วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

จิตสำนึกความปลอดภัย ตอนที่ 1


ภาพ : www.3m.com


เรื่องของเรื่องมันเป็นแบบนี้
ผู้ปฏิบัติงาน
อุบัติเหตุมันไม่เกิดขึ้นกับฉันตอนนี้หรอก, ฉันก็ทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ก็ไม่เห็นจะเคยได้รับบาดเจ็บอะไรเลย, คุณรู้มั้ยว่าที่คุณสั่งให้ผมทำโน้น ทำนี่ เกี่ยวกับความปลอดภัยมันทำให้ผลผลิตของผมล่าช้า, ทำไมไม่เห็นมีใครบอกผมเลย, คุณไม่ได้ทำงานเหมือนผมคุณจะไปรู้อะไร
หัวหน้างาน
นี่คุณจะต้องให้ผมบอกตั้งกี่ครั้งถึงจะยอมสวมใส่หน้ากากซะที, อย่าให้ผมเห็นคุณทำแบบนี้อีกทีนะ, อ่านหนังสือไม่ออกหรือไง ว่าต้องสวมหมวกนิรภัยในที่นี้, ไปเอาคู่มือความปลอดภัยมาต้มกินซะจะได้ไม่ต้องให้ผมคอยมาบอก, คุณเป็นอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผม อย่างมากผมก็ช่วยงานให้คุณแค่ 500 บาท, คุณต้องทำตามแบบนี้นะอย่าให้ผมต้องเดินมาเห็นอีกนะ,คุณอยากทำอะไรก็เรื่องของคุณแต่อย่าให้เรื่องเดือดร้อนถึงผมก็แล้วกัน

ภาพ : www.dreamstime.com

คำพุดเหล่านี้ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยิน หรือเคยใช้บ้างในที่ทำงาน พวกเราคิดว่าคำพูดอย่างนี้กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับการบริหารความปลอดภัยในองค์กรของเราแน่นอนครับ คำพูดเหล่านี้มันมีความหมายไปทางด้านลบ (Negative responses) และ บ่งบอกได้ถึงทัศนคติ และจิตสำนึกด้านความปลอดภัยของคนในองค์กรว่า โดยมีการแสดงผลออกมาทางพฤติกรรมความปลอดภัย

ภาพ : www.dreamstime.com

ทำให้ผมนึกถึงคำสอนของ อ.วรภัทร์ ภู่เจริญ เคยบอกว่า ต้องให้ความรัก ก่อนให้ความรู้ผมก็เลยเอามาเปรียบเทียบจากประสบการณ์ในการทำงานจริง คำตอบก็เป็นอย่างที่อาจารย์บอก องค์กรใดก็ตามถ้าผู้บริหารได้แสดงความห่วงใย ใส่ใจ ความปลอดภัย ออกมจากใจจริง พนักงานจะสามารถสัมผัสได้ และจะร่วมแรงร่วมใจกันทำพฤติกรรมด้านความปลอดภัย ด้วยจิตสำนึกที่ดี


การสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยนั้นในหลายๆ องค์กร ก็มีความพยายามหาวิธีการต่างๆนำมาใช้ เช่น การสร้างมาตรฐานต่างๆ, อบรมความปลอดภัย, ตรวจสอบความปลอดภัย, สนทนาความปลอดภัย (safety talk), จัดบอร์ด, การสังเกตพฤติกรรมความปลอดภัย และอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ หลายครั้งที่เราลืมนึกไปว่า เราออกคำสั่งมากไปหรือเปล่า, พนักงานเบื่อหรือไม่ที่ต้องปฏิบัติตาม, เราจัดหนักไปหรือเปล่า, พนักงานทราบหรือไม่ว่าทำไมเขาต้องปฏิบัติ, พนักงานอยากที่จะเสนอแนะอะไรบ้างหรือไม่, อะไรเป็นสาเหตุพื้นฐานของพฤติกรรมเสี่ยง และในตอนเราไม่ได้ตรวจสอบพนักงานยังคงมีพฤติกรรมปลอดภัยเหมือนที่เราเห็นหรือไม่
 ภาพ : www.3M.com


การสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย จากวิธีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้บริหาร และหัวหน้างาน ควรที่จะเพิ่มเติมโดยการ แสดงความรัก ความห่วงใย เข้าใจ ออกมาจากใจด้วยการกระทำที่ชัดเจน, ฟังให้มาก, พูดให้เขาคิดแต่ไม่สั่งให้เขาทำ, เสนอแนะให้เขายอมรับ และรับฟังที่เขาเสนอ, ชมเชยเมื่อมีโอกาส ไม่ต่อว่าถ้าต่อหน้าคนอื่น, เครียดไปไม่บรรเจิด สนุกเถิดจะเกิดผล
การสร้างจิดสำนึกด้านความปลอดภัยต้องใช้เวลา การทำอย่างสม่ำเสมอ ถูกต้อง และได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร จะช่วยให้งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยประสบความสำเร็จได้ อย่ารีบร้อน หรือผลักดันมากเกินไป พนักงานจำเป็นต้องใช้เวลาการปรับเปลี่ยน และซึมซับการสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย เพื่อให้กลายเป็นนิสัย และพฤติกรรมความปลอดภัยติดตัวตลอดไป


ถ้าอ่านแล้วมีประโยชน์ อยากรับข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมรบกวนคลิ๊ก "like" ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
Source : www.pramoteo.com

วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

การสูญเสียการได้ยิน และอุปกรณ์ป้องกัน



การป้องกันเสียงดัง ให้มีประสิทธิภาพนั้น ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างให้ความสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพหู และการได้ยินของลูกจ้างมากน้อยแค่ไหน การสัมผัสเสียงดังเกินมาตรฐานเป็นระยะเวลานานๆ ย่อมส่งผลเสียให้ลูกจ้างเป็นโรคสูญเสียการได้ยินได้ทั้งแบบชั่วคราว และถาวร จากสาเหตุดังต่อไปนี้
  • ชนิดของเสียงดัง ชนิดต่อเนื่อง และไม่ต่อเนื่อง เสียงกระแทก เสียงที่มีความถี่สูง และต่ำ
  • ความเข้มของเสียง ระดับความดังมาก หรือสูงเกินกว่าระดับที่ร่างกายไม่ควรสัมผัสเกิน
  • สภาพแวดล้อม พื้นที่ปิด โล่ง การสะท้อนเสียงของพื้นผิว
  • ระยะทางระหว่างหู และแหล่งกำเนิดเสียงห่างไกลมากน้อยเพียงใด
  • ท่าทางในกาทำงาน ที่ทำให้เสียงดังเข้ามาใกล้หูมากที่สุด
  • อายุ เด็กเล็กจะมีโอกาสสูงมากกว่าผู้ใหญ่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดัง
  • โรคประจำตัว ภูมิคุ้มกันส่วนบุคคล
  • การสัมผัสเสียงดังจากแหล่งอื่นๆไม่เฉพาะในทีทำงาน เช่น บ้าน กิจกรรมต่าง และ สถานพักผ่อนต่างๆ
การสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราว (Temporary Hearing Loss)

เกิดจากการได้ยินเสียงดังที่สูงเกินกว่าค่าที่มาตรฐานกำหนดไว้ เช่น เสียงปืน เสียงกระแทก เสียงเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ โดยสาเหตุที่สูญเสียการได้ยินชั่วคราว เกิดจากที่เซลล์ขนที่อยู่ในหูชั้นใน ภายในคลอเคลีย เกิดการงอ ล้ม แล้วไม่คืนสภาพปกติ อันเกิดจากเสียงดังกล่าว หรือสารเคมีที่อยู่ในหูเกิดการเปลี่ยนสภาพไป ต้องใช้ระยะเวลาในการคืนกลับสู่ภาวะปกติ อาจใช้เวลาหลายวัน หรือหลายชั่วโมง หรือ 1-2 วัน
การสูญเสียการได้ยินแบบถาวร (Permanent Hearing Loss)
เกิดจากการสัมผัสเสียงที่ดังเกินกว่ามาตรฐานในระยะเวลานานๆ โดยปกติแล้วมักพบในผู้ทำงานในอุตสาหกรรม โดยสาเหตุเกิดจากการที่เซลล์ขน เซลล์ประสาทเกิดการฉีกขาด ล้มแล้วไม่ลุก ถูกทำลาย หรือเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณเสียงไปยังสมองถูกทำลาย ปัจจุบันยังมีผลสำรวจที่น่าสันนิษฐานอีกว่า สารเคมีบางประเภทเช่น สารหนู ปรอท และคาร์บอนไดซัลไฟด์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ยัง รอการพิสูจน์
การควบคุมที่ใช้กันส่วนใหญ่ คือ การใช้อุปกรณ์คุ้มครองอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment)ที่ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายในการป้องกัน ถ้าหมดหนทางในก
ารป้องกันที่แหล่งกำเนิด ทางผ่าน หรือการบริหารจัดการไม่ได้แล้ว อุปกรณ์ลดเสียงที่รู้จักกันดี คือ
ปลั๊กลดเสียง (Earplugs)
รูหูของเรามีความยาวประมาณ 1 ¼ นิ้ว ส่วนเอียปลั๊กมีขนาดตั้งแต่ ½ นิ้ว ถึง ¾ นิ้ว นอกจากนี้แล้ว ปลั๊กลดเสียงแบ่งออกเป็นประเภทที่ใช้แล้วทิ้ง และประเภทที่สามารถนำกับมาใช้ใหม่ได้ และป้องกันเสียงที่มีความถี่ต่ำได้ดี
ประเภทใช้แล้วทิ้ง (Disposable earplugs)

