วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

ใช้มือถือในขณะขับขี่อันตราย


อุบัติเหตุบนท้องถนน มิได้มีเพียงแค่ เมาแล้วขับ หรือ ขับรถเร็ว 

การใช้โทรศัพท์มือถือในการขับขี่ก็เป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

โดยเฉพาะตอนนี้ จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกันมากขึ้นทุกวัน รวมถึงการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับขี่ด้วย

จากการวิจัยของสถาบันเวอร์จิเนียเทค ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า

การพิมพ์ข้อความในขณะขับขี่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงถึง 23 เท่า 

การละสายตาดู Social Network ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้มากถึง 1.3 เท่า 

การขับขี่ด้วยความเร็ว 88.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยไม่มองถนนเป็นเวลา 4.7 วินาที 

จะทำให้รถเคลื่อนที่ได้ยาวเท่ากับ 1 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว

สำหรับประเทศไทยเรานั้น 

แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด ได้ทำการเก็บสถิติการจับกุมคดีใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถในปี พ.ศ.2561 พบว่ามีผู้กระทำผิด เกือบ 2 แสนราย และ  5 จังหวัด ที่มีอัตราการจับกุมสูงสุด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ภูเก็ต อำนาจเจริญ และมุกดาหาร 

วันก่อนผมพาครอบครัวไปเที่ยว จ.เพชรบุรี ขณะที่ขับขี่อยู่นั้นผมได้ยินเสียงปัง ดังขึ้นที่ท้ายรถ

ปรากฏว่าผมเห็น Mini Cooper จอดนิ่งติดอยู่ที่ท้ายรถของรถผม 

ผมโมโหมาก ตาแดง หน้าแดง ควันออกหูตัว ตัวสั่น ขาสั่น และรีบวิ่งลงจากรถ เพื่อเข้าไปเอาเรื่องทันที

ผมถามคนขับว่า ลุงขับยังไงเนี่ย !

ผมโกรธมาก เพราะผมเป็นห่วงลูกมาก เขาเพิ่ง 2 ขวบเอง และเพิ่งหายป่วย

โชคดีนะ ที่ลูกชายของผม นั่งบนคาร์ซีทจึงปลอดภัยดี ไม่ได้รับบาดเจ็บ 

คุณลุงรู้สึกผิดอย่างรุนแรง ยกมือขอโทษผม แล้วบอกผมว่า 

ลุงกำลัง "หยิบโทรศัพท์มือถือ" ขึ้นมาคุย

ทำให้ผมฉุนขึ้นไปอีก ก็เลยด่าลุงไปอีกว่า 

ลุงรู้ไหมว่า การใช้โทรศัพท์มือถือในการขับขี่ มันผิดกฎหมายนะ !

ลุงก็ยังขอโทษอย่างต่อเนื่อง ช่วงนั้นผมคุมสติไม่อยู่ 

ผมบ่น พึมพำว่า รอประกันมาก็เสียเวลาอีก 

คุณลุงนิ่ง และมองหน้าผม แล้วหยิบนามบัตรให้ และบอกว่าถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็โทรมาหาลุงนะ 

ทันทีที่ผมได้อ่านนามบัตร ทำให้ผมต้องหยุดพูด

เนื่องจากคุณลุง ดำรงตำแหน่งเป็น "นักการเมือง" ในท้องถิ่นที่นี้ 

ผมรู้สึกว่า
เราเป็นคนไทยนะ มีอะไร เราก็อภัยให้กันได้ ยอมได้ ก็ยอม ยอมหยุดเย็น ยอมเป็นก็เย็นได้ 

เราเกิดมาเพื่อสร้างบุญบารมีนะ ไม่ได้เกิดมาเพื่อสร้างคู่กรณี 

และที่สำคัญผมได้ข่าวมาว่า แถวเพชรบุรี เขายิงปืนแม่นมาก  

ในฐานะที่เราเป็นวิทยากรความปลอดภัยเราก็ไม่ประมาท

เราพอจะเห็นไหมครับว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร แล้วคนอื่นจะโชคดีเหมือนผมไหม 

แค่ท้ายรถบุบ ไม่ได้มีใครพิการหรือเสียชีวิต

อุบัติเหตุบนท้องถนน มิได้มีเพียงแค่ เมาแล้วขับ หรือ ขับรถเร็ว 

การใช้โทรศัพท์มือถือในการขับขี่ก็เป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
www.pramoteo.com

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เราได้เรียนรู้อะไร จากระเบิดในเลบานอน

เราได้เรียนรู้อะไร?

