฏว่าเหยียบพลาด

ทำให้กระเบื้องแตก จึงตกลงมา 

จากที่สูง 8 เมตร!

โชคดีที่ไม่บาดเจ็บสาหัส 

เนื่องจาก กระแทกโดนกล่องสินค้า ที่อยู่บนพาเลท ก่อนที่จะตกลงถึงพื้น 

ภายหลังการสอบสวนอุบัติเหตุพบว่า 

1.ทำงานเพียงลำพัง 
2.ไม่ประเมินความเสี่ยงก่อน 
3.ไม่ขอใบอนุญาตการทำงาน

แต่ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด คือ 

"สนิทสนม"กับ หัวหน้างานของบริษัทมากเกินไป 

จึง "อะลุ่มอล่วย" ให้กับความปลอดภัยในการทำงาน 

"Safety is not compromise"

คุณจะต่อรองอะไรกับก็ได้ แต่เรื่องความปลอดภัย ไม่มีการต่อรอง

ลองนำไปใช้ในบริษัทกันดูนะครับ

วันหนึ่งมีการประชุม ตั้งหลายการประชุม 

แค่แทรก Safety Monent ไปไม่ถึง 2 นาที

อะไรๆก็คงจะดีขึ้นครับ

#safetymoment
#safetystorytelling 

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ติดต่องาน หรือ อบรม
www.pramoteo.com
Line: @thesafetycoach 
Youtube : The Safety Coach TH
Podcast : The Safety Coach

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565

นิสัย พฤติกรรมความปลอดภัย Tiny Habits

การสร้างพฤติกรรมความปลอดภัย Tiny Habit: BJ Fogg

 

Source : BJ fogg

กราฟนี้ เกิดจากงานวิจัยของ Dr. Fogg  มหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ดใน Behavior Lab ของมหาวิทยาลัย

โดยเขามีความเชื่อว่าพฤติกรรมเกิดจาก 

 

M: Motivation แรงจูงใจ 

A: Ability to do ความสามารถ

P :Prompts : สิ่งเร้าหรือกระตุ้น

 

เราสามารถทำนายพฤติกรรมได้ว่า พฤติกรรมนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น  โดยการพล็อตกราฟแล้ว หากปรากฏว่าจุดตัดของ Motivation และ Ability สูงกว่า Action line นั่นหมายความว่าพฤติกรรมนี้ "เกิดขึ้น" ได้

 

แต่หากจุดตัดของ Motivation และ Ability ต่ำกว่า Action line นั่นหมายความว่า พฤติกรรมนี้จะ "ไม่เกิดขึ้น"

จะเห็นได้ว่า "ถ้ามีแรงจูงใจสูงและ มีความสามารถที่จะทำได้ง่าย" โอกาสที่จะเกิดพฤติกรรมนั้นก็ "เป็นไปได้"

ในทางกลับกัน "ถ้ามีแรงจูงใจต่ำและ ทำได้ยาก" โอกาสที่จะเกิดพฤติกรรมนั้นๆก็ "เป็นไปไม่ได้"

หากมองเรื่องปัญหาจราจรในประเทศของเรา

 

การที่ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจรนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร เพราะอะไรเขาถึงทำแบบนี้ 

เราสามารถใช้โมเดลและกราฟนี้ในการประเมินได้ว่า สาเหตุเกิดจาก

 

 

การทำผิดกฎหมายทำได้ "ง่าย" (Easy to do) การไม่สวมหมวกกันน็อคมันสบายกว่าสวมใส่ 

กลับรถในที่ห้ามกลับรถ หรือ ขับขี่ย้อนซ้อนก็ทำได้ง่าย เพราะไม่ต้องขับไปกลับรถไกลๆ

 

และ ยังมีสิ่งที่กระตุ้นให้ทำผิดกฎหมายก็เพราะว่า ไม่มีใครว่า ไม่มีคนมาดักจับ  (ไม่มี Prompts) อย่างทั่วถึง