รูป : ปลั๊กลดเสียงชนิดพีวีซีโฟมแัละโพลียูรีเทนโฟม

ส่วนใหญ่ทำด้วย โพลียูรีเทนโฟม และพีวีซีโฟม ทั้งสองค่าการลดเสียงประมาณ 28-33 เดซิเบล ทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่พีวีซีโฟมจะมีข้อดีกว่าตรงที่
- เมื่อสอดเข้าไปในรูหูแล้ว แรงดันในหูจะน้อยกว่าทำให้รู้สึกสบาย
- ติดไฟยาก ช่วยในการป้องกันสะเก็ดลูกไฟ
- ดูดซับน้ำได้ยากช่วยป้องกันการลื่นหลุดออกจากรูหูอันเนื่องจากเหงื่อ และความชื้น
การสวมใส่ควรให้เอียปลั๊กสอดเข้าไปในรูหูอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

ประเภทที่นำมาใช้ใหม่ได้ (Reusable earplugs)

รูป : ปลั๊กลดเสียงชนิดสามารถนำมาใช้ใหม่ได้
ส่วนใหญ่จะทำด้วย เธอร์โมพลาสติก, ยาง และ ซิลิโคน ค่าการลดเสียงอยู่ที่ระหว่าง 24-26 เดซิเบล ข้อเสียคือเรื่องของการสวมใส่อาจจะเจ็บหูเพราะมีความนุ่มน้อยกว่าประเภทใช้แล้วทิ้ง แต่มีข้อดีคือประหยัดและใช้ซ้ำได้ เอียปลั๊กที่มีความนุ่มมากจะผลิตจากซิลิโคนซึ่งใกล้เคียงกับผิวหนังมนุษย์ มีอายุการใช้งานได้นาน แต่ราคาค่อนข้างสูง

ครอบหูลดเสียง (Earmuffs)

ภาพ : ครอบหูลดเสียง

ลักษณะเป็นอุปกรณ์ครอบหูลดเสียงทั้งสองข้างก้านอาจทำด้วยพลาสติก หรือลวดสแตนเลส ลวดสแตนเลสจะมีข้อดีตรงที่ช่วยให้แรงบีบของครอบหูทั้งสองข้าง (Camping force) คงที่สม่ำเสมอ ไม่เกิดการขยายตัวในช่วงบ่ายเมื่อสวมใส่ทั้งวัน และสามารถนำกับมาใช้ซ้ำได้ เอียมัฟป้องกันเสียงทีมีความถี่สูงได้ดี และในการทำงานในที่มีเสียงดังมากๆ ต่อเนื่อง การสวมใส่เอียมัฟจะให้ความปลอดภัยมากกว่า เนื่องด้วยความกระชับ และป้องกันได้คงที่มากกว่า
อย่างไรก็ตามการเลือกค่าการลดเสียง หรือ NRR (Nois
e Reduction Rating) ที่เหมาะสมของอุปกรณ์ลดเสียง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำมาใช้งานจริง ตลอดจนมีการฝึกการป้องกันอันตรายจากเสียงดัง อบรมการสวมใส่อย่างถูกวิธีด้วย เพื่อป้องกันการสูญเสียการได้ยินของลูกจ้าง และเป็นไปตามการปฏิบัติตามข้อกำหนดของโครงการอนุรักษ์การได้ยินด้วย (Hearing conservation program)


