วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563

ผู้นำด้านความปลอดภัย Safety Leafership

การจัดการด้านความปลอดภัย ผู้นำด้านความปลอดภัยมีความสำคัญมาก 

โดยเฉพาะคนที่เป็นจป. วิชาชีพ ก็เป็นผู้นำเหมือนกัน ในบทความนี้ ผมขออนุญาต แบ่ง  ผู้นำด้านความปลอดภัย 3 แบบ

1.  ผู้นำแบบ Helicopter 
2.  ผู้นำแบบ Soldier
3.  ผู้นำแบบที่ปรึกษา

ผู้นำแบบ Helicopter 
จะคอยสอดส่องดูว่า ใครกำลังทำพฤติกรรมเสี่ยง พอเห็นแล้ว ก็จะเข้าจู่โจม ตำหนิทันที

ผู้นำแบบ Soldier
สั่งอย่างเดียวไม่สอนไม่บอก แต่บังคับให้ทำ ผู้นำแบบนี้ ทำให้ลูกน้องคิดไม่เป็น แล้วหมดความเชื่อมั่นในตัวเอง เขายอมทำเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะเคารพ 

ผู้นำแบบที่ปรึกษา
รับฟังทุกปัญหา ให้คำแนะนำ ตั้งคำถามให้ฉุกคิด  ปลุกจิตสำนึกความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกน้อง ให้เขาได้คิด ได้ตัดสินใจ และเลือกวิธีการทำงานอย่างปลอดภัยที่เหมาะสมกับตนเอง

ผู้นำแบบ Helicopter และ Soldier 

นอกจาก จะไม่ช่วยสร้างความปลอดภัยที่ยั่งยืนแล้ว ยังทำลายความเชื่อมั่นในตัวเองของพนักงาน คนเราถ้าขาดความเชื่อมั่น ก็มักจะไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เขาก็จะไม่เห็นคุณค่าของความปลอดภัยด้วย 


ในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย อย่างยั่งยืน 

ผู้นำที่ดี ใช้หลักการเป็น "ที่ปรึกษา" ย่อมได้ผลดีที่สุด 

เพราะช่วยให้พนักงานรู้จักคิด และมีความเชื่อมั่นในตนเองคนเราถ้ามีความเชื่อมั่น จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ 

ทุกวันนี้เราเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยแบบไหน ?

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างพฤติกรรมความปลอดภัย

ติดต่ออบรมความปลอดภัย
www.pramoteo.com

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เซฟตี้ทอล์คโชว์ (Safety Talk show)



การกระตุ้นให้พนักงานสนใจเรื่องของความปลอดภัย มีหลายรูปแบบ เช่น

การฝึกอบรม นันทนาการ และ ที่เริ่มมีขึ้นแล้วในปัจจุบันก็คือ "ทอล์คโชว์ด้านความปลอดภัย" หรือ Safety talk show

โดยแต่ละรูปแบบ จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ผมเขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวครับ


ถ้าเน้นสาระก็อบรม เน้นฮาก็ทอล์คโชว์ เน้นสนุกสนานก็นันทนาการ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าวิทยากรเป็นระดับเทพ เราจะได้ครบทั้ง "สาระ ความสนุก ความฮา" 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเลือกกระบวนการใด ในการกระตุ้นจิตสำนึกความปลอดภัย ต้องถามตัวเองก่อนว่า

1. เป้าหมายของบริษัท คือ อะไร? 
2. หากทำแล้ว ตอบโจทย์ที่บริษัทต้องการหรือเปล่า ?

ผมเคยคุยกับจป.คนหนึ่งว่า ทำไมจึงเลือกแต่การอบรมความปลอดภัย แทนที่จะ เลือกทอล์คโชว์ หรือ นันทนาการ?

เขาบอกว่า โดยส่วนตัวพนักงานต้องการความฮา ความสนุกสนาน ก็นำโครงการทั้ง 3 อย่าง ไปนำเสนอกับฝ่ายบริหาร

ฝ่ายบริหารบอกว่า ต้องตอบโจทย์สิ่งที่บริษัทต้องการได้ด้วย คือ กระตุ้นจิตสำนึกด้านความปลอดภัย

ดังนั้น จึงตัดสินใจเลือกการอบรม ที่มีการผสมผสานเรื่องของทอล์คโชว์ และการทำกิจกรรม ซึ่งไม่ต้องเน้นฮา หรือ สนุกจนเกินไป จนลืมสาระสำคัญ และประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับ ในการนำไปปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัยของบริษัท

ต้องถามตนเองก่อนนะครับว่า เราต้องการอะไร? นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด และต้องตอบโจทย์ที่บริษัทต้องการได้ด้วย