และสำคัญมากๆ คือ เคยทำมาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่เป็นไร ไม่โดนจับ 

จึงเชื่อว่าทำได้ทำให้ "มีแรงจูงใจสูง" (High Motivation) ในการกระทำผิด

นี้คือสาเหตุ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนจราจรมากมาย แทบทุกวัน

ส่วนวิธีการแก้ปัญหานั้นทำได้โดย

ก็ต้องทำให้มี "แรงจูงใจเกี่ยวกับความปลอดภัยสูง" และ "ปฏิบัติตามความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น" และ ต้องมีตำรวจคอย "ยืนกระตุ้น" จุดที่จะเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย หรือติดกล้องวงจรปิดปรับกันจริงๆ 

รวมไปถึงวิธีการเสริมแรงบวก อาจจะยืนสอนเหมือนตำรวจญี่ปุ่น

โดยตำรวจในญี่ปุ่น จะจับผู้ที่ทำผิดกฎหมายแล้ว ยืน "สอน" จนคยที่ฝ่าฝืนกฎจราจร "เข้าใจ ยอมรับ" แล้วจึงปล่ยให้ขับรถออกไปได้


สำหรับความปลอดภัยในโรงงาน หรือ สถานประกอบการนั้น

ก็สามารถใช้โมเดลนี้ได้ครับ

1. ดูสิว่า ทุกวันนี้แรงจูงใจ (Motivation) ในเรื่องความปลอดภัยของพนักงานเป็นอย่างไรสูงหรือต่ำ?

2.มีอะไรบ้างที่เป็นตัวกระตุ้น(Prompts)ให้เขาทำงานด้วยความปลอดภัย ?

3.ความปลอดภัยที่เราสร้างมาตรฐานให้เขาปฏิบัตินั้นง่ายหรือยากเกินไป (Ability)?

ลองนำไปใช้กันดูนะครับ

___________________________

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

www.pramoteo.com

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

แรงจูงใจด้านความปลอดภัย ไว้ใจไม่ได้

"แรงจูงใจ" เป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้

เรามักจะกำหนดพฤติกรรมคน ด้วยแรงจูงใจ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของแรงจูงใจในเรื่องความปลอดภัยนั้น 

บางครั้ง ก็เป็นเรื่องที่ "ไว้ใจ" ไม่ได้  

แต่เรื่องของ "ตัวกระตุ้น"นั้นไว้ใจได้เสมอ

เรารู้ว่าสิ้นปี ถ้าไม่มีอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน เราจะได้โบนัสพิเศษ

แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ และก็ยังทำพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป

แต่หากเรา ออกไปสังเกตความปลอดภัย อย่างสม่ำเสมอ 

นั่นแหล่ะ คือ ตัวกระตุ้นที่ดีกว่าแรงจูงใจ !

แม้ว่าสิ้นปี จะไม่มีโบนัสพิเศษ ที่แจ้งไว้

เขาก็ปฏิบัติตามความปลอดภัย

เพราะเราออกไป กระตุ้น   ไปสังเกต และ ตรวจสอบ ตลอดเวลา

คล้ายๆกับเวลาที่เราจะสอบปลายภาค นั่นแหล่ะ 

เรารู้ว่า การสอบ ต้องอ่านหนังสือ และการสอบผ่านนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

แต่ปรากฏว่าเรามาอ่าน "วันสุดท้าย"😑

เพราะอะไร?

เพราะเวลาที่เหลือน้อยนั้น คือ "ตัวกระตุ้น"นั่นเอง 

ทุกวันนี้ เราใช้อะไรบ้างเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมความปลอดภัยครับ ?

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ติดต่ออบรม
หรือ แอดไลน์ @thesafetycoach

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

คนตาย 3 ศพ อันตรายจากการเพาะเห็ด

            ภาพ: Manageronline

เกิดเหตุที่โรงเพาะเห็ดฟาง ขนาดความกว้างประมาณ 6 ม. ยาว 12 ม. ปิดด้วยผ้าใบทั้งโรง 

ภายในโรงเพาะเห็ดดังกล่าว พบผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ 

เนื่องจากในกระบวนการเพาะเห็ด จะมีขั้นตอนหนึ่ง คือ 

การนำคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไปในโรงเพาะ และ ทิ้งไว้ 3 วัน

โดยผู้เสียชีวิต เป็นมือใหม่ในการเพาะเห็ด ขาดประสบการณ์ 

จึงเข้าไปข้างใน โดยไม่ระบายอากาศก่อน 

ทำให้ขาดอากาศหายใจ หมดสติ และ และผู้ที่เข้าไปช่วยเหลืออีก 2 คน ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ

การขาดออกซิเจน ทำให้เสียชีวิตได้ 

❗ออกซิเจนลดน้อยลงเนื่องจาก 3 สาเหตุหลัก

1. ปฏิกิริยาเผาไหม้
2. ถูกแทนที่ด้วยก๊าซเฉื่อย
3. พื้นที่เป็นสนิมหรือรูพรุน

จากเหตุการณ์นี้ มีสาเหตุมาจากข้อ 2 

เนื่องจากออกซิเจนถูกแทนที่ด้วยก๊าซเฉื่อย หรือ "คาร์บอนไดออกไซด์" นั่นเอง

📌 สิ่งที่ได้เรียนรู้

1. การทำอะไรใหม่ๆ ให้นึกถึงความปลอดภัยอันดับแรก

2. ก๊าซเฉื่อย หรือ CO2 ทำให้ขาดอากาศหายใจได้

3. การเข้าไปช่วยเหลือแต่ละครั้ง ต้องมีสติ เพราะ หากขาดสติในการช่วยเหลือ ผู้ช่วยเหลือก็เสียชีวิตได้

4. ต้องระบายอากาศก่อนเข้าไปทุกครั้ง

📌 คำถาม

1. ที่ใดในบริษัทของเรา เป็นที่อับอากาศบ้าง?

2. ที่ใดบ้าง ที่มีโอกาสที่จะเป็นบรรยากาศอันตราย?

3.พนักงานมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของออกซิเจนที่ลดลงหรือไม่?

4. เคยสอน หรือประชาสัมพันธ์สิ่งเหล่านี้ ออกไปบ้างหรือยัง?

5. ตอนนี้เรามีมาตรการควบคุมอย่างไรบ้าง ต้องทำอะไรเพิ่มเติม?

💥 กระบวนการเพาะเห็ดฟางอาจมีวิธีที่แตกต่างกัน

CO2 หรือ การขาดออกซิเจนอาจจะมาจากสาเหตุอื่นได้

กระบวนการปกคลุมเห็ด ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ออกซิเจนลดลงได้เช่นเดียวกันคล้ายๆกระบวนการหมัก ที่อาจเกิด CO2 ขึ้นมาได้


#เพาะเห็ด
#ความปลอดภัยในการทำงาน
#ที่อับอากาศ

The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้


ติดต่ออบรมความปลอดภัยในการทำงาน www.pramoteo.com

สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee



วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ผมไม่กลัวตกหรอก

น้องคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า 

คุณลุงคนหนึ่ง กำลังขึ้นไปอยู่บน Nifty lift เพื่อไปทำงานบนที่สูง 

จึงเดินไปถามว่า ทำไมไม่ใช้เข็มขัดกันตก เพื่อความปลอดภัย 

เพราะที่ตัวถังรถ ก็มีสติ๊กเกอร์ติดอยู่ว่าให้สวมเข็มขัดกันตกทุกครั้ง

คุณลุงบอกว่า

ทำมาตั้งนานแล้ว ไม่เคยตกมาเลย เข็มขัดมันเกะกะ ไม่ตกหรอก

น้องคนนี้รู้ว่า

คุณลุงเป็นเบาหวาน และเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

จึงถามต่อว่า 

ถ้าสมมติว่า น้ำในหูไม่เท่ากันกำเริบ เวียนศีรษะ หรือหมดสติ ขณะที่อยู่ข้างบนจะทำยังไง?