ถ้าอ่านแล้วมีประโยชน์ อยากรับข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมรบกวนคลิ๊ก "like" ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
Source : www.pramoteo.com

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคสัมภาษณ์งานสำหรับจป.จบใหม่


ภาพ : www.top10for.com

เทคนิคเหล่านี้ผมเขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ และการทีได้พูดคุยสัมผัสกับหลายคนที่สัมภาษณ์งาน (Interview) ในตำแหน่งนี้ ลองไปอ่านกันดูนะครับ

สุภาษิตนี้ยังคงใช้ได้หลายยุค หลายสมัย รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ในตำราพิชัยสงครามของซุนวู

น้องๆทราบมั้ยครับว่าเรา คือ Generation อะไร และ คนที่สัมภาษณ์เราเป็น Generation ใด เป็น Generation B หรือ X หรือ Y ด้วยกันก็ได้ แล้วแต่ละ Generation มีนิสัยเป็นอย่างไร

เราเป็นเด็กที่เกิด และเสพในยุคของ Technology I-phone, Black Berry, Android หลากหลายเทคโนโลยี และวัฒนธรรมสังคม ตลอดจนการเลี้ยงดูของครอบครัวแตกต่างกันไปจากอดีต เราถูกการตั้งเป้าหมายมาจากพ่อแม่ สมัยใหม่ที่มีความรู้มากขึ้น และวางแผนให้เรามาตลอด เราคือ Generation Y ครับ ดังนั้นเรามีดีแน่นอน แต่สิ่งเหล่านี่ทำให้เราลืมไปว่า บุคลิกภาพ ความคิด ของเรานั้น เป็นที่พึงพอใจ ของนายจ้างหรือไม่ เพราะ Generation Y จะมี ไอเดียล้ำลึก ไปไกล ชอบออกนอกกรอบ หลากหลาย ภาษาสมัยใหม่ มั่นใจ อะไรก็ต้องไว กล้าแสดงออก เรียกเงินเดือนสูง (ก็เก่งนี่หน่า) อยากสำเร็จตามเป้าหมายโดยเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่เคยสังเกตเลยว่าคนสัมภาษณ์เรานั้นเขาเป็น Generation ไหน พี่ๆเขารับความเป็นเราได้หรือไม่ เข้าใจภาษาที่เราพูดหรือไม่
โดยปกติแล้ว Genration B จะเป็นคนตั้งกรอบ กติกา ต้องการคนปฏิบัติตามกรอบตามกติกาที่เขาตั้งไว้ และยึดหลักขนบธรรมเนียมเป็นหลัก ส่วน Generation X ก็จะอีกแบบหนึ่ง คือ มีความคิดในการที่จะประยุกต์ ค่อยๆแก้ไขกรอบที่ Generation B วางไว้ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ออกนอกกรอบอย่างดุดัน และยอมรับกับไอเดียใหม่ๆได้ แนะนำให้ไปหาซื้ออ่านได้ครับที่ร้าน SE-ED ครับ เรื่อง “Generation Y ร้ายจริงหรือ โดย เภสัชกรลือรัตน์ จะทำให้ รู้ว่า Generation Y อย่างเรารู้ต้องทำอย่างไร และพี่ๆ Generation B และ X ต้องการอะไรจากเราเช่นกัน จะได้เตรียมรบได้ตามที่ ซุนวูได้กล่าวไว้
เริ่มเลยดีกว่า แหล่งหางานของพวกเรา Generation Y หนีไม่พ้นบน Internet แน่นอน
1. เข้า website หางาน เช่น jobsdb.com/th หรือ nationejobs หรือ Jobtopgun หรือ ประหยัดหน่อยก็ไปเปิดตามร้านหนังสือ เปิดหนังสือพิมพ์ และจำบริษัทที่เราสนใจไว้ แล้วไป search ใน Internet พวกเรา Generation Y ไม่ยอมเสียเงินง่ายๆแน่ นิยมของฟรี
2. พิมพ์ลงไปในช่อง Search ว่า “Safety, HSE, EHS, SHE, จป, เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ก็จะเจอเยอะแยะไปหมด เพราะหลายคนรู้แค่คำว่า safety officer คำเดียว
3. Click ไปที่ ตำแหน่งที่เหมาะกับเรา จากนั้นเปิดบน แท็บ ใหม่ให้หมด (รูปด้านล่าง) แต่ถ้าเป็น supervisor หรือ manager ไม่ต้องไปคลิ๊กนะครับเขาไม่รับคนไม่มีประสบการณ์แน่นอน (แนะนำให้สมัครกับบริษัทที่ลงประกาศเป็นภาษาอังกฤษนะครับ เพราะระบบค่อนข้างดี ทำงานคล่องตัวครับ)
4. ทำการ Click ไปที่ตำแหน่ง level ธรรมดา คือ ลงท้ายด้วย “Officer”และเปิดอ่านให้หมดเป็นหลายๆแท็บ เปรียบเทียบ เพื่อดูความต้องการของตลาด เขาต้องการอะไร
ภาพตัวอย่างเวปไซด์หางาน
ผมได้ทำการคัดคุณสมบัติหลักๆ (Qualifications) เฉพาะตำแหน่ง Safety officer ระดับธรรมดาที่นายจ้างได้กำหนดคุณสมบัติที่ต้องการไว้ดังนี้
ภาษาอังกฤษ
· Fluent in English
· Good command of written, spoken English language
· Good command in English
· Good command of English & Thai communication and computer literacy.
การพัฒนาปรับปรุงและ การประสานงาน
· Develop and implement EHS programs consistent with company EHS management system and all related local/national regulations and EHS requirements to ensure site security.
· Coordinated development of future planned safety &health programs
· Communicate with supply chain, production, R&D, material supplier, product stewardship, sales, IT related to EHS activities & requirements.
· Participate onsite facility surveys to determine needs safety improvements
ทัศนคติ บุคลิกภาพ การวางตัว
· Positive interaction with vendors, contractors, employees including management in order to enact facility safety goals and programs
· Service-minded with pleasant personality to initiate new relationships
· Professional in appearance & behavior
การอภิปราย บรรยาย นำเสนอผลงาน (ถ้าบรรยายภาษาอังกฤษได้ยิ่งดีใหญ่)
· Vertical and horizontal communication skill
· Safety training and evaluate training needs.
· Inspiring and energetic presenter