หากอยากจะเป็นวิทยากรความปลอดภัยขั้นเทพ ต้องครบเครื่องทั้ง ทอล์คโชว์ อบรม และ นันทนาการ หากจะจัดสัมมนา ก็ต้องทำให้ดีที่สุด

เขียนโดย ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
The Safety Coach : BBS
www.pramoteo.com

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ LINE@ : @thesafetycoach



วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

จป. ลาออก Safety Mindset




จป. 2 คน จบมาจากที่เดียวกัน เป็นคนจังหวัดเดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน


จป.คนหนึ่ง บอกว่าเหมือนกินยาพิษทุกวัน เมื่อก้่าวเท้าเข้าโรงงาน เพราะทุกวัน มีแต่ปัญหา คนในโรงงาน ก็ไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายก็ลาออกไป

ส่วน จป.คนที่ 2 ก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่ลาออก เพราะเขาเชื่อว่า มันคือ "ความท้าทาย"

5 ปีถัดไป จป.คนที่ 2 ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายอาชีวอนามัยฯ และ เป็น ประธานของคณะกรรมการต่่างๆของบริษัท

ส่วนจป. คนที่ 1 ยังคงตั้งหน้าตั้งตา เปลี่ยนงานใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่มีหลักมีแหล่ง ทำงานไม่กินข้าวกลางวัน เพราะใช้ชีวิตแบบ เช้าชาม เย็นชาม และ ยังคงเป็น officer ต่อไป

ทำไมจป. 2 คน จบจากที่เดียวกัน รุ่นเดียวกัน เป็นคนจังหวัดเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของชีวิต แตกต่างกัน

ความแตกต่างเกิดจาก "กรอบของความคิด" ที่แตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า Mindset

Mindset มี 2 แบบ คือ

1. Fixed Mindset (กรอบความคิดที่จำกัด)

2. Growth Mindset (กรอบความคิดที่พัฒนาได้)




คนที่มีกรอบความคิดที่จำกัด เขาจะเชื่อว่า "ฉันพัฒนาไม่ได้" และ กลัวเรื่องของความผิดพลาด ปัญหา คือ เรื่องใหญ่ของชีวิต ผิดไม่ได้

ส่วน คนที่มีกรอบความคิดที่พัฒนาได้ จะมีความเชื่อว่า "ฉันพัฒนาได้" และ เขาบอกตัวเองเสมอว่า

ปัญหาที่เจอ คือ ความท้าทาย
ความผิดพลาด คือ การเรียนรู้

นี่แหละ คือ ความแตกต่าง ที่ทำให้ชีวิตของ จป. ทั้งสองคน แตกต่างกัน

ดังนั้น การพัฒนากรอบความคิด จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะทำให้เราก้าวหน้าในชีวิต และ หายใจอย่างมีความสุขทุกๆวัน

จะพัฒนากรอบความคิด ทำได้โดยการมองว่าสถานการณ์ต่างๆในชีวิต คือ เรื่องปกติ และ ฉันสามารถทำให้มันดีขึ้นได้

"ทุกปัญหามีให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม"

ใครที่แก้ปัญหาได้เก่ง คนนั้นก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากกว่า คนที่ไม่คิดจะแก้ปัญหาอะไรเลย




มาพัฒนากรอบความคิดกันเถอะ
เป็นกำลังใจให้น้องๆ จป. ทุกคนครับ

#safetymindset
พฤติกรรมความปลอดภัย

แจกฟรีอีบุ๊ก ต่างที่คิด ชีวิตจึงปลอดภัย  www.pramoteo.com

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เป็นนักเขียน ก็เลี้ยงครอบครัวได้




สาเหตุหลัก ที่ทำให้ผมเป็นที่รู้จักในวงการวิทยากร ที่ปรึกษา และ นักเขียนก็ คือ "การเขียนหนังสือ" การเขียน พาผมมาไกลกว่าที่ผมคิด และทำให้ทุกวันนี้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยในการวิ่งหางาน หาเงิน เหมือนแต่ก่อน เพราะมีแต่งาน มีแต่เงินวิ่งเข้ามาหา

การเขียนในปัจจุบัน มีความสำคัญมาก เพราะ คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน อ่านข่าวสารต่างๆบน Social media ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพจ หรือ บทความต่างๆ จะเห็นได้ว่าการเขียน  ไม่ได้มีเพียงแค่อยู่ในหนังสือแล้วเท่านั้น

อ.สมคิด ลวางกูร ปรมจารย์นักเขียน เคยบอกไว้ว่า "เขียนเป็นรวยก่อน ถ้าอยากรวยต้องเขียนให้เป็น" ซึ่งเป็นความจริง ผมพิสูจน์มาแล้ว