คุณลุงตอบว่า

โอ๊ย ! ถ้ามันจะเกิดขึ้น ลุงรู้ตัวก่อนแล้ว ลุงไม่ขึ้นไปหรอกไม่ต้องห่วง 

พฤติกรรมนี้เกิดจาก 

คุณลุง ทำมาตั้งนานแล้ว ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ จนกลายเป็น "นิสัย" และเชื่อว่า ไม่เกิดอุบัติเหตุแน่ๆ

มหาวิทยาลัย MIT ได้ศึกษาเกี่ยวกับ กลไกในการเกิดนิสัยของมนุษย์ และพบว่าประกอบด้วย 3 อย่าง 

1. สิ่งกระตุ้น 
2. กิจวัตร 
3. รางวัล

ซึ่งในเหตุการณ์นี้ 

"กิจวัตร" คือ ทำงานบนที่สูงไม่ใช้อุปกรณ์กันตก 

"ตัวกระตุ้น" คือ สภาพแวดล้อมที่อยู่ และหัวหน้างาน ก็ไม่เคยว่าอะไร

"รางวัล" คือ ไม่มีอุบัติเหตุ เสร็จอย่างรวดเร็ว

คำถาม เพื่อแก้ปัญหา

1. เราจะแก้ไขกิจวัตรนี้อย่างไร ? 

2. เราจะใช้อะไรเป็นตัวกระตุ้นเพื่อกำหนดพฤติกรรมใหม่

3. รางวัลที่เราควรจะมีให้ จะต้องเป็นอะไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัย 

คิดเห็นกันอย่างไร ช่วยเล่าสู่กันฟังครับ บนพื้นฐานของความสุภาพนะ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
The Safety Coach
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

หรือ สั่งผ่าน Shopee

แจกอีบุ๊คฟรี

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

6 Keys to Success of Safe Behavior

6 Keys to Success of Safe Behavior

1. นายจ้างให้ความสำคัญ
2. ทีมงานมาจาก อาสาสมัคร มากกว่า ถูกบังคับ
3. ลูกจ้างได้รับการอบรม
4. ฉลอง เมื่อประสบความสำเร็จ
5. บอกถึงเบื้องหลังของความสำเร็จ ให้ทุกคนทราบ
6. ตั้งเป้าหมายความปลอดภัยใหม่ ให้ท้าทายกว่าเดิม

ผมมีโอกาสได้พูดคุยหลายๆที่ ที่ทำเรื่องของความปลอดภัย จนประสบความสำเร็จ จึงสรุปเบื้องหลังความสำเร็จมาให้ครับ

1. นายจ้างให้ความสำคัญ

บริษัทจะดีก็เพราะผู้นำ บริษัทจะพังก็เพราะผู้นำ ดังนั้นผู้ตามจะไปทางไหน ล้วนขึ้นอยู่กับผู้นำ ถ้าผู้นำให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยอย่างแรงกล้า ผู้ตามก็ไม่ต่างกัน

2. ทีมงานมาจากอาสาสมัคร มากกว่าถูกบังคับ

แรงขับมันแตกต่างกัน คนที่อยากทำ กับถูกบังคับให้ทำ ผลลัพธ์ ความสุข ความสนุกที่ได้มันแตกต่างกัน พวกที่ถูกบังคับให้ทำ จะเฉาก่อน 

แต่พวกที่อยากทำ จะมีกรอบความคิดที่พัฒนาได้ (Growth Mindset) มีความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา ความปลอดภัยก็จะไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ

3. ลูกจ้างได้รับการอบรม

องค์กรที่ยั่งยืน ไม่ต้องรอนับวันปิดบริษัท จะแบ่งผลกำไร 3 % มาพัฒนาคน แต่องค์กรที่มองแต่ผลกำไร งบส่วนนี้จะมีให้แค่หัวข้ออบรมที่กฎหมายบังคับ 

ไม่มีทางหรอกที่ไอโฟน จะเกิดจากการใช้คนห่วยๆมาทำงาน ความปลอดภัยก็เช่นกัน ถ้าไม่รู้เรื่องความปลอดภัย ก็ไม่เกิดความปลอดภัย

4. ฉลองเมื่อประสบความสำเร็จ

มนุษย์จะจดจำการด่า หรือ การถูกลงโทษมากกว่า รางวัล หรือ คำชื่นชม 5 เท่า 

ดังนั้นการฉลองต้องจัดให้หนัก จัดให้เต็ม แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องสิ้นเปลือง และที่สำคัญต้องขอบคุณทีมงาน และ พนักงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างจริงใจ

5. บอกถึงเบื้องหลังของความสำเร็จให้ทุกคนทราบ

Repetitive is mastery การทำงานอะไรซ้ำๆ จะทำให้เรา เป็นผู้เชี่ยวชาญ อะไรที่ทำแล้วส่งผลให้เกิดความปลอดภัย ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ 

เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า เพราะทำแบบนี้ ผลลัพธ์จึงเป็นแบบนี้ จะได้เกิดการทำซ้ำ

6. ตั้งเป้าหมายความปลอดภัยใหม่ ให้ท้าทายกว่าเดิม

จะทำอะไรต้องเอาความสนุกเป็นตัวตั้ง เพื่อป้องกันการหมดพลังในการทำงาน 

การตั้งเป้าหมายให้ท้าทายกว่าเดิมในเรื่องของ Neuroscience หรือ ประสาทวิทยา บอกไว้ว่า จะทำให้สมองเกิดความกระตือรือร้น และ หลั่งสารสุขออกมา ทำให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น 

ยกเว้นสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ยูไนเตต ตอนนี้...

สำคัญมากๆก็คือ
 
คนที่เป็น "ผู้นำ" แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ "ผู้ตาม" 

ถ้าผู้นำเปรียบเสมือนเรือ  ผู้ตามก็เปรียบเสมือนน้ำ 
น้ำทำให้เรือลอยได้ แต่น้ำก็ทำให้คนจมได้ เช่นเดียวกัน 

ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

#ผู้นำด้านความปลอดภัย
#KeysSucessofSafeBehavior
#SafetyLeadership

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย


ติดต่ออบรมความปลอดภัย
สั่งซื้อหนังสือ

แจกอีบุ๊คฟรี

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2563

ใครๆก็ไม่ชอบจป.


จป.หลายคน น่าจะเคยมีประสบการณ์ จากการที่เรา คิดช่วยเหลือ หวังดี แต่ปรากฎว่ากลับถูกตำหนิ หรือ ไม่ก็ถูกขู่ทำร้าย 

เราก็นึกว่า เราหวังดี แต่ผลที่ได้ กลับมา กับไม่ดีเอาซะเลย

"ความขัดแย้ง" เกิดขึ้นจากการที่แต่ละคนแต่ละฝ่าย มีความคิดเห็น ที่แตกต่างกัน และที่มากกว่านั้น คือ

ทั้งๆที่รู้ว่า "มีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่ต่างฝ่าย ต่างก็จะเอาความคิดเห็นของตัวเอง ไปควบคุม ไปบังคับคนอื่นให้ทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ" 

จป. ก็เข้าใจว่า เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง มันคือเรื่องความปลอดภัย และ เป็นกฎระเบียบของบริษัท

ส่วนพนักงานบอกว่า มันเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ ยุ่งยากเสียเวลา ทำให้งานล่าช้า

คิดคนละฝั่ง แล้วมันจะมาเจอกันได้ยังไง?