จากที่เห็นทั้งหมด สรุปได้ว่าสิ่งที่นายจ้างคาดหวังหลักๆ คือ เรื่องของ ภาษาอังกฤษ, การพัฒนาปรับปรุงและ การประสานงาน, ทัศนคติ บุคลิกภาพ การวางตัว และ การอภิปราย บรรยาย ชี้แจงผลงาน (ทั้งไทย และภาษาอังกฤษ)” การได้งานส่วนใหญ่คนได้ภาษาอังกฤษก็มีเปอร์เซ็นต์ได้งานสูงกว่า
ข้อกำหนดเหล่านี้แทบจะไม่มีในหลักสูตรการเรียนเลยในการตอบคำถามให้ตรงใจ นายจ้างหรือผู้ให้สัมภาษณ์ ดังนั้นเราควรจะเตรียมตัวให้พร้อม ตามคำแนะนำต่อไปนี้
· รู้ว่าผู้สัมภาษณ์ต้องการอะไร จะตอบอย่างไรให้ตรงใจ และน่าเชื่อถือมากที่สุด และกระตือรือร้นที่อยากจะได้งาน แต่อย่ามากเกิน
· รู้ข้อมูลบริษัทอย่างละเอียด กระบวนการผลิต, การจัดการบริหารจัดการ, โดยเฉพาะวัฒนธรรมองค์กร และงานที่เขาจะมอบหมายให้เราทำ
· อันนี้เรื่องใหญ่หาข้อมูลมาให้ได้ด้วยว่าฐานเงินเดือนที่เขาตั้งไว้ให้ได้เท่าไร ไป search ใน google ได้อาจมีครับ อาจหาตำแหน่งวิศวกรก็ได้ ส่วนใหญ่ Safety จะมีเงินเดือนน้อยกว่า วิศวกรประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์
· หาข้อมูลของผู้ที่สัมภาษณ์ว่าเป็นคนอย่างไร เขาต้องการอะไรโดย ถามเพื่อน รุ่นพี่ คนรู้จักทีทำงานในนั้น หรือถ้าไม่มีจริงๆก็ลองหาใน google พิมพ์ว่า ใครเคยสัมภาษณ์ที่บริษัท… “ มักจะไปเจอใน Pantip ครับ
· ให้ไวก็ถามพี่ๆ คนรู้จักที่ทำงานเกี่ยวกับการจัดหางาน หรือ Recruitment ถึงเทคนิค สุดยอดวิธีคิด คือถามผู้รู้ครับ ไม่ต้องคิด
· เตรียมการแนะนำตัว หรือ Present เป็นภาษาอังกฤษให้คล่องแคล่ว สำเนียงให้งาม ออกเสียงให้ชัด (Pronunciation), เสียงสูงต่ำเป็นจังหวะ (Intonation), ศัพท์สวยๆ (vocabulary) และ ไวยกรณ์เป๊ะๆ (Grammar) อย่ากลัว อย่าอาย ถ้ากลัวและอาย อดแน่นอน ไปซ้อมได้ที่ Youtube พิมพ์ Job Interview introduce yourself” ครับ