ดังนั้น ผมอยากให้ทุกคนที่เบื่องานประจำ หรือ กำลังมองหาอาชีพใหม่ๆทำ  หรือ รักงานเขียนเป็นต้นทุนอยู่แล้ว มาเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติม ในสัมมนาที่ชื่อว่า " เป็นนักเขียน ก็เลี้ยงครอบครัวได้"

-----------------------------------------------------------------------------

เพื่อสิทธิประโยชน์ของท่านในการเข้าสัมมนา กรุณากรอกแบบฟอร์มการจอง ก่อนชำระค่าลงทะเบียน

=> ลงทะเบียนจอง

ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย  วิทยากร ที่ปรึกษา และ นักเขียน กับ พี่กุดจี่ พรชัย แสนยะมูล นักเขียนอารมณ์ดี กวี และ นักดนตรี ผู้อยู่ในวงการ มานานมากกว่า 20 ปี มีผลงานหนังสือ มากกว่า 100 เล่ม ไม่ว่าจะเป็น พ็อกเก็ตบุ๊ค บทกวี นิทานภาพสำหรับเด็ก และ ซีดีเพลง



พร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดประสบการณ์อันมีค่า ซึ่งเป็นเทคนิคในการเขียน ที่จะทำให้หนังสือที่เราเขียน เป็นหนังสือที่มีคุณค่า ที่ครบเครื่อง และหลากหลาย ตลอดจนเทคนิคการสร้างแรงจูงใจ ในการสร้างนิสัยในการเขียนอย่างต่อเนื่องให้สำเร็จเป็นรูปเล่มได้

เราเชื่อว่าการเขียน นอกจาก จะเป็นสิ่งที่เรารักแล้ว ยังสร้างชีวิต และครอบครัวได้ด้วย

สัมมนานี้เหมาะสำหรับ

1. คนที่อยากเป็นนักเขียน
2. อยากมีหนังสือเล่มแรก เป็นของตัวเอง
3. อยากใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
4. มีอิสระ ทำงานที่บ้าน
5. คนที่ต้องการสร้างสรรค์สังคมให้ดี ด้วยการเขียน
6. วิทยากร ที่ต้องการสร้างแบนด์จากหนังสือ

------------------------------------------

สถานที่ : โรงแรมเซนต์เจมส์ BTS พร้อมพงษ์ สุขุมวิท 26
วันที่ : เสาร์ 16 ธันวาคม 2560
เวลา : 9.00-16.00 น.
ค่าสัมมนา 1,990 บาท (ชำระก่อน 30 พ.ย.)

จากราคาจริง 4,900 บาท

รับเพียง 15 คน เท่านั้น !

------------------------------------------

การลงทะเบียน

โอนเงินเข้าบัญชี
ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย
ธนาคารกสิกรไทย สาขา เซ็นทรัลพระรามสอง
743-2-22601-4

ส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่
LINE@ : @thesafetycoach (มีเครื่องหมาย@)

-------------------------------------------

งานนี้พี่กุดจี่

แบหมดกึ๋นว่า...
อ่าน มอง คิด เขียนอย่างไร
จึงไส้ชุ่ม ชะอุ่มฝัน

ทั้งบทกวี นิยาย นิทานภาพ
รวมถึงสเตตัส
พาปฏิบัติให้ได้งานชั้นดี
อย่างน้อยคนละชิ้น ฟินแน่นอน

รับรองฟังแล้วไม่ง่วงนอน
เพราะมีกาแฟดำ ให้อมตลอดเวลา

มาเริ่มต้น ต้อนรับปีใหม่กับ
การพัฒนาตัวเองกันครับ

- - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


*** ขออนุญาตให้สิทธิ์ ผู้ที่ชำระค่าลงทะเบียนก่อนเท่านั้นนะครับ...

ประวัติวิทยากร

= > ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย   https://goo.gl/2qr9GU
= > พี่กุดจี่ พรชัย แสนยะมูล  https://goo.gl/AsZkhr

- - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร  : 0896784547
LINE@ :@thesafetycoach (มีเครื่องหมาย@)



วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560

มาตรการความปลอดภัยบริเวณ บ่อบำบัดน้ำเสีย ที่อับอากาศ



ผมได้มีโอกาสไปพูดทอล์คโชว์เกี่ยวกับการทำงานในที่อับอากาศอย่างปลอดภัย (Confined spaced talk show) ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 ชม. อันเนื่องมาจากการตื่นตัวกันทั้งประเทศ จากกรณีที่มีข่าวผู้เสียชีวิตในที่อับอากาศถึง 5 คน ในบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง

ผมกราบขออภัยญาติๆ และผู้เกี่ยวข้องของผู้เสียชีวิต ที่ได้กล่าวถึง ผมไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีใดๆ เพียงแต่มีเจตนาที่อยากให้กรณีแบบนี้เป็นกรณีสุดท้ายๆจริงๆ