จะดีกว่าไหม ที่เราเปลี่ยนจากการสั่ง เป็นการโค้ช 

ต้องเป้าหมาย  

"ผลผลิตก็ได้ความปลอดภัยก็ดี" 

การโค้ช อาจจะไม่ต้องต้องคำถามก็ได้ แต่วางกลยุทธ์ให้เขาได้ฉุกคิดได้ว่า "สะท้อน" ให้เขาเห็น 

อาจจะเป็นกิจกรรมต่างๆ ตัวอย่าง หรือ หลักฐานของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้น 


การจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวของพนักงาน เพื่อให้เกิดความรู้สึกรัก และ ผูกพันกัน ห่วงใยกัน ก็ช่วยได้

จะได้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น 

สิ่งที่สำคัญมากที่สุด อย่าพยายามควบคุมใคร ในขณะที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับ

"การสร้างความสัมพันธ์" 

เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี เหตุผลไม่สอดคล้องกัน ยากมากที่จะควบคุมหรือ โน้มน้าวให้เขาไปในทิศทางเดียวกับเรา

ผมสังเกตมาหลายบริษัทแล้ว จป.ที่มี "มนุษยสัมพันธ์ที่ดี" มีความเข้าใจ รู้จักฟัง จะได้รับการยอมรับจากพนักงาน และผลที่ตามมา คือ "อุบัติเหตุลดน้อย" 

ความสัมพันธ์ในองค์กรก็ดี วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ดีตาม

ปราโมทย์โอภาสมงคลชัย
The Safety Coach
www.pramoteo.com

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563

อุบัติเหตุเหรอ ลืมๆไปบ้างก็ได้

ชายคนหนึ่ง เป็นคนเก่ง เป็นคนที่มีความสามารถ เป็นคนที่มีชื่อเสียงมากๆ 

จนวันหนึ่ง ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เชิญเขา ให้มาทำงานด้วย แล้วถามเขาว่า 

คุณต้องการอะไรบ้างไหมในห้องทำงาน? 

ชายคนนี้บอกว่า ผมต้องการโต๊ะใหญ่ๆ 1 ตัว กระดาษ ดินสอ และ ถังขยะ ใบใหญ่ๆ 1 ใบ 

ผู้บริหารท่านนั้น เกิดความสงสัย จึงถามชายคนนี้ว่า 

ทำไมคุณจึงต้องการ ถังขยะใบใหญ่ๆด้วยล่ะ?

ชายคนนี้ตอบว่า เพราะผมต้องการ ที่จะทิ้งกระดาษ ที่ผมทำผิดพลาด ลงไปในถังยะ 

ชายคนนี้มีชื่อว่า  "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์"


ผมได้อ่านบทความนี้  จากอัตชีวประวัติ  ของเขา  ทำให้ผมเข้าใจว่า

คนเก่ง คนมีความสามารถ คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต 

เขารู้อยู่แล้วว่า ระหว่างทางที่จะไปยังจุดนั้นๆ ย่อมเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้น และเกิดขึ้นจำนวนมากๆด้วย 

เขาก็พร้อมที่จะทิ้งมันไป โดยไม่สนใจ เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ  ไม่จมปลักอยู่อดีตที่ผิดพลาด


เช่นเดียวกับงานด้านความปลอดภัย การทำงานแรกๆ ในระบบของโรงงานที่ไม่มีมาตรฐาน ก็ย่อมเกิดอุบัติเหตุได้ หรือ แม้ว่าจะมีมาตรฐานที่ดีแล้วก็ตาม

"อะไรที่เกิดขึ้น ย่อมดีเสมอ" 

อุบัติเหตุมีไว้เรียนรู้ ความปลอดภัยมีไว้ปฏิบัติ" 

ทุกครั้งที่เกิดเหตุ ก็ต้องศึกษาว่า 

1. สาเหตุเกิดจากอะไร? 
2. เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?
3. เราจะทำอย่างไร ให้ปลอดภัยมากกว่านี้? 