ภาพ : www.beegees82.tistory.com

คำแนะนำในวันสัมภาษณ์
· เตรียมตัวให้พร้อม นอนให้ไว หลับให้สนิท
· แต่งกายให้สุภาพ สีเสื้อที่สบายตาช่วยให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกผ่อนคลายเวลาสัมภาษณ์เรา เช่น สีฟ้าอ่อน ส่วนสีเทาไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกหมองๆ ไม่สดชื่น
· หวีผมจัดแต่งทรงให้เรียบร้อย
· ดับกลิ่นตัวหมดจด
· ต้องไปก่อนเวลาอย่าน้อย 30 นาที
· ขณะสัมภาษณ์ต้องมีสติตลอดเวลา อย่าตื่นตระหนก
· ตั้งใจฟังคำถามให้ดี
· อย่าโกหก
· ยิ้มเล็กน้อย เวลาที่ฟัง และตอบคำถาม
· อย่าหยิ่งผยอง ไม่มีใครต้องการคนแบบนี้เขามาสร้างปัญหาให้องค์กรครับ
· อย่ากังวลว่าเกรดเฉลี่ยน้อยไม่ต้องกลัวครับ หลายที่ไม่ต้องการคนเก่งงาน แต่ว่าต้องการคนเก่งเรื่องคน และเขากับวัฒนธรรมองค์กรของเขาได้ครับ ปัจจุบัน EQ และทัศนคติที่ดีสำคัญกว่า งานเรียนรู้กันได้ และวิชาการตามกันทัน (ประสบการณ์ตรง คนที่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ประสบการณ์ใกล้เคียงกัน สัมภาษณ์ที่เดียวกับผมขอเงินเดือนพอกัน แต่ผมได้งานครับ เพราะเราวางแผนมาดีกว่า ทั้งที่เราได้เกรดสู้เขาไม่ได้เลย)
· จำไว้เสมอว่า เขารับเรามาแก้ปัญหานะครับ เราต้องแสดงให้เขามั่นใจว่าถ้ารับเราแล้วเราแก้ได้ แต่ไม่ได้ไปสร้างปัญหาให้เขาซะเอง
· อย่าลืมถามอนาคตความก้าวหน้าอาชีพของตัวเองด้วยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรกับที่นี่ และดูสิว่านายเราเก่งมั้ย ฉลาดมั้ย มีกึ๋นหรือเปล่า มีอะไรที่สามารถเรียนรู้ได้ สอนเราได้บ้าง แต่ถ้าดูแล้วไม่ดี ไม่มีอนาคตปฏิเสธงานนี้ได้เลยครับ ไม่ได้มีผลดีต่อเรานักครับ
ภาพ : www.taringa.net