สรุปสิ่งที่พูดคุยดังต่อไปนี้นะครับ

3สิ่ง ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต จากพนง.สอบสวน

1. ไม่มีการติดป้ายที่เขียนว่า "ที่อับอากาศ อันตรายห้ามเข้า" บริเวณปากทางเข้าออก ทุกหน ทุกแห่ง อย่างเปิดเผย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

2. ไม่มีการแจกคู่มือความปลอดภัยอย่างทั่วถึง

3. ไม่มีสิ่งปิดกั้น มิให้ผู้ใดตกลงไปในที่อับอากาศที่มีลักษณะ ช่อง โพรง หลุม ถังเปิด หรือ มีลักษณะคล้ายกัน

ดังนั้น สิ่งที่สถานประกอบการจำเป็นต้องทำก็คือ การปฏิบัติตามกม.ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศอย่างเคร่งครัด และ ทำการทบทวนขั้นตอนการทำงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้กำหนดไว้

หลายๆที่เริ่มที่จะทำการปรับปรุง และป้องกันอันตรายบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียกันมากขึ้นตามมาตรการต่างๆดังต่อไปนี้



ป้ายความปลอดภัย

1. ป้ายเตือน “ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป”  โดยไม่ได้ขออนุญาต

2. ติดตั้งป้ายเตือน “ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า” บริเวณปากทางเข้าออกที่อับอากาศ ทุกหนทุกแห่ง

3. ติดป้ายบนท่อต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ชี้บ่ง ทิศทาง และสารที่อยู่ภายใน

4. มีป้ายบอกระดับน้ำหนักที่รับได้สูงสุดบนแพลตฟอร์ม ของพื้นที่บำบัดน้ำเสีย



sorce : www.3m.com

การป้องกันการตก

1. ทำราว และ รั้ว (Rail) กันตกตามมาตรฐาน

2. ทำบันได (Ladder) ถาวร สำหรับใช้ในการปีนขึ้นลง เพื่อเข้าไปปฏิบัติงานภายในบ่อบำบัด

3. ทำจุดยึด (Anchor points) สำหรับเกี่ยวกันตก ในกรณีที่ต้องการเอื้อม หรือ เสี่ยงต่อการตกหล่น

4. สวมเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวกันตก (Full Body Harness) ทุกครั้ง เมื่อต้องลงไปในที่อับอากาศ และเกี่ยวกับจุดยึด

5. ติดเทปกันลื่น (Safety Walk) ในจุดที่มีโอกาส พลัดตก ลื่นล้ม



source: http://www.mspool.com

อุปกรณ์ฉุกเฉิน

1. ห่วงชูชีพ (Tire floating)

2. ไฟฉาย

3. ถังดับเพลิง

4. ถังอากาศหายใจ (SCBA)

5. เครื่องวัดก๊าซ

ความปลอดภัยในการเข้าพื้นที่

1. กำหนดรายชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น จึงจะเข้าพื้นที่ได้

2. บุคคลอื่นที่นอกเหนือจากรายชื่อที่ได้รับอนุญาต ต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยในพื้นที่นี้ก่อน และ ต้องมีเจ้าของพื้นที่ควบคุมดูแล ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

3. สวมเสื้อชูชีพ (Life jacket) ทุกครั้ง เมื่อเข้าพื้นที่ ในกรณีเดินสำรวจ หรือ ปฏิบัติงานด้านบนบ่อบำบัด

4. ผู้ไม่เกี่ยว ห้ามเข้าในบริเวณบ่อบำบัดเด็ดขาด เว้นแต่ได้ปฏิบัติตามหัวข้อที่ 2



source : กรุงเทพธุรกิจ

มาตรการด้านความปลอดภัยอื่นๆ

1. ตรวจวัดบรรยากาศ เพื่อเช็คระดับปริมาณสูงสุดที่อาจเป็นบรรยากาศอันตรายได้ เป็นการเฝ้าระวัง

2. มีแผนฉุกเฉินในกรณีที่มีผู้ตกลงไปในที่อับอากาศ

3. คู่มือความปลอดภัย ควรมีเพิ่มเติมแผนฉุกเฉินในกรณีที่มีผู้ตกลงในที่อับอากาศ

4. ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ร่วมกับหน่วยงานกู้ภัยภายนอก

5. ทำการทบทวน แผนงานต่างๆปีละ 1 ครั้ง


ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย

ติดต่องานอบรม

www.pramoteo.com
Facebook : The Safety Coach : BBS 
LINE@ : @thesafetycoach

ติดต่ออบรมโทร 0896784547 หรือ 0859200710