จากเหตุระเบิดครั้งใหญ่ ที่ท่าเรือในกรุงเบรุต ในประเทศเลบานอน

ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตล่าสุด 100 คน ยอดผู้บาดเจ็บอีก 4,000 คน 

สาเหตุเกิดจากไฟไหม้โกดังเก็บแอมโมเนียมไนเตรท จำนวน 2,750 ตัน ซึ่งยึดมาจากเรือลำหนึ่ง และเก็บไว้นานถึง 6 ปี
 
รัฐบาลเลบานอน ตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงอนุญาตให้เก็บสารเคมีจำนวนมหาศาลเช่นนี้ในย่านชุมชน เป็นระยะเวลา 6 ปี 

สาเหตุยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า แอมโมเนียมไนเตรท ระเบิดได้อย่างไร ? 

เรามาทำความรู้จักกับแอมโมเนียมไนเตรทกันก่อนดีกว่าครับ

- แอมโมเนียมไนเตรท คืออะไร?

แอมโมเนียมไนเตรท มีสูตรโมเลกุล NH4NO3 ที่เรารู้จักกันในชื่อของปุ๋ยเคมี ที่มีไนโตรเจนสูง และละลายในน้ำได้ดี เป็นผงสีขาวเหมือนน้ำตาลทราย ไม่มีกลิ่น 

และถูกจัดให้เป็นวัตถุอันตรายที่ ต้องขออนุญาตในการครอบครอง ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530
 
- ความเสี่ยง และ ความปลอดภัย ตามมาตรฐาน EU

Risk Phrases: ความเสี่ยง

 R 36/37/38 ระคายเคืองตา ระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง 
 R 8 อาจติดไฟ เมื่อสัมผัสกับวัตถุที่สามารถลุกติดไฟได้ 
 R 9 ระเบิดเมื่อผสมกับวัตถุที่สามารถลุกติดไฟได้ 

Safety Phrases: ความปลอดภัย

S 17 จัดเก็บให้ห่างจากวัตถุที่สามารถลุกติดไฟได้ 
S 26 ในกรณีที่เข้าตา ให้ล้างน้ำออกทันทีปริมาณมากๆ และรีบไปพบแพทย์
S 37/39 สวมถุงมือ อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตาที่เหมาะสม

สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องทราบคือ แอมโมเนียมไนเตรท  จัดเป็นสารออกซิไดซ์ 5.1 คือ สามารถให้ออกซิเจน และทำให้สารที่รับออกซิเจนได้ดี เกิดการลุกติดไฟ และระเบิดได้อย่างรุนแรงได้ 

มากไปกว่านั้น ในกรณีที่หกลงบนไม้ หรือ สารอินทรีย์ จะทำให้เกิดการลุกติดไฟได้ 

สมัยที่ผมอยู่โรงงาน ก็มีสารออกซิไดซ์ในโรงงานเหมือนกัน เจ้านายฝรั่งจึงสั่งให้เปลี่ยนเป็นพาเลทโลหะ หรือ พลาสติก แทน 

เพื่อป้องกันการลุกติดไฟ และ ระเบิด และ ไม่นานนักก็ยกเลิกใช้ และ จัดเก็บสารตัวนี้ เพื่อป้องกันที่ต้นเหตุ

ข้อควรระวัง !
สำหรับเกษตรกรที่นำมาใช้เป็นปุ๋ย และ ผู้ที่ครอบครอง

 
1. เก็บให้ห่างจากสารไวไฟ และ สารที่เข้ากันไม่ได้

2. เก็บให้ห่างจากแหล่งความร้อน

3. ปิดป้ายระบุอันตราย 

4. ติดตั้งป้ายห้ามสูบบุหรี่ 

5. ห้ามใช้ไฟสว่างที่คายความร้อนมาก เช่น สปอตไลต์ ในระยะ 60 ซม.