คำถามแปลกๆทีอาจจะเจอ
· คุณขอเงินเดือนมาขนาดนี้ ยกตัวอย่าง 18,000 บาท คุณจะทำอย่างไรให้เราได้กำไรมามากว่า 18,000 บาทที่เราลงทุนจ้างคุณไป?
· คุณเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการตั้งเงินเดือนของคุณ คุณมีดีอะไร?
· ถ้านายจ้างไม่สนับสนุนไม่ร่วมมือกับคุณแล้วคุณจะทำอย่างไร?
· ข้างในโรงงานน่ะ ดื้อๆ นักเลงทั้งนั้นคุณจะอยู่ได้เหรอ อายุงานเก๋าๆทั้งนั้น?
· คุณมีดีอะไรกว่าเพื่อนๆคุณที่จบมาเหมือนๆกัน
· ใครเป็นบุคคลต้นแบบของคุณ เขามีดีอะไร ? (อยากดูหน้าที่การงานในอนาคตของคุณ)
· เพื่อนสนิทของคุณนิสัยมันเป็นยังไงบ้าง? (อยากทราบว่าคุณเป็นยังไง)
· ถ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามที่คุณแนะนำคุณจะทำอย่างไร?
ท้ายที่สุดแล้ว การสัมภาษณ์งานการเตรียมตัวที่ดีที่สุดนอกเหนือจากจากที่เขียนไว้แล้วก็คือ ต้องเตรียมรูปแบบการตอบในแต่สถานการณ์ที่เหนือความคาดหมาย หรือปรับเปลี่ยนตนเองได้ตามสถานการณ์ (dynamic situation)” และอย่าโอเว่อร์จนเกินไป จนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองครับ การไปสัมภาษณ์งานควรไปสัมภาษณ์กับบริษัทที่เราอยากได้จริงๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่ายครับ แต่ถ้าต้องการเก็บประสบการณ์ก็เป็นอีกวิธีที่ดีครับ สัมภาษณ์มากประสบการณ์มาก
คิดซะว่าการสัมภาษณ์งานก็คล้ายๆกับเราไปจีบสาวนะครับ คิดเอาเองตามประสบการณ์ของแต่ละคน จีบยังไงจีบให้ติด มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไร
 ภาพ : www.iam.hunsa.com


แถมเพิ่มเติม
5 secrets of Job interview
โชคดีครับ ขอให้ได้งานดีๆทำทุกคนครับ

ถ้าอ่านแล้วมีประโยชน์ อยากรับข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมรบกวนคลิ๊ก "like" ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
Source : www.pramoteo.com

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ลูกน้อยอาจหูหนวกได้...ถ้าไม่ป้องกัน



ภาพ : www.108plus.com

หลายคนไม่ทราบว่าการรับรู้การได้ยินของเด็กนั้นไวมาก เราสามารถสังเกตได้จาก การที่เขาสะดุ้ง หรือตื่นขึ้นมา หันควับไปทางใดทางหนึ่ง อันนี้เกี่ยวกับแม่ซื้อหรือเปล่า ผมไม่มั่นใจนัก เรื่องราวของแม่ซื้อสามารถดูได้ที่ "ตำนานลึกลับแม่ซื้อ"
ในทางการแพทย์นั้นได้กล่าวไว้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กในการรับรู้การได้ยินเป็นดังนี้ครับ

พัฒนาการของเด็กต่อการได้ยิน
  • 0-4 เดือน : สะดุ้งทันที ที่ได้ยินเสียงดัง
  • 3-6 เดือน : สามารถหันไปตามทิศทางของเสียงได้ รู้ชื่อตัวเอง ยิ้ม ร้องไห้ เมื่อได้ยินเสียงดุ เสียง
  • 6-10 เดือน : เริ่มตั้งใจฟังเวลามีคนคุยด้วย และขยับไปยังแหล่งกำเนิดเสียงได้ เช่น ประตู สุนัข เห่า
  • 10-15 เดือน : เริ่มพูดอ้อแอ้ได้ เรียบเรียงคำพูดได้บ้าง
  • 15-18 เดือน : เริ่มเข้าใจประโยคง่ายๆ เช่น ไม่ อย่า บ๊าบ บาย และเข้าใจศัพท์อื่นๆ ประมาณ 20 คำ

ถ้าไม่สามารถตอบสนองตามที่ระบุไว้อาจมีความเสี่ยงเรื่องของการสูญเสียการได้ยินได้ควรรีบไปพบแพทย์

ภาพ : www.108plus.com  
วง Spice girl และครอบครัว พร้อมอุปกรณ์ป้องกัน

สาเหตุของการสูญเสียการได้ยินของเด็ก

ภาวะที่อยู่ในครรภ์มารดาก็อาจมีความเสี่ยงได้ เช่น การติดเชื้อไข้หัดเยอรมัน เชื้อหวัด การขาดออกซิเจนในครรภ์ และสภาวะความผิดปกติของยีน
ในประเทศสหรัฐอเมริกา 1.3 ล้านคนของเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพในการได้ยิน อันมีสาเหตุจากการติดเชื้อในหูในระยะ 3 เดือนแรก สมองบวม การได้รับยา antibiotic ผ่านกระแสเลือด และยังสามารถสังเกตได้จากการไม่สะดุ้ง ไม่ตื่น เมื่อได้ยินเสียงดัง