พี่คนนึงเล่าให้ฟังว่า พนักงานที่บริษัท เสียชีวิต เนื่องจากขาดอากาศหายใจ ในที่อับอากาศ 

เธอเสียใจมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ แทบจะเป็นอาการซึมเศร้า 1ปีเต็มๆ 

จนวันนึง เธอมีโอกาสไปคุยกับจิตแพทย์ และปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม ทำให้เธอเข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น 

เริ่มมองเห็นไตรลักษณ์ เริ่มมองเห็นความจริงของชีวิต เกิดขึ้นตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่มีอะไรแน่นอนและถาวร 

สิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนดีเสมอ เป็นสัจธรรมของชีวิต 

เพราะเขาไม่ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัยอุบัติเหตุก็ต้องเกิดขึ้น มันย่อมถูกต้องอยู่แล้ว 

แทนที่เราจะมานั่งเสียใจทุกข์ใจ เขาก็ไม่ฟื้นขึ้นมา แต่ถ้าเราตั้งใจที่จะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม อะไรๆ ก็ย่อมดีขึ้น


"อุบัติเหตุมีไว้เรียนรู้ ความปลอดภัยมีไว้ปฏิบัติ"

อย่าจมปัก กับความผิดพลาดในอดีต

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ปราโมทย์โอภาสมงคลชัย 

อบรมจิตสำนึกความปลอดภัย  BBS  
โทร 089 678 4547  
LINE@ : @thesafetycoach
www.pramoteo.com

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563

การโค้ชเพื่อความปลอดภัย


หลายครั้งที่เราบอกให้พนักงานทำงานด้วยความปลอดภัย แต่เพราะเหตุใด เขาจึงยังทำงานไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม

สาเหตุหลักเกิดจาก การที่เรา "บอกมากเกินไป" จนเขาไม่ได้คิด

รวมถึง เขาอาจจะคิดว่านี่คือ "คำสั่ง" เขาจะทำตอนที่เราสั่ง แต่พอเราไม่สั่ง เขาก็ไม่ทำ

แบบนี้ไม่ยั่งยืน เดี๋ยวก็เกิดอุบัติเหตุอีก

วิธีการหนึ่ง ที่จะมาช่วยได้ก็คือ "การตั้งคำถามให้เขาคิด" หรือที่เรารู้จักกันว่า"การโค้ช"

จริงๆแล้วการโค้ชมีอะไรหลายอย่างที่เราจำเป็นต้องรู้ หัวใจสำคัญ คือ 

1. การฟัง
2. การตั้งคำถาม
3. การสะท้อน

นี่คือ 3 ปัจจัยสำคัญในบทความนี้ 

ตัวอย่างง่ายๆในการตั้งคำถาม 

ถ้าเราเห็นพนักงานทำงานด้วยความไม่ปลอดภัย 

- คุณเห็นอันตรายอะไรบ้างในการทำงาน?
- คุณคิดว่าอันตรายนี้ จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง?
- มีวิธีการใดบ้าง ที่ทำงานได้ปลอดภัยมากกว่านี้ ?
- คุณต้องการให้ผมช่วยเหลืออะไรบ้างไหม ?
- คุณคิดว่า ถ้าคุณทำงานด้วยความปลอดภัย จะมีผลดีอะไรบ้าง ?

คำถามเหล่านี้ เราสามารถนำมาใช้ได้ 

แต่การที่จะโค้ชใครได้นั้น สำคัญที่สุด คือ คนที่รับการโค้ช หรือ ที่เรียกว่า "โค้ชชี่" จะต้องเชื่อมั่นในตัวของโค้ชด้วย

นั่นหมายความว่า ต้องเป็นคนที่เขามีความเชื่อถือ โค้ชต้องเป็นคนดี และ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ช่วยให้เขารู้สึกเกิด "ความไว้วางใจ" กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น 