6.ห้ามเก็บสารไวไฟ อาทิ ก๊าซหุงต้ม, กัมมะถัน, น้ำมัน หรือสารหล่อลื่น ไว้ใกล้ 

7.ห้ามเก็บวัสดุติดไฟได้ อาทิ ไม้, กล่องกระดาษ, หรือสารเคมีการเกษตรไว้ใกล้ปุ๋ย

เมื่อปี 2542 ในประเทศไทยเราเอง ก็เคยเกิดเหตุโรงงานลำไยระเบิด ที่ภาคเหนือ คล้ายๆที่เลบานอน แต่ความรุนแรงน้อยกว่า 

แต่ก็เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตถึง 45 คน ในระยะรัศมี 1 กม. บ้านเรือนเสียหายกว่า 500 หลังคาเรือน มูลค่าความสูญเสียไม่ต่ำว่า 500 ล้านบาท 

สาเหตุไม่ได้เกิดจากแอมโมเนียมไนเตรท แต่เป็น "โปแทสเซียมคลอเรท" ซึ่งเป็นสารออกซิไดซ์ เหมือนกัน

สิ่งที่ได้เรียนรู้

1. การไม่ปฏิบัติตามกม.ความปลอดภัย นำไปสู่ความหายนะ

2. อะไรที่เคยทำจนชิน แล้วไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดขึ้น

3. ทุกอุบัติเหตุ/อุบัติภัย ที่จากความเคยชิน นั้นรุนแรงเสมอ

4. อ่าน MSDS แล้วต้องประเมินความเสี่ยง และ สร้างมาตรการป้องกัน

5. รู้แล้วว่าอันตราย แต่ไม่ป้องกัน ไม่ได้ช่วยอะไรเลย  (รู้หมดแต่อดไม่ได้)

อุบัติเหตุมีไว้เรียนรู้ 
ความปลอดภัยมีไว้ป้องกัน

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
The Safety Coach

www.pramoteo.com

#แอมโมเนียมไนเตรท
#ระเบิดเบรุต
#ระเบิดเลบานอน
#เบรุต
#ข่าวระเบิดล่าสุด

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2563

คำคมความปลอดภัย คำขวัญ


คำคมความปลอดภัย 
นำไปใช้ได้ครับ

อุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องของเวรกรรม แต่เป็นเรื่องของการกระทำ

ความปลอดภัย เป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกระดับ ไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

ธุรกิจที่ดี ต้องมีความปลอดภัย ธุรกิจใดไม่มีความปลอดภัย คือ ธุรกิจที่ไม่ดี

ความปลอดภัย คือ ส่วนผสมหลักของธุรกิจ อย่าเข้าใจผิดๆว่า คือ ค่าใช้จ่าย

ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีผลผลิต 
No Safety No Productivity

อุบัติเหตุมีไว้เรียนรู้ ความปลอดภัย มีไว้ป้องกัน

อุบัติเหตุ และ โรคจากการทำงาน สามารถป้องกันได้

ความปลอดภัย ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่คือ เรื่องส่วนรวม

ความปลอดภัยมิใช่ภาระ แต่มันคือ หน้าที่

ความปลอดภัย ไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ความปลอดภัย คือ สิทธิพื้นฐานของทุกคนทุกระดับ

#คำคมความปลอดภัย
#คำขวัญความปลอดภัย

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
www.pramoteo.com

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ที่บ้านไม่ให้เรียนอาชีวอนามัยฯ กลุ่มใจมากเลยครับ


ผมสอบติดอาชีวอนามัย และ ความปลอดภัยครับ แต่ที่บ้านไม่อยากให้เรียน 

พ่อบอกว่า เงินเดือนน้อย แล้วที่บ้านเอง ก็มีภาระด้านการเงินค่อนข้างมาก ผมควรทำยังไงดีครับ?

พี่ไม่รู้ว่าน้อง จะต้องทำอย่างไร ? แต่ดูแล้วทางบ้านของน้อง ต้องการ ให้น้องจบมามีเงินเดือนมากๆ 

ซึ่งจริงๆแล้ว เงินเดือนของจป.เอง ก็ไม่น้อยนะ อาจจะน้อยกว่าวิศวกร 10-20% แต่มีความมั่นคงค่อนข้างสูง เพราะ กม.บังคับ

ถ้าน้องบอกว่ากลุ้มใจมาก ก็หมายความว่า น้องอยากจะเรียนสาขานี้ แต่ที่บ้าน ไม่เห็นด้วย 