นอกจากนี้ยังเกิดจากการไม่เอาใจใส่ของผู้ปกครอง เช่น นำไปด้วยในสถานที่ก่อสร้าง โรงงาน ไปดูรถแข่งไปชมดนตรี ร้านอาหารที่เสียงดัง ฟู้ดคอร์ท ตลาด ซุปเปอร์มาเกต แม้กระทั้งการเปิดเพลงเสียงดังในรถ และ การเลือกของเล่นที่มีเสียงดังเกินไปสำหรับเด็ก (82-85 เดซิเบล) ซึ่งสำหรับเด็กแล้วไม่ควรได้ยินเกิน 1 ช.ม.ต่อวัน เช่น ปืน รถแข่ง รถเข็นที่มีเสียงเพลง และ ขณะหัดเดิน เป็นต้น




ภาพ : www.earplugstore.com

วิธีการป้องกัน
  • คุณสามีต้องดูแล ภรรยาดีๆ อย่าให้ติดเชื้อดังกล่าวขณะตั้งครรภ์
  • หลีกเลี่ยงการนำเด็กไปในพื้นที่มีมีเสียงดัง และอย่าให้เล่นของเล่นที่มีเสียงดังเกินไปนานๆ
  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเีสียงดัง อุปกรณ์ลดเสียงสำหรับเด็ก (kid earmuff)
  • คอยหมั่นดูแล และสังเกตพฤติกรรมของลูกน้อยสม่ำเสมอ

แหล่ง
http://www.esafetythailand.com
http://www.babaycenter.com
http://www.babyhearing>org
http://www.entnet.org

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เที่ยวงาน Metalex 2010



ภาพ: บรรยากาศการลงทะเบียน

พอดีมีนัีดทานข้าวกับเพื่อนเกาหลีที่อมตะนครก็เลยแวะไปงาน Metalex ซักหน่อย ดูภาพบรรยากาศกันเลยดีกว่าครับ ในงานเจอคนต่างชาติเยอะมาก เจ้าหน้าที่ก็ขอนามบัตรเพื่อไปลงทะเบียนให้แต่ถ้าไม่มีนามบัตรก็ต้องไปกรอกเอกสารเองครับ ผมก็ให้นามบัตรวิทยากรผมไปเจ้าหน้าที่ก็งงๆ เพราะไม่มีชื่อบริษัท ก็ผมไม่มีบริษัทนี่นา



ภาพ: บริษัทจากประเทศสิงคโปร์ และเกาหลี


ผมประทับใจมากกับงานเชื่อมเป็นเรือที่มีความสวยงามมากขนาดนี้กับงานโลหะที่บ่งบอกถึงความปราณีต และตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา


ภาพ : บรรยากาศแต่ละบู้ท


เจอของหนักๆมาเยอะแล้วพักสายตากันนิดนึง เพื่อจะได้หายเมื่อย กันบ้างครับ ซึ่งหลายๆบู้ทก็มีเจ้าหน้าที่สวยๆ น่ารักยืนประจำที่บู้ทกันเต็มไปหมด เหมือนมางาน Motor show ยังไงไม่รู้



และแล้วก็เดินมาถึงบู้ทของ 3M ประเทศไทย ซึ่งไม่ได้ออกบู้ทเกี่ยวกับเครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่ในการทำงานก็ขาดเสียไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และเครื่องมือที่มีความปลอดภัยในการทำงาน



ภาพ : อุปกรณ์ความปลอดภัยในงายเชื่อม และ อุปกรณ์งานขัด



แต่มีสิ่งหนึ่งสะดุดตามากผมมาก็ คือ เจ้าหน้ากากงานเชื่อม PS100 ซึ่งมีรูปแบบที่สวยงามโดนใจมาก เขาว่าเป็นหน้ากากงานเชื่อมราคาประหยัด แต่คุณภาพดีมาก หน้าจอขนาดใหญ่ เลนส์ทำจากโพลีคาร์บอเนต และยังได้การรับรองมาตรฐานของยุโรปด้วย ตลอดจนสามารถช่วยระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการหายใจออกของเราได้ด้วย

ภาพ : หน้ากากงานเชื่อม PS 100

วันนี้คงจบเท่านี้นะครับ พบกัยใหม่ใน Metalex 2011

ถ้าอ่านแล้วมีประโยชน์ อยากรับข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมรบกวนคลิ๊ก "like" ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.esafetythailand.com

www.pramoteo.com