หลักการของการโค้ช ไม่ใช่เรื่องยาก แต่"ทักษะ"เป็นสิ่งยากกว่า โดยเฉพาะ "ทักษะของการฟัง" เพราะคนส่วนใหญ่ ฟังไม่เป็น

คนส่วนใหญ่ มักจะเชื่อว่า การสร้างความน่าเชื่อถือ เราจะต้องพูดเก่ง แต่จริงๆแล้วการฟังเก่ง ช่วยทำให้เกิดความน่าเชื่อถือได้ดีกว่า

เคยมั้ย ? ในวันที่เราทุกข์ใจ เรามีปัญหา เราต้องการคนพูดให้เราฟัง หรือว่าเราต้องการคนรับฟังเรา เพื่อให้เราได้ระบายความอึดอัดในใจออกมา

แค่มีคนรับฟัง เราก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว


คนที่ทำงานด้วยความไม่ปลอดภัยจริงๆแล้ว เขาเองก็ต้องการจะระบายความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน ที่อึดอัดกับเรื่องความปลอดภัย เพราะเรา

คนที่เป็นโค้ชจะต้อง เป็น "เพื่อนคู่คิด" และ ตั้งคำถามให้เขาฉุกคิด ตระหนักรู้ เพื่อเลือกทางเลือกที่เหมาะสมในการทำงานอย่างปลอดภัยสำหรับเขา ด้วยตัวของเขาเอง

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้ปราโมทย์โอภาสมงคลชัย

ติดต่ออบรมความปลอดภัย อบรมbbs
www.pramoteo.com

ผู้นำด้านความปลอดภัย Safety Leafership

การจัดการด้านความปลอดภัย ผู้นำด้านความปลอดภัยมีความสำคัญมาก 

โดยเฉพาะคนที่เป็นจป. วิชาชีพ ก็เป็นผู้นำเหมือนกัน ในบทความนี้ ผมขออนุญาต แบ่ง  ผู้นำด้านความปลอดภัย 3 แบบ

1.  ผู้นำแบบ Helicopter 
2.  ผู้นำแบบ Soldier
3.  ผู้นำแบบที่ปรึกษา

ผู้นำแบบ Helicopter 
จะคอยสอดส่องดูว่า ใครกำลังทำพฤติกรรมเสี่ยง พอเห็นแล้ว ก็จะเข้าจู่โจม ตำหนิทันที

ผู้นำแบบ Soldier
สั่งอย่างเดียวไม่สอนไม่บอก แต่บังคับให้ทำ ผู้นำแบบนี้ ทำให้ลูกน้องคิดไม่เป็น แล้วหมดความเชื่อมั่นในตัวเอง เขายอมทำเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะเคารพ 

ผู้นำแบบที่ปรึกษา
รับฟังทุกปัญหา ให้คำแนะนำ ตั้งคำถามให้ฉุกคิด  ปลุกจิตสำนึกความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกน้อง ให้เขาได้คิด ได้ตัดสินใจ และเลือกวิธีการทำงานอย่างปลอดภัยที่เหมาะสมกับตนเอง

ผู้นำแบบ Helicopter และ Soldier 

นอกจาก จะไม่ช่วยสร้างความปลอดภัยที่ยั่งยืนแล้ว ยังทำลายความเชื่อมั่นในตัวเองของพนักงาน คนเราถ้าขาดความเชื่อมั่น ก็มักจะไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เขาก็จะไม่เห็นคุณค่าของความปลอดภัยด้วย 


ในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย อย่างยั่งยืน 

ผู้นำที่ดี ใช้หลักการเป็น "ที่ปรึกษา" ย่อมได้ผลดีที่สุด 

เพราะช่วยให้พนักงานรู้จักคิด และมีความเชื่อมั่นในตนเองคนเราถ้ามีความเชื่อมั่น จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ 

ทุกวันนี้เราเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยแบบไหน ?

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างพฤติกรรมความปลอดภัย

ติดต่ออบรมความปลอดภัย
www.pramoteo.com