การได้เรียน หรือ ทำงานที่ตัวเองไม่รัก ชีวิตย่อมที่จะหาความสุขได้ยาก 

ถ้าจะแก้ปัญหาด้านการเงิน โดยพึ่งพารายได้จากเงินเดือนอย่างเดียวนั้น คงไม่ถูกต้องทั้งหมด อาจจะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการการเงิน ใหม่ 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มการลงทุน หารายได้เพิ่ม และ มีความฉลาดทางการเงิน

การหารายได้เพิ่มนั้น ปัจจุบันมีช่องทางให้เลือกจำนวนมาก ไม่ใช่แค่รอรับจากเงินเดือนทางเดียวเท่านั้น 

น้องลองดูสิครับว่า เรามีความสามารถอะไร ที่มันสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ไม่ว่าจะเป็น Youtuber, Blogger, สอนออนไลน์ หรือค้าขายออนไลน์ก็ตาม ทุกอย่างได้เงินทั้งนั้น 

ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ 

ลองดูนะครับว่า เราจะช่วยแก้ปัญหาทางการเงินที่บ้านได้อย่างไร ในขณะที่เรากำลังเรียนหนังสืออยู่ ไม่ต้องรอเรียนจบอีกตั้ง 4 ปี มันน่าภาคภูมิใจกว่าเยอะเลยครับ 

พี่อยากจะบอกว่า พี่เจอหลายคนที่จบอาชีวอนามัยฯมา แล้วพัฒนาตัวเอง จนมีรายได้มากกว่าก่อนหน้านั้น ที่เคยเป็นจป. วิชาชีพเสียอีก 

ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา โค้ช วิทยากร หรือเป็นเจ้าของกิจการ ต่างๆ ที่ให้บริการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีรายได้ดีๆกันทั้งนั้น 

แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้องออกมาทำอาชีพอื่น  เพราะจริงๆแล้ว ยังมีหลายคนที่เป็น จป. วิชาชีพ ที่พี่รู้จักหลายคนมีรายได้ 6 หลัก บางคนมีรายได้ครึ่งล้านด้วยซ้ำ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เงินเดือนจะมาก เงินเดือนจะน้อย มันแปรผันตรงกับความสามารถของเรา 

ถ้าเรามีความสามารถน้อย เงินเดือนเราก็น้อย แต่ถ้าความสามารถเรามาก เงินเดือนก็มาก 

โลกใบนี้มีกติกาที่ชัดเจน หากอยากได้เงินเดือนมากๆ ก็ต้องพัฒนาตัวเองครับ 

ถึงแม้ตอนนี้ยังเรียนไม่จบ อะไรที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่บ้าน ช่วยเพิ่มรายได้ที่บ้านได้ ก็ให้ลงมือทำครับ 


เราต้อง "มีดวงตาเห็นทำ" เห็นอะไรที่ช่วยพ่อแม่ได้ ก็ลงมือทำทันที 

การเรียนไม่ได้เป็นสิ่งที่การันตีว่า เราจะประสบความสำเร็จในชีวิต 

การลงมือทำให้มาก อดทน ขยันขันแข็ง ไม่ย่อท้อไม่ยอมแพ้ต่างหาก ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ 

ทุกอาชีพประสบความสำเร็จได้ครับ ถ้าเราเอาจริง มันไม่เกี่ยวเลยครับว่า เป็นจป. วิชาชีพแล้วเงินเดือนน้อย 

ขอให้เป็น คนเก่ง คนดี คนมีความสามารถและ อยู่ในที่ที่เหมาะสมกับความสามารถของเรา ชีวิตก็ประสบความสำเร็จได้ครับ

ขอให้โชคดีครับ

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ติดต่ออบรม www.pramoteo.com

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ท่านใดสนใจหนังสือที่ผมเขียน
สามารถสั่งได้ที่
หรือ Facebook : The Safety Coach

ถังดับเพลิงระเบิดได้มั้ย?

ถังดับเพลิงระเบิดได้มั้ย?

เร็วๆนี้ หลายคนน่าจะได้ยินข่าว "การเสียชีวิต" ของเจ้าของร้านรับเติมเคมีดับเพลิงแห่งหนึ่ง ในจังหวัดระยอง

ในขณะที่กำลังอัดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปในถังดับเพลิง 

หลังเกิดเหตุพบว่า ที่ก้นถังดับเพลิง "ทะลุเป็นรู" เนื่องจากแรงดันภายในที่เพิ่มขึ้น 

สาเหตุคาดว่า ถังดับเพลิงดังกล่าว "มีสภาพเก่า เป็นสนิม" และได้รับแรงอัดจากก๊าซไนโตรเจนลงไป ในขั้นตอนสุดท้าย 

ทำให้เกิดการระเบิด จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ 

ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า

เคยบอกสามีไปแล้ว หลายครั้งว่า "ไม่ให้รับถังดับเพลิงเก่าๆ ที่เป็นสนิม หรือชำรุด" มาเติมเคมีดับเพลิง เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายได้

ในอเมริกาเอง...

ก็เคยมีอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของถังดับเพลิงหลายครั้ง 

ยกตัวอย่าง

เกิดเหตุถังดับเพลิงระเบิด เนื่องจากเกจวัดแรงดันของถังก๊าซไนโตรเจนชำรุด ในขณะที่กำลัง recharge ถังดับเพลิง

ทำให้ก๊าซไนโตรเจน ที่มีแรงดันสูงถึง 2500 ปอนด์ ถูกอัดเข้าไปในถังดับเพลิง ซึ่งรับแรงดันได้เพียงแค่ 150 ปอนด์ เท่านั้น 

จนเป็นเหตุให้เกิดการระเบิด และมีผู้เสียชีวิต

ส่วนอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ไม่ได้เกิดจากการ recharge ถังดับเพลิง แต่เกิดขึ้นใน "บ้านเรือน" เพราะการวางถังดับเพลิงเก่าๆ ไว้บนพื้นที่เปียกชื้น 

จนทำให้ก้นถังเป็นสนิม และก้นถังติดกับพื้น ในขณะที่เจ้าของบ้านกำลังจะยกขึ้น เพื่อไปจัดเก็บในที่อื่น 

ก็เกิดการระเบิดเกิดขึ้นทันที เพราะก้นถังที่เป็นสนิมทะลุ 
 
 
ใน NFPA 10 section 7.1.2.1 (2018) กำหนดไว้ว่า

ผู้ที่ทำการ maintenance หรือ recharge ถังดับเพลิง ต้องได้รับการรับรองการอบรมจากหน่วยงาน ที่ Authority Having Jurisdiction (AHJ) ให้การรับรอง

สิ่งที่ได้เรียนรู้

1. การส่งถังดับเพลิงกลับไป recharge หรือ สั่งซื้อดับเพลิงต้องซื้อหรือใช้บริการจาก ผู้จัดจำหน่ายที่เชื่อถือได้เท่านั้น

2. ทุกครั้ง ก่อนทำการเติมเคมีลงในถังดับเพลิง ต้องสังเกตว่า ถังดับเพลิงชำรุด หรือเปล่า โดยเฉพาะบริเวณที่ก้นถัง รวมถึงมี มอก.มั้ย

3. ในขณะที่กำลังเติมก๊าซไนโตรเจน ควรมีการ์ดป้องกันสำหรับวางถังดับเพลิงเข้าไปไว้ในกรง เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดการระเบิดเกิดขึ้น รวมถึงกะบังหน้า และ แว่นตานิรภัยก็เป็นสิ่งที่จำเป็น

4. เกจวัดแรงดัน และ อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการ recharge ต้องตรวจสอบสม่ำเสมอ

5. การติดตั้งถังดับเพลิง ควรหลีกเลี่ยงความชื้น ความร้อน รวมถึงสารเคมีที่ก่อให้เกิดการผุกร่อน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

6.ถังดับเพลิง ต้องทำการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน ถังดับเพลิงที่ชำรุด หรือ มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี ควรส่งทำการทดสอบ หรือ ไม่ควรนำมาใช้

ข้อคิดประจำวัน

ความปลอดภัยต่อรองไม่ได้ 
ไม่ปลอดภัย ไม่ทำ

คำพูด ที่ปราศจากการกระทำ 
ไม่ได้ช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน

#ถังดับเพลิงระเบิด

พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้
ติดต่ออบรม www.pramoteo.com

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ท่านใดสนใจหนังสือที่ผมเขียน

สามารถสั่งได้ที่
หรือ Facebook : The Safety Coach